The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน ตุลาคม ๒๕๖๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-03-09 03:03:05

นาวิกศาสตร์ ตุลาคม ๒๕๖๒

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน ตุลาคม ๒๕๖๒


“...ความขยันหม่นเพียร ได้แก่ความพากเพียรประกอบภารกิจการงานอย่างเต็มความสามารถ


โดยไม่ย่อท้อ หรือละวาง เป็นคุณสมบัติประการหน่งท่เป็นอุปการะแก่การปฏิบัติงานอย่างมาก.



ผู้มีความขยันไม่ว่าจะทางานเล็กใหญ่ ง่ายยาก ก็พากเพียรปฏิบัติโดยสมาเสมอ จนกว่างานท่ทา


จะบรรลุผลสาเร็จ. ...”



พระราโชวาท เม่อคร้งทรงดารงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร


ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สาเร็จการศึกษาจากสถาบันราชภัฏ

ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร


วันเสาร์ ท ๒๓ มีนาคม ๒๕๓๙ (ภาคบ่าย)

นาวิกศาสตร์ นิตยสารของกองทัพเรือ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ประจำาเดือน ตุลาคม ๒๕๖๒

สารบัญ ๑๐





บทความ





๑๐ กองทัพเรือภูมิภาค
พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก


๒๓ การชนภูเขาใต้ทะเลของ USS San Francisco
: ใครควรถูกตำาหนิ ตอนที่ ๒
พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์ ๒๓



๓๔ การฝึก ศรชล. ๖๒
กองกิจการพลเรือนและปฎิบัติการข่าวสาร
สำานักนโยบายและแผนความมั่นคงทางทะเล ศรชล.



๔๒ สัก (กะลา) สี
นาวาโท ฐิติ ภาษ ี







ปกหน้า เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
ปกหลัง เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙

พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ ราชนาวิกสภา

ผู้พิมพ์ นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย











ข้อคิดเห็นในบทความที่นำาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำาเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำาสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า

คลังความรู้

คู่ราชนาวี


นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท เคารพ แหลมคม
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ประจำาเดือน ตุลาคม ๒๕๖๒ พลเรือตรี พีระ อดุลยาศักดิ์
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี วรพล ทองปรีชา
๓๔ พลเรือตรี ธนรักษ์ เอี่ยวสานุรักษ์
พลเรือตรี ก้องเกียรติ สัจวุฒิ
พลเรือตรี สุพพัต ยุทธวงศ์
พลเรือตรี กิตติคุณ นาคสุก
พลเรือตรี กตัญญู ศรีตังนันท์
พลเรือตรี ธีระยุทธ นอบน้อม
พลเรือตรี ทวี ทองประยูร
พลเรือตรี เอกสิทธิ์ รอดอยู่
พลเรือตรี กิตติศักดิ์ บุณย์เพิ่ม
พลเรือตรี สนทยา แสงบางมุด
พลเรือตรี ไชยา ภาตะนันท์

กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล
คอลัมน์ประจำา เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอก สุขกิจ พลัง
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา
๓ พลเรือโท สุพจน์ ภู่ระหงษ์

พลเรือโท ชนินทร์ ผดุงเกียรติ

พลเรอตร อำานวย ทองรอด

พลเรอตร บัญชา บัวรอด


พลเรอตร สิทธิชัย ต่างใจ


๕๔ บรรณาธิการ
นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ
๕๘ นาวาโทหญิง วรนันท์ สุริยกุล ณ อยุธยา
๕๙ ประจำากองบรรณาธิการ
๖๐ นาวาเอก วชิรพร วงศ์นครสว่าง
นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย
นาวาเอก สุวิทย์ จันทร์เพ็ญศรี
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง
นาวาเอก บุญมี กาโน
๖๖ นาวาเอกหญิง แจ่มใส พันทวี
นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี
นาวาโทหญิง อรณัฐ โพธิ์ตาด
๘๘ เรือเอก เกื้อกูล หาดแก้ว
เรือโทหญิง สุธิญา พูนเอียด
๙๐ เรือโท อัศฐวรรศ ปั่นจั่น
เรือโทหญิง อภิธันย์ แก่นเสน
สำานักงานราชนาวิกสภา
ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘

บรรณาธิการ แถลง







นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซื่อมงคล
nataput.su@gmail.com



สวัสดีครับท่านสมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่าน เร่มต้นปีงบประมาณ ๒๕๖๓ น้ นิตยสารนาวิกศาสตร์ได้รับเกียรติจาก

พลเรือโท เคารพ แหลมคม เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ มาด�ารงต�าแหน่งเป็นนายกกรรมการราชนาวิกสภา และผม





นาวาเอก ณฐพัฒน์ ซ่อมงคล ผู้อานวยการสานักงานราชนาวิกสภา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทาหน้าท่เป็นบรรณาธิการ








นตยสารนาวกศาสตร์ สาหรบเน้อหาสาระ และบทความตาง ๆ ในนตยสารนาวกศาสตรยังคงอัดแน่นดวยสาระอย่เชนเดม


















ตามวตถประสงค์หลกของราชนาวกสภาทได้สบสานต่อเน่องกันมา บทความทกเรองล้วนทรงคณค่า น่าอ่าน มการ





คดสรรจากกองบรรณาธิการ และพจารณากลนกรองจากคณะกรรมการและท่ปรึกษาราชนาวกสภา ซ่งทกท่านล้วนเป็น



ผู้มีประสบการณ์ มีความเช่ยวชาญด้านบทความทางประวัติศาสตร์ทางเรือ และความรู้ด้านต่าง ๆ ท่จะทาให้ข้อมูล



บทความในนิตยสารนาวิกศาสตร์น่าสนใจ อ่านแล้วได้ทั้งความรู้ และเกิดความผ่อนคลายอีกด้วย
ส�าหรับนิตยสารนาวิกศาสตร์ฉบับนี้ มีบทความที่น่าอ่านหลายเรื่องมากครับ ไม่ว่าจะเป็นบทความ “กองทัพเรือ






ภูมิภาค” ทคณคร พลเรอเอก ศภกร บรณดลก ได้จรดปลายปากกาเขยนบทความนขนเพอต้องการให้ทราบ










ถึงความสาคัญ ขีดความสามารถท่เข้มแข็ง ไม่เป็นรองใครในภูมิภาค และอีกหน่งบทความท่น่าสนใจ จนมีบทความ





ตอนท ๒ ขนมา คอ “การชนภูเขาใต้ทะเลของ USS San Francisco : ใครควรถูกตาหนิ” เขยนโดยคณคร ู






พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์ บทความนี้นอกจากให้ความรู้ในประวัติศาสตร์ทางเรือแล้ว ยังสอดแทรกแง่คิดที่ว่า
ก่อนเกิดเหตุการณ์ร้ายของ USS San Francisco ยังเห็นถึงความส�าเร็จในการมีภาวะผู้น�าของนาวาโท Mooney ครับ



และบทความทน่าสนใจไม่แพ้กันคอ “สัก (กะลา) สี” เขียนโดย นาวาโท ฐิติ ภาษ เป็นภาคต่อจากบทความ


“เอกลักษณ์ทหารเรือ : ชุดกะลาสี” ท่นาวาโท ฐิติฯ ได้เคยเขียนไว้เม่อปี พ.ศ. ๒๕๕๘ คราวน้ท่านเขียนถึงเร่องการ “สัก”






ในหมู่กะลาสีท้งในประเทศ และในต่างประเทศว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร ในประเทศไทยน้นกะลาสีทาการสัก
ได้หรือไม่ ขัดต่อระเบียบกองทัพเรือไหม ซ่งจะทาให้ทราบข้อมูลท่ถูกต้อง นอกจากน้ นาวาเอก สมนึก กรอบคา





บรรณาธิการท่านท่แล้ว ยังได้ฝากบทความ “ไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ” ตอนท่ ๕ “ทหารเรือไทยเทิดไท้


องค์มหาราชามหาราชินี” ไว้ให้อ่านกันโดยท�าการสัมภาษณ์ ถ่ายภาพ และเขียนบทความด้วยตนเอง
ท้ายน้ผมหวังเป็นอย่างย่งว่า ท่านสมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่านจะได้รับความรู้ ความเพลิดเพลินจากการอ่าน



นิตยสารนาวิกศาสตร์บ้างไม่มากก็น้อย และจากการท่ไข้หวัดใหญ่กาลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะน้ ขอให้ทุกท่าน


ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ดังนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ไว้ว่า “จิตใจที่เข็มแข็ง และดีงาม ล้วนอยู่
ในร่างกายที่สมบูรณ์”

กองบรรณาธิการ

ปกหน้า : เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ โดยคณะกรรมการองค์การ


World Ship Trust เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทูลเกล้า

ทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์

เหรยญรางวลมรดกทางทะเลขององคการเรอโลกประจา





พ.ศ. ๒๕๓๕ (The World Ship Trust Maritime
Heritage Award “Suphannahong Royal Barge”)

จากน้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทาน
เหรียญรางวัลดังกล่าวแก่อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะเป็น


หน่วยงานรับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์
ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ เรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ ได้ถูกอัญเชิญ






เรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ มีมาต้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มาใช้อีกคร้งในการเสด็จพระราชดาเนินเลียบพระนคร





เดิมช่อเรือพระท่น่งศรีสุพรรณหงส์ ทราบได้จาก โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เน่องในพระราชพิธ ี

บทเห่เรือของ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ หรือ บรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ นับเป็นคร้งแรก
เจาฟากง ทีทรงประพนธไววา “สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อยงามช้อย ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว










ลอยหลังสินธุ์ เพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์ ลนลาศเล่อน บุษบกเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เป็นองค์เดิมที่เก็บ



เตือนตาชม” สาหรับเรือพระท่น่งลาปัจจุบันน้เป็นเรือ รักษาไว้ท่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธ ี





สร้างใหม่ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมศิลปากร ซ่งกรมศิลปากรได้เชิญไปซ่อม ตกแต่ง ปิดทอง


แต่แล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ประดับกระจก ณ สานักช่างสิบหมู่ อาเภอพุทธมณฑล


เจาอยหว มี พลเรือตรพระยาราชสงคราม รน. (กร หงสกล) จังหวัดนครปฐม และเชิญมาติดต้ง ประดับตัวเรือ






เป็นนาวาสถาปนิกผู้ต่อเรือสุพรรณหงส์ โดยจัดให้มีการ ณ อู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เพ่อเชิญเรือ




ประกอบพิธีปล่อยเรือลงนา เม่อวันท่ ๑๓ พฤศจิกายน ไปจอดบริเวณ ท่าราชวรดิฐ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ

พ.ศ. ๒๔๕๔ โขนหัวเรือจ�าหลักเป็นรูปหงส์ลงรักปิดทอง ระหว่างวันท่ ๔ - ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ และในการเสด็จ

ประดับกระจกมีพู่จามรีห้อยปลายพู่เป็นแก้วผลึก พระราชดาเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตรา
ภายนอกทาสีดา ท้องเรือภายในทาสีแดง ตอนกลางลาเรือ ทางชลมารค ในวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๒


ทอดบัลลังก์กัญญาหรือบุษบกสาหรับเป็นท่ประทับ บุษบก คือ ซุ้มยอดซ่งมีหลังคาซ้อนช้นเป็นยอดแหลม





เรือมีความยาว ๔๔.๙๐ เมตร กว้าง ๓.๑๗ เมตร ลึก มีบันแถลงประดับโดยรอบ ซ่งความหมายของบันแถลงน ี ้


๐.๙๔ เมตร ใช้ก�าลังพลรวม จ�านวน ๗๑ นาย แยกเป็น มีอยู่ว่า เป็นการจาลองอาคารหนึ่ง ๆ ด้วยการนาส่วน

กาลังพลประจาเรือ ๖๔ นาย ประกอบด้วย นายเรือ ๒ นาย ท่เรียกว่าหน้าบันมาซ้อนช้นกันข้นไป โดยมากซ้อนกัน




นายท้าย ๒ นาย ฝีพาย ๕๐ นาย คนถือธงท้าย ๑ นาย สามช้น หมายความว่า การประดับด้วยบันแถลงน ้ ี


พลสัญญาณ ๑ นาย คนขานยาว ๑ นาย คนถือฉัตร ๗ นาย เป็นการจาลองอาคาร สะท้อนความหมายของเรือน
และเจ้าหน้าที่ส�านักพระราชวัง จ�านวน ๗ นาย ฐานานุศักดิ์ หรือเรือนฐานันดรสูงได้เช่นกัน

วันท่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ องค์การเรือโลก บุษบกเป็นเคร่องใช้ประกอบกับของสูงและของสาคัญ


แห่งสหราชอาณาจักร พิจารณามอบรางวัลเรือโลกแก่ ท่มีคุณค่าอย่างย่ง ไม่ว่าจะเป็นบุษบกเล็กหรือบุษบก


นาวิกศาสตร์ 4
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒





ขนาดใหญ่ล้วนแล้วแต่ใช้ประกอบประดษฐานของสง อวตาร เช่อกันว่าทรงแบ่งภาคลงมากาเนิดเป็นพระราชา





ของสาคญท้งส้น ดังท่ได้เห็นเช่น องค์พระแก้วมรกต และ ได้ในทุกสถานที่และทุกกาลเวลา ในพุทธศตวรรษที่ ๑๙
พระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานในบุษบก สาหรับบุษบกขนาดใหญ่ ราชสานักไทยได้รับเอาแนวคิดเช่นน้มาสร้างให้เกิดความเช่อ








จะเป็นท่ประทับขององค์พระมหากษัตริย์ เป็นงานท่ลงรัก ในหมู่ประชาชนซ่งเก้อหนุนสถานภาพของพระมหากษัตริย์
ปิดด้วยทองคาเปลวแท้ ลงยาสี และประดับเพชรคริสตัล ให้สูงส่งประหนึ่งเทพ



เพิ่มความสวยงามและมีคุณค่ายิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี โขนเรือพระท่น่งลาน้มิได้แสดงรูปพระราม



ซ่งเป็นอวตารของพระวิษณุ ซ่งพระมหากษัตริย์แห่ง

ปกหลัง : เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ
รัชกาลที่ ๙ ราชวงศ์จักรีทุกพระองค์มีสมมติพระนามโดยเรียกตาม
นามของพระราม แต่ได้แสดงรูปพระวิษณุ และลักษณะ

อันโดดเด่นของพระองค์ เช่น พระวรกายคลา พระกรท้ง ๔




ทรงถือจกร สงข์ คทา และตรีศูล ประทับบนครุฑยุดนาค




หรอครฑท่จบนาค ๒ ตวชข้น ตามคัมภีร์ปุราณะ ครุฑกับนาค




เป็นศัตรูกัน แต่ท้งสองก็รับใช้พระวิษณุ ครุฑเจ้าแห่งนกท้งหลาย

เป็นสัญลักษณ์แห่งพลังของท้องฟ้า นาคเป็นสัญลักษณ์แห่ง
พลังของนา เม่อพระวิษณุอยู่เหนือครุฑและนาค ย่อมแสดงว่า




พระองค์ทรงมีพลังในการพิทักษ์ปกป้องโลกท้งมวล



เรือพระท่น่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลท่ ๙
จัดสร้างข้นเพ่อเฉลิมฉลองในวโรกาส พระราชพิธ ี


กาญจนาภิเษก แห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลท่ ๙


นารายณ์ทรงสุบรรณ มีความหมายเดียวกันกับ เม่อวันท่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยกองทัพเรือร่วมกับ





พระวิษณุทรงครุฑ เน่องจากนารายณะ (ไทยเรียก นารายณ์) กรมศิลปากรได้นาโขนเรือพระท่น่งนารายณ์ทรงสุบรรณ





เป็นพระนามหน่งของพระวิษณุ ส่วนสุบรรณเป็นช่อ รัชกาลท่ ๙ ท่สร้างข้นในสมัยรัชกาลท่ ๓ และ รัชกาลท่ ๔


เรียก ครุฑ หรือพญาครุฑ พาหนะของพระวิษณุ ส่วนที่ มาเป็นต้นแบบ โดยกองทัพเรือสร้างในส่วนท่เป็นโครงสร้าง

เติมสร้อยว่า รัชกาลที่ ๙ เพื่อสื่อให้ประจักษ์ว่าเรือล�านี้ เรือพาย และคัดฉาก ส่วนกรมศิลปากรดาเนินการในงาน

สร้างข้นในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ที่เกี่ยวกับศิลปกรรมของเรือทั้งหมด


มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลท่ ๙ โขนเรือและตัวเรือจาหลักลงรักปิดทองประดับกระจก


เน่องจากช่อเรือพระท่น่งนารายณ์ทรงสุบรรณมีมาแล้ว ท่หัวเรือเบ้องใต้ครุฑเป็นช่องสาหรับปืนใหญ่ กลางลาเรือ







แต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ ๓ (พุทธศักราช ๒๓๖๗ – ๒๓๙๔) ทอดบัลลังก์กัญญาและมีแท่นประทับ เรือมีความยาว


หัวเรือพระท่น่งจาหลักรูปพระวิษณุประทับยืนบนครุฑ ๔๔.๓๐ เมตร กว้าง ๓.๒๐ เมตร ลึกถึงท้องเรือ ๑.๑๐ เมตร

บ่งบอกอิทธิพลศาสนาฮินดูตามคัมภีร์ปุราณะจากอินเดีย กินน�้าลึก ๔๐ เซนติเมตร น�้าหนัก ๒๐ ตัน ใช้ก�าลังพล

ท่มีต่อประเพณีนิยมและศิลปกรรมไทย พระวิษณุเป็นหน่ง ึ ประกอบด้วย ฝีพาย ๕๐ คน นายเรือ ๒ คน นายท้าย ๒ คน
ในเทพเจ้าสาคัญท่สุด ๓ องค์ อีก ๒ องค์ คือ พระพรหม คนถือธงท้าย ๑ คน พลสัญญาณ ๑ คน คนถือฉัตร ๗ คน


และพระศิวะ พระวิษณุเป็นเทพเจ้าแห่งการพิทักษ์รักษา และคนเห่เรือ ๑ คน
พระองค์ถือก�าเนิดบนโลกมนุษย์ในรูปร่างต่าง ๆ เรียกว่า
นาวิกศาสตร์ 5
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

ภาพจาก
https://www.tnews.co.th/variety/509061

ระลึกองค์พระปิยมหาราช


๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๒







กาพย์ยานี ๑๑

ยอกร ประณมกราบ ศิโรราบด้วยภักดี


แด่องค์พระภูมี องค์ปิยมหาราชา


เลิกทาสเพื่อเป็นไท ให้ปวงไทยได้ปรีดา

น�าความพัฒนา สู่ประชาสู่บ้านเรา

วันนี้เวียนมาถึง วันที่ซึ่งสุดแสนเศร้า


ทรงพรากจากพวกเรา เนิ่นนานเนายังมิเลือน


ยี่สิบสามตุลาคม ยอกรก้มใจย�้าเตือน

ผองไทยไม่แชเชือน ทุกปีเดือนมุ่งท�าดี

ตามรอยยุคลบาท ท�าเพื่อชาติด้วยภักดี


ชีวิตนี้ยอมพลี ร่วมท�าดีถวายพระองค์
















ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการราชนาวิกสภา

(ประพันธ์โดย นวษร เทพหัสดิน ณ อยุธยา)

๑๓ ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร



สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์



ด้วยสำานึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได




ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการราชนาวิกสภา

เรือตรีหญิง เบญจรัตน์ ดีกระจ่าง





















































เม่อวันท ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๔ กองทัพเรือได้จัดให้มีพิธีต้อนรับเรือหลวงพงัน ลาท ๒ ซ่งเดินทางกลับมา





ผลัดเปล่ยนกาลังจากการไปปฏิบัติการอยู่ท่สาธารณรัฐเวียดนาม ณ ท่าเทียบเรือ กรมสรรพาวุธ บางนา โดยม ี
พลเรือเอก เฉิดชาย ถมยา ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการขณะน้นเป็นประธานในพิธ เรือหลวงพงันเป็นเรือประเภท


ยกพลข้นบกขนาดใหญ่ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้มอบให้รัฐบาลไทยตามแผนการช่วยเหลือทางทหาร เดิมช่อ USS.STARK





COUNTY (LST 1134) ขนาดของเรือลาน้ยาว ๓๒๘ ฟุต กว้าง ๕๐ ฟุต กินนาลึก ๗ ฟุต ระวางขับนาปกต ๑,๗๘๐ ตัน




ระวางขับน�้าเต็มที่ ๓,๖๔๐ ตัน ความเร็วสูงสุด ๑๑ นอต มีทหารประจ�าเรือทั้งสิ้น ๑๓๐ นาย ขึ้นระวางประจ�าการ
เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ และได้ปลดระวางประจ�าการ เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เมื่อวันที่

๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ กองทัพเรือมอบพัสดุอุปกรณ์ประจาเรือให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธาน เพ่อนาไปสร้างพิพิธภัณฑ ์



เรือหลวงพงัน ณ บริเวณท่าเทียบเรือท้องศาลา ต�าบลเกาะพะงัน อ�าเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี




การปฏิบัติงานของกองทัพเรือ ก็เพ่อป้องกันประเทศของเราให้ปลอดภัยจากศัตรูท่จะเข้ามาทางน่านนา ดังน้น

กองทัพเรือจึงต้องมีก�าลังรบทางเรือที่มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้ปกป้องประเทศชาติของเราสืบไป
นาวิกศาสตร์ 9
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

กองทัพเรือภูมิภาค







พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก





ตามทได้เสนอแนะในตอนท้ายบทความล่าสด ในการน้จะได้เสนอแนะเก่ยวกับแนวทางการเสริมสร้าง




ของผู้เขียน ซ่งได้รับความกรุณาให้นาลงในวารสารน้เร่อง ก�าลังทางเรือตามความคิดเห็นของผู้เขียนด้วย



“ประเทศไทยกับความเป็นชาติทะเล” (นิตยสารนาวิกศาสตร์



ปีท ๑๐๒ เล่มท ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒) โดยสรุป

ความได้ว่า การที่จะพัฒนาขีดความสามารถการใช้ทะเล
ของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงข้น หรือมีความเป็น

ชาติทะเลมากขึ้น จนถูกจัดให้อยู่ในระดับชั้นน�าของโลก


สามารถเป็นพลังอานาจหลักทางเศรษฐกิจท่ช่วยให้บรรล ุ


วัตถุประสงค์ท่กาหนดไว้ได้ ควรเร่มต้นท่รัฐบาลก่อน



ซ่งจะต้องตระหนักเห็นคุณค่าและความสาคัญของการใช้

ทะเลให้มากกว่าปัจจุบัน มีการแก้ไขเพ่มเติมยุทธศาสตร์ชาต ิ รูปที่ ๑


โดยการกาหนดนโยบายการใช้ทะเลให้ชัดเจนเข้าไป ๑. หน้าที่ของก�าลังทางเรือ

จัดให้มียุทธศาสตร์ทะเลรองรับ ต้องเพ่มระดับสมุททานุภาพ แม้ค�าว่า “กองทัพเรือ” ที่ภาษาอังกฤษใช้ว่า Navy





ของประเทศให้มากข้นด้วย การจัดการข้อด้อยของปัจจัย ซ่งมีต้นกาเนิดจากคาว่า “Navie” ในภาษาฝร่งเศส
พื้นฐานที่เกื้อกูลต่าง ๆ ตามทฤษฎีของ Mahan ให้หมด โบราณที่มีความหมายว่า “Fleet of the ships” ถูกใช้



หรือน้อยลงไปพร้อมกบพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ ซ่ง คร้งแรกในประมาณต้นศตวรรษท ๑๔ แต่การใช้กาลัง





ได้แก่ การพาณิชย์นาวี การท่าเรือ อู่ต่อเรือและซ่อมเรือ ในการต่อสู้ทางนาเป็นส่วนสาคัญหรือสนับสนุน เพ่อให้


ตลอดจนกาลังทางเรือ โดยในส่วนกาลังทางเรือหรือ ได้มาซ่งชัยชนะเป็นส่วนรวมตามความต้องการของฝ่ายตน






ท่เรียกว่า “นาวิกานุภาพ” (Naval force) ได้เสนอว่า มีมาต้งแต่โบราณกาล นับต้งแต่มนุษย์เร่มมีการต่อสู้กันแล้ว







การท่ไทยจะเป็นประเทศท่ม่งค่งและมีสมุททานุภาพท ่ ี และเม่อมีการรู้จักการใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์เร่มจาก







เข้มแขง กาลงทางเรอทจะใช้ปกป้องค้มครองและเป็น การใช้เป็นแหล่งอาหาร ใช้เป็นเส้นทางในการขนส่ง



เครองมอช่วยในการดาเนนนโยบายนน ควรเป็นกาลงทม ี ติดต่อกัน และแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่ง








คุณลักษณะเป็นกองทัพเรือภูมิภาค (Regional navy) น้น ที่ส�าคัญ คือ เป็นเส้นทางในการล�าเลียงค้าขายทั้งภายใน



เน่องจากบทความท่อ้างถึงยังไม่ได้กล่าวรายละเอียดของ อาณาเขตตนเอง กบคู่ค้าโพ้นทะเล การใช้กาลงทางนา







คุณลักษณะกาลังดังกล่าว ซ่งอาจทาให้เป็นข้อสงสัย หรือทางทะเล ซงต่อไปจะเรียกว่า “กาลงทางเรือหรอ











ต่อท่านผู้อ่านจานวนไม่น้อย บทความน้จะเป็นคาตอบ กาลังกองทัพเรือ” ย่งมีส่วนสาคัญเพราะนอกจากการช่วย

นาวิกศาสตร์ 10
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒



ให้ได้ชัยชนะในการต่อสู้เป็นส่วนรวมตามท่กล่าวมาแล้ว โพ้นทะเล การปกป้องทรัพยากร การดารงเส้นทาง


ยังจะเป็นกาลังหลักท่ใช้ในการคุ้มครอง และแสวงหา การขนส่งคมนาคมทางทะเล การช่วยเหลอประชาชน




ผลประโยชน์ต่าง ๆ จากทะเล ท้งในรูปแบบของการปกป้อง จากภัยพิบัติต่าง ๆ เป็นต้น ท่เก่ยวข้องกับการป้องกัน


ภายในอาณาเขตของตน และให้ได้มาซ่งความปลอดภัย ประเทศนอกจากการเตรียมกาลัง และการฝึกท่ต้อง



และเสรีจากการใช้ทะเลท่ไกลออกไปตามท่ต้องการ ปฏิบัติเป็นประจาเพ่อรักษาดุลยภาพกาลังรบ และ








พร้อมกับจากัดไม่ให้คู่แข่ง หรือคู่ต่อสู้มาใช้ทะเลท่ต้องการ พร้อมท่จะเอาชนะภัยคุกคามท่อาจเกิดข้นได้แล้ว การ











ไมใหเขาใชดวย ทงนในการแสวงหาผลประโยชนจากทะเล แสดงกาลังเพ่อหวังผลป้องปราม และระงับกรณีพิพาทท ี ่
ในอดีตที่ส�าคัญ คือ การใช้ก�าลังแย่งยึดจากฝ่ายตรงข้าม อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งการเฝ้าตรวจ หรือวางก�าลังบริเวณ
ทั้งในทะเลและบนฝั่ง พื้นที่ผลประโยชน์ที่ส�าคัญ หรือที่ต�าบลที่ต้องการเพื่อคง




รูปที่ ๒ หมวดเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันแม้ว่ากองทัพเรือชาติต่าง ๆ ในโลกได้ม ี ความได้เปรียบและง่ายต่อการควบคุมทะเล ในขั้นต่อไป



การกาหนดภารกิจหน้าท่ของตนแตกต่างกันออกไป แต่ จะเป็นการปฏิบัติท่สาคัญ ส่วนการปฏิบัติในการสนับสนุน



ความมุ่งหมายพ้นฐานของการใช้กาลังกองทัพเรือจะ การดาเนินนโยบายระหว่างประเทศของรัฐบาลส่วนใหญ่


คล้ายกันทุกชาติ คือ เพื่อการป้องกันประเทศ การรักษา จะเป็นการปฏิบัติการผสม (Combined operation) กับ
ผลประโยชน์ของชาต การเป็นเครองมือสนับสนุน ชาติพันธมิตรท้งการฝึก และปฏิบัติจริงตามพันธกรณ ี




ในการดาเนินนโยบายระหว่างประเทศ และการช่วยเหลือ การกระชับความสัมพันธ์ไมตรีในระดับกองทัพ และการ


ประชาชนจากภัยพิบัติต่าง ๆ โดยจะต้องมีการเตรียมกาลัง เป็นเคร่องมือในการดาเนินการต่าง ๆ ด้วยการปฏิบัติการ









ให้พร้อมใช้ได้อย่างต่อเนอง ตงแต่ยามสงบจนถง ทางทหารท้งแบบพ้นฐาน และแบบท่ไม่ใช่สงคราม (Military





ยามสงคราม ท้งน้ในยามสงบการใช้กาลังส่วนใหญ่จะ operation other than war) สาหรับยามสงคราม




เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาตทงในทะเล และ การรบทางเรือเป็นหน้าท่หลักท่สาคัญท่สุดของกองทัพเรือ




โพ้นทะเลในรปแบบต่าง ๆ เช่น การรักษากฎหมาย ทุกชาต ซ่งนอกจากจะต้องเอาชนะภัยคุกคามท่มาจาก



และความสงบเรียบร้อยท้งภายใน และตามสิทธิใน ทกมตทางทะเลดวยการปฏบตการทางเรออยางเตมรปแบบ












นาวิกศาสตร์ 11
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒















และการช่วยเหลือสนับสนุนกาลังภาคพ้นเพ่อให้ได้มาซ่ง การทจะบรรลุไดฝายเราจะตองไมมภยคกคามใด ๆ ในพนท ่ ี


ชัยชนะเป็นส่วนรวม โดยการใช้การปฏิบัติต่าง ๆ อีก เช่น ปฏิบัติการ หรือท่ต้องการต้องมีความปลอดภัย และ

การใช้ก�าลังนาวิกโยธินรักษาปีกทางทะเล และแก้ปัญหา เสรีในการปฏิบัติการใด ๆ ในพ้นท่ดังกล่าว อย่างน้อย

การรบต่าง ๆ การสนับสนุนด้วยอ�านาจการยิงจากทะเล ในห้วงเวลาท่ต้องการจะปฏิบัติการ ส่วนจุดมุ่งหมาย

การรักษาเส้นทางส่งกาลังบารุงทางทะเลและอ่น ๆ แล้ว ท่อาจเกิดข้นบนบกจากการปฏิบัติการจากทะเลน้น












การป้องกันเส้นทางการคมนาคมทางทะเลหรือท่เรียกว่า เช่นกันจะบรรลุได้ต้องทาให้พ้นท่ในทะเลท่ต่อเน่อง




“เส้นทางการค้า” ซ่งเปรียบเสมือนเส้นโลหิตท่หล่อเล้ยง มความปลอดภย และเสรในการปฏิบตเสยก่อนแล้ว





เศรษฐกิจ และเป็นศักย์สงครามที่ส�าคัญของประเทศที่มี จึงขยายการปฏิบัติให้มีผลต่อเน่องข้นไปบนฝั่ง โดยใช้



ผลต่อการแพ้ชนะของสงครามน้น ยังเป็นกิจหลักท่สาคัญ ทรัพยากรที่มี และที่น�าไปกับเรือเป็นก�าลังส�าคัญ


อีกด้วย ท้งน้การจะทาการรบดังกล่าวให้บรรลุวัตถุประสงค์



ท่ต้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพสุดยอดปรารถนาของกองทัพเรือ


แทบทุกชาติ คือ มีขีดความสามารถในการควบคุมทะเล
และการขยายอ�านาจจากทะเลขึ้นสู่ฝั่งได้ตามที่ต้องการ
๑.๑ การปฏิบัติการทางเรือ (Naval Operation)


เน่องจากเป้าหมายของผู้เขียนรวมถึงท่านผู้อ่านท่ไม่ม ี
ความรู้พ้นฐานเก่ยวกับ “การปฏิบัติการทางเรือ” ด้วย



ดังน้นก่อนอ่นใคร่ขอเรียนให้ทราบถึงความหมายของคาน ี ้


เสียก่อน ซึ่งได้มีการก�าหนดว่าคือ “การใช้ก�าลังทางเรือ
ซึ่งประกอบด้วย เรือ อากาศยาน นาวิกโยธิน และอื่น ๆ



ของกองทัพเรือ รวมถึงกาลังหน่วยราชการอ่นท่มาข้น รูปที่ ๓ การขึ้นสู่ฝั่งของก�าลังรบยกพลขึ้นบกที่น�าไปกับเรือ


การควบคุม ปฏิบัติการอย่างใดอย่างหน่ง ซ่งอาจจะม ี ๑.๒ การควบคุมทะเล (Sea Control) การที่จะ

ลักษณะทางยุทธศาสตร์ ยุทธวิธ การส่งกาลังบารุงหรือ ให้บรรลุจุดมุ่งหมายท่ต้องการท้งในทะเล และบนบก
















อน ๆ เพ่อให้บรรลเป้าหมายของการรบ หรอการยทธ ท่ต่อเน่องของการรบทางเรือท่ต้องมีการดาเนินการสาคัญ









น้น ๆ” การปฏิบัติการทางเรือน ได้แบ่งการปฏิบัต ิ คอ การทาให้ฝ่ายเรามความปลอดภย และมเสรในการ



ออกเป็นอีกหลายสาขา ซ่งท่สาคัญได้แก่การปฏิบัติการ ใช้ทะเลปฏิบัติการใด ๆ ก็ได้ ภายในพื้นที่และห้วงเวลา




ของกองกาลังโจมต (หลายชาติหมายถึงกองเรือ ท่ต้องการท่กล่าวมาแล้ว ตามหลักการเรียกการดาเนินการ





บรรทุกเครองบินโจมตี) การปฏิบัติการสงครามเรือผิวนา นี้ว่า “การควบคุมทะเล”

การปฏบัติการเรือดานา การปฏิบัติการสงครามปราบ



เรือดานา การปฏิบัติการป้องกันภัยทางอากาศในทะเล



การปฏิบัติการสงครามทุ่นระเบิด การปฏิบัติการสะเทินน�้า
สะเทินบก การปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือและ

การปฏิบัติการขัดขวางทางทะเล ตามท่ได้กล่าวมาแล้ว
ความต้องการหลักของการปฏิบัติการทางเรือ คือ การบรรล ุ
จุดมุ่งหมายการรบหรือการยุทธนั้น ๆ ซึ่งหากวิเคราะห์ดู รูปท่ ๔ คากล่าวของ Themistocles แม่ทัพชาวเอเธนส์ท่นาทัพเรือกรีก




จะเห็นว่าในทะเลไม่ว่าจุดมุ่งหมายที่ก�าหนดจะเป็นอะไร ได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด ต่อเปอร์เซียเมื่อประมาณ ๔๘๐ ก่อนคริสต์ศักราช
นาวิกศาสตร์ 12
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒





การดาเนินการเพ่อให้ได้มาซ่งการควบคุมทะเลน้น วิธีแรกเป็นการควบคุมการเข้าออกของข้าศึก (Sortie
แท้จริงมีการดาเนินการมาช้านานแล้วต้งแต่เร่มมีการ control) วิธีน้เหมือนกับการปิดอ่าวท่กล่าวมาแล้ว คือ






ทาสงครามทางเรือ เพ่อแย่งยึดทะเลท่ต้องการใช้เป็น ให้ข้าศึกอยู่แต่ในท่าไม่ให้ออกมา วิธีต่อไปหากข้าศึก



ประโยชน์เฉพาะฝ่ายตนสาหรับการปฏิบัติการทางทหาร เล็ดลอดออกจากท่ามาได้จะเป็นการควบคุมท่จุด

การขยายอานาจอิทธิพลทางเศรษฐกิจการค้าและอ่น ๆ บังคับผ่าน (Chokepoint control) จุดบังคับผ่านในที่นี้





โดยในแรกเร่มเรียกว่า “การครองทะเล” (Command หมายถึงพ้นท่ท่ข้าศึกต้องผ่าน เพ่อจะไปยังพ้นท่ปฏิบัติการ












of the Sea) การดาเนินการน้มีวิธีปฏิบัต ๓ วิธ คือ มีเส้นทางเดียวหลีกเล่ยงไม่ได้และเป็นพ้นท่จากัด
การท�าการรบขั้นแตกหัก (Decisive battle) โดยท�าลาย โดยเฉพาะการเดินเรือ เช่น ช่องแคบต้องควบคุมให้ได้
ข้าศึกให้หมดไป การปิดอ่าว (Blockade) ไม่ให้ข้าศึก ไม่ให้ผ่าน วิธีต่อไปหากข้าศึกหลุดรอดไปได้อีก หรือ
ออกทะเลได้ และการใช้กองเรือคงชีพ (Fleet in being) เส้นทางนั้นไม่มีจุดบังคับผ่าน จะต้องใช้การควบคุมหรือ
โดยการออมกาลังหลีกเล่ยงการปะทะขนาดใหญ่แต่ ไล่ล่าในทะเลเปิด (Open ocean operations) โดยใช้





คอยรังควานสร้างความเสียหายสับสนแก่ข้าศึก การได้มา การลาดตระเวนค้นหาแล้วเข้าทาลาย กาลังหลักท่ใช้


ซ่งการครองทะเลจะทาให้ฝ่ายเราสามารถใช้ทะเลได้ คือ เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล (Maritime Patrol






สมบูรณ์ตลอดไป แต่ต่อมาเม่อวิวัฒนาการทางทหาร Aircraft/MPA) และทีมล่าสังหาร ท้งเรือผิวนา เรือดานา








สูงข้น ฝ่ายใดจะสามารถครองทะเลได้อย่างสมบูรณ์น้น และเครองบนโจมต ส่วนวธสดท้ายเมอยงไม่แน่ใจว่า







ยากมากในการรบและต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล ซง สามวิธีแรกได้ผล จะต้องมีการจัดกาลังเข้าป้องกันพ้นท ี ่






บางคร้งระดับการครองทะเลดังกล่าวไม่จาเป็นต้องสมบูรณ์ ท่ต้องการใช้ หรือการปฏิบัติการท่สาคัญและมีจุดอ่อน

ตลอดไป จึงได้ลดระดับลงมาเป็นการครองเฉพาะบริเวณ ที่อาจถูกโจมตี (Local engagement) เช่น การคุ้มกัน



พ้นท่และห้วงเวลาท่ต้องการ และให้ช่อใหม่ว่า กองเรือเฉพาะกิจสะเทินนาสะเทินบก หรือการคุ้มกัน




การควบคุมทะเล ซ่งมีระดับการควบคุมท่แตกต่างกัน กระบวนเรือพาณิชย์เรือสินค้าเป็นต้น และสาหรับ




ออกไปตามที่ต้องการ เช่น “ความเหนือกว่าทางทะเล” เคร่องมือรบในทะเลท่เหมาะสมจะใช้ พลเรือเอก Turner

(Sea superiority) ไปจนถึง “ความมีอานาจสูงสุด ได้ให้คาแนะนาไว้เช่นกัน ซ่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา












ทางทะเล” (Sea supremacy) การควบคุมทะเลน ี ้ ได้ยดถอมาจนทกวนน รายละเอยดดได้จากรปท ๕ ซง










เน่องจากระดับความมีอานาจเหนือกว่าทางทะเลจะ มีข้อสังเกตคือ เรือรบท่ใช้คุ้มกันเรือดานา และเคร่องบิน




แตกต่างกันออกไปตามระดับความต้องการ ดังน้นเพ่อ ลาดตระเวนทางทะเลท่มีขีดความสามารถในการปราบ
ความม่นใจในความปลอดภัยในการใช้ทะเลของฝ่ายเรา เรือด�าน�้าจะมีความเหมาะสมในการถูกใช้แทบทุกกรณี

รวมท้งไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามได้ใช้ประโยชน์ด้วย บางคร้ง


จึงต้องมีการปฏิบัติการเพื่อให้ได้มาที่เรียกว่า “การปฏิเสธ

การใช้ทะเลของข้าศึก” (Sea denial) ควบคู่ไป ท้งน ี ้

ท้งการควบคุมทะเลและการปฏิเสธการใช้ทะเลของ
ข้าศึก พลเรือเอก Stansfield Turner แห่งกองทัพเรือ
สหรัฐอเมริกา อดีตผู้บัญชาการวิทยาลัยทัพเรือ และ
สุดท้ายดารงตาแหน่ง ผู้อานวยการสานักข่าวกรองแห่งชาต ิ




(Central Intelligence Agency/CIA) ได้เคยก�าหนดไว้
ว่ามีการปฏิบัติพื้นฐานอยู่ ๔ วิธี ด้วยกัน เพื่อให้ได้มาคือ รูปที่ ๕ เครื่องมือรบที่ใช้ในการควบคุมทะเล
นาวิกศาสตร์ 13
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒








เน่องจากภัยคุกคามทางทหารของสงครามทางเรือ ท่เหมาะสมมาใช้ เห็นว่าพ้นท่ปฏิบัติการท่กาหนดไว้นาต้น










ในปัจจุบันอาจเกิดข้นจากการถูกโจมตีในระยะไกลมาก ไม่ควรท่จะใช้เรือดานา ท้งท่เรือดานาเป็นเคร่องมือท ่ ี




ด้วยอากาศยานท่ถูกปล่อย (Launch) จากทะเลหรือ เหมาะสมในการควบคุมทะเลหรือการปฏิเสธการใช้ทะเล



ฐานบินบก และอาวุธปล่อยนาวิถีแบบต่าง ๆ รวมท้ง ของข้าศึกทุกวิธีของการปฏิบัติการตามท่ได้แสดงให้เห็น
การโจมตีจากใต้นาตลอดจนการตรวจจับของข้าศึกอาจ มาแล้ว แนวความคิดเช่นนี้นับว่าผิดหลักการเป็นอันมาก



ใช้ห้วงอากาศในการปฏิบัติการของดาวเทียม หรืออื่น ๆ การควบคมทะเลหรือปฏิเสธการใช้ทะเลของข้าศึก



แม้กระท่งการแพร่คล่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาจากระยะไกล ในอ่าวไทย เรือดานาสมควรท่จะถูกใช้เป็นเคร่องมือ







โดยยานแม่ (Platform) โดยไม่ต้องเข้ามา ดังน้น รบหลก เพราะมีความเหมาะสมท่จะปฏิบัตการไล่ล่า



หากต้องการจะใช้ทะเล ณ พ้นท่บริเวณใดจะควบคุมเฉพาะ ผู้คุกคามในทะเลเปิดนอกอ่าวไทย และบางคร้งอาจต้อง







พ้นนาไม่ได้ ต้องควบคุมห้วงอากาศเหนือพ้นนาน้น ๆ เข้าไปปิดอ่าวระยะไกล ณ แหล่งกาเนิด หรือฐานทัพของ







ข้นไปโดยไม่จากัดความสูง ตลอดจนใต้น้าของพ้นท่น้น ผู้ไม่ปรารถนาดีดังกล่าว ท้งน้สาหรับพ้นท่ปฏิบัติการ







จะต้องควบคุมลงไปจนถึงพ้นท้องทะเลด้วย และขนาด ก็เช่นกัน หากจะป้องกันพื้นที่อันเป็นผลประโยชน์ส�าคัญ




ของพ้นท่จะตีกรอบเฉพาะท่ต้องการ โดยกาลังข้าศึก ย่งต่อความอยู่รอดของชาต คือ อ่าวไทยไว้ให้ได้ พ้นท ี ่






อยู่นอกพ้นท่แต่ปล่อยอากาศยานขนส่งอาวุธหรือแพร่ ปฏิบัติการของกาลังทางเรือจะอยู่เฉพาะในอ่าวไทย
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้ามาไม่ได้ จะต้องเพิ่มพื้นที่ในทางลึก ไม่ได้ ต้องกาหนดให้ไกลออกไปตามสถานการณ์ของ

ออกไปโดยพิจารณาระยะอาวุธ และการตรวจจับของเขาด้วย ภัยคุกคามที่เป็นไปได้
รูปที่ ๖ ค�าจ�ากัดความของการควบคุมทะเล
รูปที่ ๗ พื้นที่ปฏิบัติการกองทัพเรือไม่ควรจ�ากัดเฉพาะในอ่าวไทย
ตัวอย่างของการควบคุมทะเลตามแนวความคิด

ท่กล่าวมา หากพิจารณาประเทศไทยท่จัดว่า อ่าวไทย ตามท่กล่าวมา ในเร่องการควบคุมทะเลและการ




เป็นผลประโยชน์ที่สาคัญย่งต่อความอยู่รอดของชาต ิ ปฏิเสธการใช้ทะเลของข้าศึกได้ เน้นเฉพาะการปฏิบัติต่อ



(Survival interests) ซ่งจะต้องดารงการใช้ประโยชน์ ภัยคุกคามทางทหารยามสงคราม ซึ่งการปฏิบัติดังกล่าว
ให้ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเส้นทางการคมนาคมขนส่ง เพ่อให้ง่ายหากเกิดสถานการณ์จริงควรมีการควบคุม



ทางทะเลท่จาเป็นท่จะต้องควบคุมป้องกันเอาไว้ให้ได้ ทะเลให้ได้ในระดับหน่งต้งแต่ยามปกต ควบคู่ไปกับการ






ในยามสงคราม กรณีท่วางแผนการรบโดยขีดเส้นตีกรอบ ปกป้องผลประโยชน์ของชาต การรกษากฎหมายและ



อ่าวไทยเป็นพ้นท่ปฏิบัติการ และเม่อนาเคร่องมือรบ ความสงบเรียบร้อย รวมถึงขจัดและป้องกันภัยคุกคาม



นาวิกศาสตร์ 14
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒




ที่ไม่ใช่ทางทหาร เช่น การก่อการร้าย การกระท�าอันเป็น ใกลชดและในทางลก ตลอดจนการโจมตแบบยทธศาสตร ์








โจรสลัด การลักลอบเข้าเมือง การลักลอบลาเลียงยาเสพติด การส่งกาลังบารุง การเพ่มเติมกาลัง และถอนกาลัง

สินค้าหนีภาษี อาวุธสงคราม แรงงานผิดกฎหมาย และ การป้องกันพ้นท่ในทะเลและอ่น ๆ การปฏิบัติต่าง ๆ




อ่น ๆ ท้งน้การปฏิบัติท่สาคัญ คือ การปฏิเสธการใช้ทะเล เพ่อสนับสนุนกาลังภาคพ้นเหล่าน้เป็นการขยายอานาจ









ของบ่อเกิดของภัยคุกคามดังกล่าวโดยการปฏิบัติการ กาลังรบของกองเรือในทะเล ท้งท่มีอยู่เองและท่นาไป





เฝ้าตรวจทางทะเล (Sea surveillance) และการปฏบัติการ กับเรือข้นสู่ฝั่ง หลังจากทาการควบคุมทะเลในระหว่าง


ขัดขวางทางทะเล (Maritime Interdiction Operation/ เดินทาง และในพื้นที่ที่หมายยกพลขึ้นบก (Amphibious
MIO) ในการสกัดกั้น ตรวจเยี่ยม จับกุม และผลักดัน Objective Area/AOA) ที่ต้องการได้สมบูรณ์แล้ว
รูปที่ ๘ Maritime Interdiction Operation รูปที่ ๙ การโจมตีฝั่งของ USS. Zumwalt


๑.๓ การขยายอ�านาจจากทะเลขึ้นสู่ฝั่ง (Power นอกจากการขยายอานาจจากทะเลข้นสู่ฝั่งในยาม
Projection Ashore) ชัยชนะของสงครามขนาดใหญ่ สงครามแล้วยามปกติก�าลังทางเรือมักจะถูกให้ใช้อ�านาจ





มักจะมาจากการรบภาคพ้นท่มีกาลังทางบกเป็นความ กาลังรบท่มีอยู่ในทะเลนาข้นบก เพ่อเป็นเคร่องมือในการ





พยายามหลัก (Main effort) โดยมีกาลังทางเรือและ แก้ปัญหาให้ทางบ้านเมืองโดยการส่งกาลังข้นบกช่วย


กาลังทางอากาศของกองทัพอากาศเป็นกาลังสนับสนุน ในการรักษาความสงบเรียบร้อย และช่วยเหลือประชาชน




และส่วนมากในการรบด้านท่ติดทะเล หรือท่ยังไม่ม ี จากภัยพิบัติอีกด้วย


การสถาปนากาลังใด ๆ ของฝ่ายเราคือ ต้งต้นจากศูนย์

ในการแย่งยึดพ้นท่บนบก มีความจาเป็นต้องได้รับการ


สนับสนุนจากกาลังทางเรือ ท้งในการปฏิบัติการสะเทินนา





สะเทินบกเพ่อส่งกาลังรบยกพลข้นบก (Landing force)


ขึ้นยึดหัวหาด สถาปนาก�าลังแล้วปฏิบัติการบนฝั่งต่อไป
ในการยุทธบรรจบ แก้ปัญหาการรบหรืออื่น ๆ ซึ่งรวมถึง




การเปิดทางให้กาลังรบขนาดใหญ่ตามข้นไปเพ่อทาการยุทธ


ข้นแตกหักด้วย การใช้อานาจการยิง (Fire power)


จากทะเล ซ่งได้แก่กาลังอากาศนาว ปืนใหญ่เรือ และ

อาวุธปล่อยแบบต่าง ๆ โจมตีสนับสนุน ท้งแบบโดย รูปที่ ๑๐ การช่วยเหลือประชาชนจากทะเล

นาวิกศาสตร์ 15
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

๒. ระดับต่าง ๆ ของกองทัพเรือโลก (World ๒.๒. กองทัพเรือทะเลลึก (Blue water navy)
Naval Hierarchy) พลเรือเอก Gorshkov อดีต เป็นกองทัพเรือระดับรองลงมา เช่น ของอังกฤษและ


ผู้บัญชาการทหารเรือสหภาพโซเวียตรัสเซีย ผู้มีช่อเสียง ฝร่งเศส สามารถปฏิบัติการได้คล้ายกับแบบแรก แต่ม ี

เป็นที่ยอมรับในยุคสงครามเย็นได้เคยกล่าวไว้ว่า ในโลก ขีดความสามารถ และทรัพยากรจากัดกว่ามาก ไม่สามารถ
แห่งความเจริญทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีท่พัฒนาก้าวหน้า ออกปฏิบัติการไกล ๆ หลายแห่งได้พร้อมกันโดยเฉพาะ






ขนเรอย ๆ น ย่อมมผลต่อการเปลยนแปลงเทคโนโลย ี ถ้าจะต้องทาการรบกับฝ่ายตรงข้ามท่มีขีดความสามารถสูง












ในการสร้างเรอตลอดจน ระบบขับเคลอน ระบบอาวุธ ปกตแล้วกองทัพเรอประเภทน้จะส่งกาลงออกปฏิบติการ




และอ่น ๆ ทาให้เรือรบสมัยใหม่มีประสิทธิภาพสูงและ ในทะเลลึกท่ห่างไกลจากชายฝั่งประเทศแม่ของตน



แน่นอนค่าใช้จ่ายในการสร้างกองทัพย่อมสูงข้นตามไปด้วย เป็นประจ�า



ซ่งเป็นภาระของประเทศชาติจึงเป็นส่งท่ท้าทายสาหรับ






ผ้บริหารจดการท่จะตองพจารณาส่งแวดล้อมต่าง ๆ ในการ

จะสร้างกองทัพเรือว่าควรให้ตนมีขีดความสามารถอยู่

ในระดับใด ในการน้เขาได้แบ่งระดับของกองทัพเรือไว้
๔ ระดับ คือ
๒.๑ กองทัพเรือโลก (Global navy) เป็นกองทัพเรือ
ของชาติอภิมหาอานาจ ซ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกาและ


สหภาพโซเวียตรัสเซีย (สมัยน้น) เป็นกองทัพเรือท่ม ี



ขีดความสามารถในการส่งกาลังทางเรือออกปฏิบัติการได้ รูปที่ ๑๒ การยกพลขึ้นบก
ทุกมหาสมุทรในโลกพร้อมกัน มีอัตราการจัดกาลังอากาศ ๒.๓ กองทัพเรือภูมิภาค (Regional navy)

นาวีท่สมบูรณ์แบบ โดยม “นภานุภาพ” (Air power) เป็นกองทัพเรือท่มีความเข้มแข็งในภูมิภาคของตน








ในตัวและกาลังเฉพาะกิจสะเทินนาสะเทินบกประจา กองทัพเรือหลายชาติจะถูกจัดให้อยู่ในประเภทน ซ่ง





ในแต่ละกองกาลัง สามารถปฏิบัติการรบกับฝ่ายตรงข้ามท่ม ี คุณลักษณะท่สาคัญ คือ สามารถแสดงให้เห็นเป็นท ี ่


ขีดความสามารถสูงท่อยู่ห่างไกลใด ๆ ก็ได้ อย่างต่อเนื่อง ประจักษ์ได้รับการยอมรับว่าเป็นกองทัพเรือท่ม ี




ในระยะยาว เป็นกองทัพเรือที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด ความสาคัญในระดับช้นนาของภูมิภาค ขีดความสามารถ


ของกาลังรบไม่เป็นรองใคร และมีบทบาทนาในการ



จัดการเก่ยวกับด้านความม่นคง และความร่วมมอในการ
รักษาความสงบเรียบร้อยทางทะเลในภูมิภาค สามารถ
ปฏิบัติการไกลจากชายฝั่งตนได้ตามท่ต้องการท่วภูมิภาค



พร้อมท้งต้องมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการ
สะเทินน�้าสะเทินบกนอกประเทศ และการขยายอ�านาจ
จากทะเลขึ้นสู่ฝั่งรูปแบบอื่นได้ในระดับหนึ่ง ก�าลังรบหลัก
ของกองทัพเรือประเภทน้ท่ต้องมีเป็นอย่างน้อยนอกเหนือ






ไปจากท่ใช้ในการป้องกันฝั่ง คือ เรือรบหลัก เรือดานา
และเคร่องบินลาดตระเวนทางทะเลท่ทันสมัยปฏิบัติการ


รูปที่ ๑๑ เครื่องบินโจมตีขับไล่ขึ้นลงทางดิ่งแบบ F-35 ได้ไกลและจ�านวนมากพอ
นาวิกศาสตร์ 16
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

รูปที่ ๑๔ การจัดระดับกองทัพเรือ







สาหรบกองทพเรอท่ปฏบตการไมใช่ทะเลลก ได้แบง





รูปที่ ๑๓ เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลและเรือด�าน�้าเป็นสิ่งจ�าเป็น
ลงออกไปอีก ๒ ประเภท คือ กองทัพเรือใกล้ฝั่ง (Green

๒.๔. กองทัพเรือชายฝั่ง (Coastal navy) water Navy) ท่ปฏิบัติงานในลักษณะการป้องกันฝั่ง
เป็นกองทัพเรือที่ปฏิบัติการในอาณาเขตทางทะเลของตน (Coastal defense) และกองทัพเรือชายฝั่ง (Brown water

ซ่งส่วนใหญ่จะคลอบคลุมเฉพาะภายในเขตเศรษฐกิจ Navy) ที่ปฏิบัติงานในลักษณะต�ารวจ (Constabulary)



จาเพาะ (Exclusive Economic Zone/EEZ) ในการป้องกัน เหมอนหน่วยยามฝั่ง (Coast guard) หรอตามลานา



ภัยคุกคามท่อาจเข้ามา และจัดการความสงบเรียบร้อย สาหรบประเทศทไม่มทะเล แต่ละประเภทแบ่งย่อย






ภายใน เคร่องมือรบหลักประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ ลงไปอีกคือ ประเภทแรกแบ่งเป็น กองทัพเรือใกล้ฝั่ง

ประเภทต่าง ๆ เรือสงครามทุ่นระเบิด เรือด�าน�้าชายฝั่ง แห่งภูมิภาคปฏิบัติการป้องกันฝั่งภายในท่ห่างออกจาก

ระบบเฝ้าตรวจ และป้องกันฝั่งประเภทต่าง ๆ การแบ่ง เขตเศรษฐกิจจาเพาะเล็กน้อย และกองทัพเรือใกล้ฝั่ง



ระดับกองทัพเรือของ พลเรือเอก Gorshkov ตามท่กล่าว ท่ปฏิบัติการภายในเขตเศรษฐกิจจาเพาะ สาหรับ


มาแล้ว เป็นการแบ่งอย่างกว้าง ๆ ต่อมาได้มีผู้พยายาม อีกประเภทของกองทัพเรือท่ปฏิบัติงานลักษณะหน่วย



แบ่งระดบเป็นประเภทตามขดความสามารถย่อยลงไปอก ยามฝั่งหรือตามลานา แบ่งย่อยลงไปได้อีก ๔ ประเภท






จนในท่สุดเม่อปี ค.ศ.๑๙๙๖ Daniel Todd และ Michael ตามรายละเอียดที่แสดงในรูป
Lindberg ศาสตราจารย์ทางภูมิรัฐศาสตร์และการทหาร
แห่งมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาได้แบ่งระดับความ
สามารถกองทัพเรือในโลกอีก โดยให้มี ๒ ประเภทใหญ่
คือ กองทัพเรือทะเลลึก และกองทัพเรือที่ไม่ใช่ทะเลลึก

ประเภทแรกแบ่งออก ๔ ลาดับ รองลงไปตามขีด

ความสามารถในการปฏิบัติการขยายอานาจจากทะเล




ข้นสู่ฝั่ง ได้แก สามารถปฏิบตได้ทกแห่งในโลกหลายแห่ง

พร้อมกันอย่างต่อเน่อง ปฏิบัติการได้ทุกแห่งในโลก

อย่างมีขีดจากัด ปฏิบัติการได้ในภูมิภาคใกล้เคียง และ

ปฏิบัติการได้ในภูมิภาคอย่างจากัดท่ไม่ห่างไกลจาก


เขตเศรษฐกิจจ�าเพาะ รูปที่ ๑๕ การจัดระดับกองทัพเรือต่อ
นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

๓. ข้อคิดเห็นส�าหรับกองทัพเรือไทย


ตามท่ได้เคยเสนอแนะในบทความท่แล้วว่า
หากประเทศไทยได้พัฒนาขีดความสามารถการใช้

ทะเลให้สูงข้น จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นชาติทะเล






(Maritime nation) ชนนาของโลกมสมททานภาพท่ ี










เขมแขง เปนประเทศทมงคงแลว กาลงทางเรอทใชปกปอง









คุ้มครองควรเป็นกาลังท่มีลักษณะเป็นกองทัพเรือภูมิภาค
นั้น แท้จริงแล้วผู้เขียนยังเห็นว่า แม้กระทั่งในสถานภาพ

ของปัจจุบนจากการทต้องปกป้องผลประโยชน์ของชาต ิ


ทางทะเลมูลค่ารวมประมาณปีละกว่า ๒๐ ล้านล้านบาท
ซึ่งที่ส�าคัญที่สุดคือ เส้นทางการคมนาคมขนส่งทางทะเล รูปที่ ๑๖ เส้นทางคมนาคมขนส่งทางทะเลหลักของไทย
ท่เปรียบเสมือนเส้นโลหิตท่หล่อเล้ยงเศรษฐกิจการค้าของ




ประเทศท่ต้องดารงรักษาให้ใช้ได้อย่างต่อเน่อง ต้งแต่ จากอ่าวไทยสู่เส้นทางหลักท่บริเวณทะเลจีนใต้ผ่าน





ยามสงบจนถึงยามสงครามน้น จุดมุ่งหมายของการ ช่องแคบมะละกาออกสู่มหาสมุทรอินเดียไปยังคู่ค้า

เสริมสร้างกาลังทางเรือไทย ยังควรให้มขีดความสามารถ ทางเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรปอีกสายหนึ่ง ซึ่ง


พ้นจากระดับกองทัพเรือชายฝั่งเข้าสู่ระดับการเป็น ในปัจจุบันแม้จะมีการลาเลียงขนถ่ายสินค้าเข้าออกท ี ่
กองทัพเรือภูมิภาค ในการนี้มีข้อพิจารณาดังนี้ ท่าเรือในประเทศด้านอ่าวไทยมา และไปยังประเทศคู่ค้า
๓.๑ ประการแรกเก่ยวกับเส้นทางคมนาคมขนส่ง บ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังต้องผ่านเมืองท่าหลักท่สิงคโปร์






ทางทะเล ซ่งปัจจุบันได้ใช้เป็นประโยชน์ในการลาเลียง เส้นทางน้เปรียบเสมือนเส้นโลหิตท่หล่อเล้ยงประเทศ

สินค้าเข้าออกของประเทศประมาณกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ในอดีตเส้นทางน้เคยใช้การไม่ได้จากการถูกสัมพันธมิตร








ของปริมาณท้งหมด ซ่งรวมถึงนามันเช้อเพลิงด้วย ท้งน ้ ี วางทุ่นระเบิดด้วยอากาศยาน และเรือดานาในอ่าวไทย




เส้นทางดังกล่าวท่ใช้เป็นหลัก คือ เส้นทางด้านอ่าวไทย ช่วงสงครามโลกคร้งท่สองทาความลาบากอย่างแสนสาหัส






ท่เร่มจากท่าเรือใหญ่บริเวณก้นอ่าวทอดผ่านอาณาเขต ต่อเศรษฐกิจ และพ่น้องประชาชนมาแล้ว สาหรับเส้นทาง

ทางทะเลออกทะเลจีนใต้สู่เส้นทางหลักทางมหาสมุทร ลาเลียงขนส่งทางทะเลอีกเส้นท่สามารถใช้เป็นเส้นทาง





แปซฟิกไปยงประเทศค่ค้าในภมภาคเอเชยตะวนออก ส�ารองได้ คือ เส้นทางทางด้านทะเลอันดามันหากมีการ




เฉียงใต้ จีน ญ่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาสายหน่ง และ สร้างท่าเรือใหญ่ทางฝั่งนี้


รูปที่ ๑๗ เส้นทางเดินเรือหลักของโลก
นาวิกศาสตร์ 18
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒




สาหรับเส้นทางเดินเรือหลักของโลกม ๓ เส้นทางใหญ่ เฉียงใต้ไว้ให้ได้ในระดับหน่ง หรืออย่างน้อยจะต้องไม่



คือ เส้นทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก (Transpacific) ซ่ง เป็นรองมากนัก ซ่งก็คือการรักษาดุลยภาพของกาลังรบ

เช่อมการค้าระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชีย สัมพันธ์และการมีอิทธิพล หรือการมีบทบาทนาในภูมิภาค



ตะวันออกไกล กับสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เส้นทางเอเชีย สาหรับการมีบทบาทนายามสงบน้ในการปฏิบัติการทางทหาร

ตะวันออก (Fareast/Europe) ซ่งเช่อมเอเชียกับยุโรปและ จะได้แก่ การฝึกผสม ความร่วมมือในการต่อต้าน



เส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (Transatlantic) ซึ่ง การก่อการร้าย และการรกษาความสงบเรียบร้อยทางทะเล
เชื่อมการค้ายุโรปกับอเมริกา เส้นทางที่เกี่ยวกับไทย คือ ตลอดจนการแสดงกาลัง เพ่อผลการป้องปรามและการ









เส้นทางขามมหาสมทรแปซฟกและเส้นทางเอเชียตะวนออก ดาเนินการทางการเมืองในภูมิภาคและอ่น ๆ ส่วนการ







ท้งสองเส้นทางน้เช่อมระหว่างกันโดยช่องแคบมะละกา ปฏิบติทไม่ใช่ทางทหารท่สาคญจะได้แก่ การป้องกัน




ช่องแคบซนดา และช่องแคบลอมบอก หากแบ่งพนท ่ ี และปราบปรามการกระทาอันเป็นโจรสลัด การปฏิบัต ิ



ท่เก่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเลของไทยจะสามารถ ตามพันธกรณีกับองค์การสหประชาชาต หรือกับองค์กรอ่น



แบ่งออกได้ คือ อ่าวไทย ทะเลอันดามัน ทะเลจีนใต้ ภายในภูมิภาค และการช่วยเหลือประชาชนในการ
มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย ซ่งอ่าวไทย บรรเทาภัยพิบัติต่าง ๆ ภายในภูมิภาค ท้งหมดเหล่าน ้ ี





และทะเลอันดามันเป็นพ้นท่บนเส้นทางท่ใช้เข้าประเทศ การจะปฏิบัติได้ กองทัพเรือไทยจะต้องมีขีดความสามารถ



โดยตรง ส่วนพ้นท่ท่เหลือเป็นพ้นท่บนเส้นทางเดินเรือ ในการควบคุมทะเล และการขยายอานาจจากทะเล





หลักของโลกและท่กล่าวมามีท่น่าสังเกต คือ เส้นทาง ขึ้นสู่ฝั่ง ณ พื้นที่ใด ๆ ที่ต่อเนื่องจากอาณาเขตทางทะเล


ขนส่งทางทะเลหลักด้านอ่าวไทยท่ต่อเช่อมกับเส้นทาง (เขตเศรษฐกิจจ�าเพาะ และเขตไหล่ทวีป) ซึ่งกล่าวโดยสรุป

เดินเรือหลักของโลก น้นมิใช่อยู่เฉพาะภายในอ่าวไทยแต่ คือ ด้วยสภาวะปัจจุบันจุดมุ่งหมายในการเสริมสร้าง
พ้นอ่าวไทยลงมาจนถึงปากทะเลจีนใต้และท่าเรือสิงคโปร์ ขีดความสามารถกาลังทางเรือท่ต้องการให้เป็นในสถานภาพ



การจะดารงความมเสรในการใช้เส้นทางตลอดเวลาท ี ่ สุดท้าย (End state) ของกองทัพเรือไทย คือ ควรเสริมสร้าง


ต้องการในยามสงคราม จะต้องควบคุมทะเลในอ่าวไทย ให้เป็นกองทัพเรือประเภท กองทัพเรือทะเลลึก ล�าดับที่

และต่อเน่องออกมาจนถึงบริเวณปากทะเลจีนใต้ ๔ ในการจัดตามที่แสดงในรูปที่ ๑๔ “Regional Power
ครอบคลุมจนถึงบริเวณหน้าทางเข้าช่องแคบมะละกาท ่ ี Projection”
ไม่ใช่อาณาเขตทางทะเลของประเทศท่ไม่ใช่คู่สงคราม ๓.๒ ในการพิจารณาเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้าง

ให้ได้ หรืออย่างน้อยต้องปฏิเสธการใช้ทะเลของฝ่าย กาลงตามจุดมุ่งหมายท่ต้องการให้เป็นในสถานภาพสุดท้าย




ตรงข้าม ซ่งเคยกล่าวไว้แล้วหากต้องการควบคุมทะเล (End state) ตามข้อท่แล้ว จะต้องตรวจสอบก่อนว่า



พ้นท่ใดจะต้องขยายพ้นท่ปฏิบัติการออกไปให้ครอบคลุม ปัจจุบันสถานภาพกาลังทางเรือ กองทัพเรือไทยสมควร



สถานการณ์ทางยุทธวิธีของภัยคุกคามด้วย และท้งน ้ ี ถูกจัดให้มีขีดความสามารถอยู่ในกองทัพเรือประเภทใด



ทางด้านทะเลอันดามันอาจต้องเตรียมไว้เป็นหนทางปฏิบัต ิ ๓.๒.๑ ด้วยโครงสร้างของกาลังทางเรือปัจจุบันท่ม ี
ส�ารอง จึงต้องสามารถควบคุมทะเลให้ได้อย่างน้อยพื้นที่ ขีดความสามารถป้องกันฝั่งต้งแต่ระยะไกล โดยเรือฟริเกต

เขตเศรษฐกิจจ�าเพาะและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งครอบคลุม ขีดสมรรถนะสูงจ�านวนหนึ่ง เรือฟริเกตเบา เรือคอร์เวต
สถานการณ์ตามท่กล่าวมาแล้วด้วย ส่วนในยามสงบ เรือตรวจการณ์ประเภทต่างๆ เรือสงครามทุ่นระเบิด




เพอให้เป็นการง่ายในเวลาสงคราม ควรต้องมการ เครื่องบินต่อสู้เรือผิวน�้า และลาดตระเวนระยะปานกลาง


เตรียมการโดยดารงความได้เปรียบทางทะเลในพ้นท ่ ี ระบบตรวจจับ และต่อสู้อากาศยานรักษาฝั่งต่าง ๆ
ปฏิบัติการใด ๆ ที่อาจเป็นไปได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ปฏิบัติการโจมตีและคุ้มกัน โดยการประกอบกาลังของ

นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒











เรอฟริเกตขีดสมรรถนะสูง เรอบรรทกเฮลิคอปเตอร์ กบพนทภายในเขตเศรษฐกจจาเพาะด้านทะเลอันดามัน

ดาดฟ้ายก (Helicopter carrier with ski jump) ได้ในเวลาท่ต้องการ ท้งน้จะต้องมีขีดความสามารถ



เรือส่งก�าลังบ�ารุง ก�าลังอากาศนาวี และก�าลังทางอากาศ ในการปฏิบัติทางเรือทุกรูปแบบ ณ พ้นท่ปฏิบัติการ



ของกองทัพอากาศท่มาข้นควบคุม/บังคับบัญชา ใด ๆ ในภูมิภาค


ทางยุทธการ และขยายอานาจข้นสู่ฝั่งได้อย่างมีขีดจากัด - ขยายอ�านาจจากทะเลขึ้นสู่ฝั่ง โดยปฏิบัติการ


ในเร่องระยะทางและพลังอานาจ ท้งขนาดของการ สะเทินนาสะเทินบกด้วยกาลัง ๑ หน่วยยกพลข้นบก









ปฏิบัติการสะเทินนาสะเทินบก อานาจการยิงจากทะเล ท่ประกอบกาลังไม่เกิน ๑ กองพันข้นบก พร้อมหน่วย




และขดความสามารถในการช่วยเหลอฟื้นฟภยพบต ิ สนับสนุนการรบ และช่วยรบได้ตลอดชายฝั่งท่ต่อเน่อง









บนฝั่ง ความสามารถเช่นน้น่าจะจัดเป็นประเภทกองทัพเรือ ในภูมิภาค ในการน้สาหรับการช่วยเหลือประชาชนควร

ชายฝั่งตามการจัดของ พลเรือเอก Gorshkov และเป็น มีขีดความสามารถปฏิบัติการช่วยเหลือ และฟื้นฟูจาก

ประเภทกองทัพเรือท่ไม่ใช่ทะเลลึก เป็นลักษณะ Green ภัยพิบัติบนฝั่งได้ระดับหน่ง โดยพร้อมท่จะปฏิบัติจาก


water navy ล�าดับที่ ๕ “Regional offshore coastal ทะเลได้ ณ ทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้








defense” ตามท่แสดงในรูปท ๑๕ ซ่งนิยามท่กาหนด - ยามสงบจะต้องมีบทบาทนาในภูมิภาคทุกเร่อง

เป็นกองทัพท่มีขีดความสามารถในการป้องกันฝั่งระยะไกล เก่ยวกับความม่นคง และการปฏิบัติทางมนุษยธรรม



ตั้งแต่พ้นระยะเขตเศรษฐกิจจ�าเพาะเข้ามา ในทะเล รวมท้งการปฏิบัติตามพันธกรณ และข้อตกลง

ต่าง ๆ ในภูมิภาคและองค์กรระหว่างประเทศ


๓.๒.๓ เพ่อให้บรรลุขีดความสามารถท่กล่าวมาน ี ้


เม่อเปรียบเทียบกับกาลังท่มีอยู่ในปัจจุบันและกาลัง



จัดหา ข้อเสนอแนะแนวทางในการเสริมสร้างกาลังทาง
เรือดังนี้

- เพ่มเติมเรือฟริเกตสมรรถนะสูงให้ครบ

ตามจานวนสามารถประกอบกาลังเป็นหมวดเรือโจมต ี



ระยะไกล กับเรอบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ และหรือเรอ
รูป ๑๘ Ski jump ส่งกาลงบารงปฏบตการในภมภาค ทงนมข้อเสนอแนะ















๓.๒.๒ ส�าหรับจุดมุ่งที่ต้องการให้เป็นในสภาพ เพ่มเติม คือ เพ่อเพ่มอานาจการยิงในการขยายอานาจ






สุดท้ายของกองทัพเรือไทย คือ การเป็นกองทัพเรือทะเลลึก จากทะเลข้นสู่ฝั่ง ควรติดต้งปืน ๑๒๐ มิลลิเมตร และ

ท่สามารถขยายอานาจจากทะเลข้นสู่ฝั่งได้อย่างจากัด เพ่มเติมอาวุธปล่อยโจมตีฝั่ง (Land attack missile)




ในภูมิภาค “Regional power projection” ตามท ่ ี ให้กับเรือฟริเกตที่จะจัดหาใหม่


กล่าวมาแล้วน้น เม่อพิจารณาร่วมกับส่งแวดล้อม - เรือด�าน�้าและเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล




ภัยคุกคาม และหน้าท่ภารกิจท่ต้องบรรล กาลังทางเรือ ระยะไกลท่มีขีดความสามารถปราบเรือดานาเป็นส่งจาเป็น







ของกองทัพเรือไทยควรมีขีดความสามารถหลัก คือ สาหรับกองทัพเรือ ประเภทน้เห็นควรเร่งรัดให้จัดหา




- ป้องกันฝั่งท้งสองด้านต้งแต่สุดอาณาเขต ตามแผน
ทางทะเลเข้ามา - เพ่มเติมเรือยกพลข้นบก และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ



- ควบคุมทะเลในอ่าวไทยและบริเวณท่ต่อเน่อง ให้เพียงพอท่จะปฏิบัติการสะเทินนาสะเทินบกด้วย






ในทะเลจีนใต้ท่ไม่ใช่อาณาเขตทางทะเลของประเทศอ่น ก�าลังรบ ๑ หน่วยยกพลขึ้นบก ณ บริเวณใด ๆ เมื่อสั่ง
นาวิกศาสตร์ 20
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒



ในภูมิภาค ในการน้เห็นควรให้พิจารณาเพ่มขีดความ


สามารถหน่วยท่เก่ยวข้องให้สามารถปฏิบัติการจากทะเล
ขึ้นช่วยบรรเทาภัยพิบัติให้กับประชาชนบนฝั่ง ณ ที่ใด ๆ



ในภูมิภาคด้วยเช่นกัน ท้งน้เรือยกพลข้นบกส�าหรับ

การปฏิบัติการขยายอานาจจากทะเลข้นสู่ฝั่งน้น เน่องจาก




การปฏิบัตการดังกล่าวนอกจากการปฏิบัติการสะเทินนา



สะเทนบกแล้ว ในยามปกตปัจจบนเหตการณ์วกฤต ิ





ต่าง ๆ ของโลกส่วนใหญ่จะเป็นการขัดแย้งกรณีพิพาท
รูปที่ ๒๐ อาวุธส�าคัญที่ควรเสริมสร้าง
ไปกับเรือได้เป็นจ�านวนมาก มีขีดสามารถในการล�าเลียง
กาลังพล และส่งอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้พร้อมมูล เป็นเรือ


พยาบาล และเป็นเรือบังคับบัญชาการปฏิบัติต่าง ๆ
ในทะเลและบนฝั่งได้ จึงมีความเหมาะสมกับการ
ปฏิบัติการสันติภาพ การช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัต ิ


การป้องกัน และปราบปรามการกระทาอันเป็นโจรสลัด

การปราบปรามการกระทาอันเป็นความผิดกฎหมายใน
รูปที่ ๑๙ ทะเลตาง ๆ การสงกาลงบารง การตอตานการกอการราย












ระดับตา การต่อสู้ในเชิงอสมมาตร (Asymmetrical การปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ และอื่น ๆ เห็นควร

warfare) การเกิดกรณีภัยคุกคามสมัยใหม่ทั้งทางทหาร พิจารณาเรือประเภทดังกล่าว เป็นเรอหลกทดแทนเรือ


และไม่ใช่ทางทหาร เรือยกพลข้นบกขนาดใหญ่แบบม ี ยกพลข้นบกท่จะปลดประจาการให้เพียงพอตาม



อู่ลอย (Landing Platform Dock) และเรือยกพลขึ้นบก ความต้องการอย่างต่อเนื่อง
ขนาดใหญ่เฮลิคอปเตอร์ (Landing Helicopter Dock) - จากการที่ต้องปฏิบัติการสะเทินน�้าสะเทินบก ณ





จึงเป็นเรือเอนกประสงค์ท่กาลังเป็นท่นิยมใช้ของ ตาบลท่ห่างไกลแม้จะด้วยขนาดจากัด แต่ยังจาเป็นต้อง




กองทัพเรือชาติต่าง ๆ ท้งประเทศท่ทันสมัย และกาลัง ได้รับการสนับสนุนการโจมตีจากกาลังทางอากาศ



พัฒนาจนได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็น “เรือเอนกประสงค์ แต่บางคร้งอาจเกินรัศมีปฏิบัติการฝ่ายเรา จึงควรจัดหา
แห่งศตวรรษ” (Multirole Naval Platform Of The เฮลิคอปเตอร์โจมตีไปกับเรือในการปฏิบัติการด้วย

21 Century) เพราะนอกจากการยกพลข้นบกแล้ว - หากงบประมาณเอื้ออ�านวยเครื่องบินขับไล่ขึ้นลง
st


ด้วยคุณสมบัติท่เป็นเรือใหญ่ สามารถนาเฮลิคอปเตอร์ ทางด่งยังเป็นอาวุธหลักท่กองเรือใหญ่ควรมีสาหรับการ



เรอระบายพล ยานสะเทนนาสะเทนบก และยานพาหนะ ปฏิบัติการป้องกันภัยทางอากาศกองเรือ และการโจมต ี





นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒


ตามท่กล่าวมาทงหมด ขอเรยนสรุปคาตอบทต้ง







ประเด็นไว้ ซ่งเป็นจุดมุ่งหมายของบทความ คือ “กองทัพเรือ


ภูมิภาค” เป็นกองทัพเรือท่ได้รับการยอมรับว่า มีความ










สาคญในระดบชนนาของภมภาค มขดความสามารถ
ก�าลังรบที่เข้มแข็งไม่เป็นรองใคร มีบทบาทน�าในภูมิภาค
โดยเฉพาะการจัดการในด้านความมั่นคง และความสงบ
สุขทางทะเล สามารถปฏิบัติการได้ไกลท่วภูมิภาค โดย


ต้องมีขีดความสามารถในการขยายอานาจจากทะเล

ข้นสู่ฝั่งได้ในระดับหน่ง สาหรับกองทัพเรือไทยท่สถานภาพ



ขีดความสามารถก�าลังทางเรือปัจจุบัน จัดอยู่ในประเภท
กองทัพเรือชายฝั่ง หรือเป็นกองทัพเรือที่ไม่ใช่ปฏิบัติการ
ทะเลลึกประเภทกองทัพเรือใกล้ฝั่ง (Green water Navy)

ปฏิบัติการป้องกันฝั่งระยะไกลได้ เสนอแนะให้กาหนด

รูปที่ ๒๑ เรือยกพลขนาดใหญ่แบบมีอู่ลอย และแบบเฮลิคอปเตอร์ จุดมุ่งในการเสริมสร้างขีดความสามารถกาลังทางเรือ

ท่ต้องการให้เป็นในสภาพสุดท้าย พ้นจากการเป็นกองทัพเรือ
ชายฝั่งเข้าส่ระดบการเป็นกองทพเรอภมภาคในเอเชย







ตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับแนวทางเสริมสร้างกาลัง

เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งดังกล่าวด้วย
เอกสารอ้างอิง
• เอกสารอ้างอิงกองทัพเรือ หมายเลข ๘๐๐๑ “หลักนิยมทางทะเลของ
กองทัพเรือ”
• เอกสารอ้างอิงกองทัพเรือ หมายเลข ๘๐๐๒ “การป้องกันและรักษา
ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล”
• เอกสารอ้างอิงกองทัพเรือ หมายเลข ๘๐๐๔ “หลักการและทฤษฎีการท�า
สงคราม”
• เอกสารอ้างอิงกองทัพเรือ หมายเลข ๘๐๐๕ “การปฏิบัติการทางเรือของ
กองก�าลังนานาชาติ (MMOPs)”
• “Modern Sea Power” Geoffrey Till, Brussey’s Defense Publisher
• “Talking about Sea Control” Robert C. Ruble, Naval War College
Review. US. Naval War College
• “Australian Maritime Doctrine (RAN doctrine 1)” RAN sea Power
Centre, HMAS Creswell Jervis Bay NSW 2540
• “The nature of sea control and sea denial” Dr.Ching Chang 12
รูปที่ ๒๒ เฮลิคอปเตอร์โจมตี และเครื่องบินโจมตีขับไล่ขึ้นลงทางดิ่ง September 2018, Centre for International Maritime Security – Horn
of Africa. EU. NAVFOR.
เป้าหมายท้งในทะเลและบนบกหากต้องปฏิบัติการ • “Next Generation Power Projection” Brian Kelman and Igor Pejic,


นอกระยะปฏิบัติของกาลังทางอากาศจากฐานบินบกของ Southfront : Analysis & Intelligence
• ค้นหาจาก https://en.m.wikipedea.org>wiki>Blue water Navy,
กองทัพอากาศ Green water Navy, Brown water Navy
นาวิกศาสตร์ 22
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงค์




น�าเรื่อง อุบัติเหตุท่จะกล่าวถึง แน่นอนว่า ผู้บังคับการเรือ
















ทหารเรือและผู้ท่คุ้นเคยกับทหารเรือคงตอบปัญหา ตองรบผดชอบ เรามาตดตามดวา ทาไมเรอดานาททนสมย
การชนภเขาใต้ทะเลของ USS San Francisco ว่าใครควร ได้ชนภูเขาใต้ทะเล สาเหตุมาจากองค์วัตถุหรือองค์บุคคล


ถูกต�าหนิ ได้โดยไม่ต้องคิดนาน ก็คือ ผู้บังคับการเรือไงครับ กนแน และเราสามารถถอดบทเรยนอะไรไดบางทจะเปน










ไม่ว่ากองทัพเรือใดคงใช้หลักการเดียวกัน Nicholas ประโยชน์ต่อกองทัพเรือไทย อย่างน้อยท่สุดเพ่อหลีกเล่ยง
Monsaratt อดีตนายทหารเรือของราชนาวีอังกฤษ ได้เขียน มิให้วิกฤติการณ์ท�านองนี้เกิดขึ้น


ชมเชยลักษณะของผู้บังคับการเรือโดยรวม ในหนังสือของ การชนกนของรถยนตในทศทางสวนกนดวยความเรว







เขาเร่อง “The Cruel Sea” ว่า “ผบังคบการเรือรบผดชอบ ราว ๔๐ ไมล์ ต่อช่วโมง ถือว่าเป็นอุบัติเหตุท่ร้ายแรง



ู้






ต่อทุกคน สาหรับตวเขาเองไม่ต้องเข้ายามใด ๆ เมอเขาวาง ตามมาตรฐานท่ว ๆ ไป แต่สาหรับเรือดานานิวเคลียร์ชนกับ







เพ่อพักผ่อน ซ่งแทบจะไม่มีเวลาสาหรับเขา แต่ถ้าพอหาเวลาได้ ภูเขาใต้ทะเลในระดับความลึก ๕๒๕ ฟุต กลางมหาสมุทร




เขาจะเข้านอนบ้าง เขาเป็นคนเงียบมาก ไม่บ่น และเป็นคนท ี ่ แปซิฟิก นับว่าเป็นความหายนะ น่นคือส่งท่เกิดข้นกับ
เช่อถือได้อย่างย่ง น่นคือ ลักษณะท่ผู้บังคับการเรือต้องมี” USS San Francisco เป็นอุบัติเหตุเลวร้ายท่สุดในยุค






อย่างไรก็ดี เมื่อมีอุบัติเหตุหรือวิกฤติการณ์ บุคคลที่ ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ใครท่ทราบเร่องน้เขาจะต้ง






ต้องแบกภาระรบผิดชอบคงหนไม่พ้นผู้บังคับการเรือ คาถามทันทีว่า มันเกิดข้นได้อย่างไร ภูเขาใต้ทะเลมิใช่

ซ่งรับไปเต็ม ๆ เม่อคร้งเรือพิฆาต Hobson ชนกับ วัตถุขนาดเล็ก แล้วเป็นความผิดของใคร




เรือบรรทุกเคร่องบิน Melbourne ในปี ค.ศ. ๑๙๕๒ ใครที่ได้มีโอกาสเห็นหัวเรือของ USS San Francisco


หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal กล่าวเก่ยวกับ ในภายหลังการชนมักจะคิดว่าเรือลาน้รอดมาได้อย่างไร

ผู้บังคับการเรือ (ถูกน�าไปอ้างอิงบ่อยครั้งมาก) ว่า และใช้เวลายาวนานถึง ๕๒ ช่วโมง ในทะเลกว่าจะเดินทาง



“ในทะเลมีประเพณีท่เก่าแก่กว่าประเพณีบนบก คือ ด้วยตัวเองกลับไปยังฐานทัพเรือของตนท่เกาะกวม


ประเพณีของการรับผิดชอบและอานาจหน้าท่ และท้งสอง หัวเรือท่เสียหายใช้งบประมาณซ่อมทาราวหลายร้อยล้าน



ประการนี้กลายเป็นภาระรับผิดชอบ (Accountability) เหรียญสหรัฐอเมริกา นาวาโท Kevin Mooney
มันช่างโหดร้าย ภาระรับผิดชอบของคนดีและมีความ ผู้บังคับการเรือ กล่าวว่า “เรือของเราชนด้วยหัวเรือ


ต้งใจดี แต่ทางเลือกหรือสิ่งสุดท้ายคือความรับผิดชอบ เข้าเต็ม ๆ ผมคิดว่าเราเกือบสูญเสียเรือลาน้ไปแล้ว



และท้ายท่สุดจากการได้เรียนรู้ของทะเลโหด น่นคือ ผมขอรับผิดชอบอย่างเตมท่สาหรบการชนภูเขาใต้ทะเล




ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อคนที่เป็นผู้น�า ส�าหรับ ของ USS San Francisco ผมคาดว่ากองทัพเรือ



ผู้ใต้บังคับบัญชาจะไว้วางใจผู้นาได้ไม่นานนัก หากผู้นา สหรัฐอเมรกาต้องโยนภาระรบผิดชอบให้แก่ผมสาหรับ


กระท�าตัวเป็นคนขาดภาระรับผิดชอบ” อุบัติเหตุที่น่ากลัวครั้งนี้ และก็เป็นไปตามที่คาดไว้”
นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

แต่แล้วเม่อวันท ๘ มกราคม ค.ศ. ๒๐๐๕



นาวาโท Mooney ได้น�าเรือของเขาแล่นด้วยความเร็วสูง
ออกเดินทางจากฐานทัพเรือ Guam มุ่งลงใต้สู่ออสเตรเลีย


ดวยภารกจเพอเยยมเมองทา Brisbane เสนทางการเดนเรอ











เขากาหนดให้ผ่านหมู่เกาะ Caroline ดาลึก ๕๒๕ ฟุต


และเมอเหลกกลาซงหนกราว ๖,๐๐๐ ตน พรอมกบทหาร








ประจาเรือ รวม ๑๓๗ คน ได้หยุดลงฉับพลันจากการปะทะ

กับภูเขาใต้ทะเล
นาวาโท Kevin Mooney ผู้บังคับการเรือ


นาวาโท Mooney กาลังเป็นดาวรุ่งคนหน่งของ


กองกาลังเรือดานา ได้รับการคัดเลือกเป็นพิเศษให้เป็น


ผู้บังคับการเรือ USS San Francisco ในการปฏิบัต ิ
ภารกิจหาข่าวยามปกติรอบ ๆ มหาสมุทรแปซิฟิก รวมท้ง

การสอดแนมชาตตาง ๆ และกองทพเรออน ๆ ตลอดเวลา






ท่เขาได้บังคับบัญชาเรือลาน เขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรต ิ




ด้านภาวะผู้น�าที่ดี
แผนที่แสดงภูเขาใต้ทะเลบริเวณหมู่เกาะแคโรไลน์
(ภาพจาก Wikipedia)
นาวาโท Mooney กล่าวว่า “ตอนแรกเสียงดังมาก
ราวกับหูจะแตก เสียงดังราวกับมีการระเบิดข้น” ตอนน้น



เขากาลังรับประทานอาหารกลางวันอยู่ในห้องโถง
นายทหาร (Wardroom) ตัวเขากระเด็นข้ามโต๊ะไป
“ส่งแรกที่ผมคิดคือผมกาลังจะตายแน่” พันจ่าอาวุโส


Danny Hager กล่าวว่า ตอนน้นเขาอยู่ในห้องควบคุม

แผนที่หมู่เกาะ caroline ที่ USS San Francisco เดินทางผ่าน ตัวเขากระเด็นไปปะทะกับแผงเคร่องมือและคิดว่าเรือ

(ภาพจาก https//www.worldstlas.com) ต้องโดนกับอะไรสักอย่างซึ่งน่าจะเลวร้าย หลายคนที่ยัง
นาวิกศาสตร์ 24
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒








พอรู้สึกตัวเร่มสารวจความเสียหาย สาหรับนักเรือดานา นาวาโท Mooney ได้ส่งให้ส่งข่าววิทยุขอความ













การท่เรือเกิดมีนาท่วมเป็นส่งท่น่ากลัวท่สุด เม่อเรืออยู่ใน ช่วยเหลอ แต่จดทเกดเหตห่างจากเกาะกวมราวหลาย

ระดับลึก ๕๒๕ ฟุต ความกดดันของน�้าเป็น ๑๖ เท่า ของ ร้อยไมล์ และในบริเวณน้นไม่ปรากฏว่ามีเรือลาใดเลย






ความกดดันท่ผิวนา หากว่ามีจุดหน่งจุดใดร่วอย่างหนัก หัวเรือฉีกขาด ใบจักรเรือกระดกข้นกระดกลงจากน�า






บริเวณตัวเรือช้นในนาจะทะลักเข้าเรือแรงมาก เรือจะจม ลูกเรือไม่มีความม่นใจเท่าใดนักว่า เรือจะรอดจากการจม

ภายในไม่ก่นาท นาวาโท Mooney กล่าวว่า “ข้าศึก ลงสู่ก้นทะเลอีก หลายช่วโมงผ่านไปทุกคนพยายามด้นรน





ซ่งเป็นนาทะเลกาลังพยายามเข้ามาข้างใน” แต่นับว่า นาเรือกลับเข้าสู่สภาพปกต ขณะเดียวกันบางคนคอยเฝ้า




ยังโชคดีที่ตัวเรือชั้นในไม่ได้เสียหาย ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บโดยเฉพาะ จ่า Ashley ซึ่งเขาได้รับ

ลูกเรือได้ปฏิบัติการท่เรียกกันว่า “เป่าลมฉุกเฉิน” การรักษาฉุกเฉินด้วย Tracheostomy (การศัลยกรรม



นั่นคือ การอัดลมเข้าสู่ถังอับเฉาของเรือเพื่อยกเรือให้ขึ้น ทารเปดทอลมหายใจหรอการเจาะคอ นอกเหนอจากการ






สู่ผิวนา ขณะน้นทุกคนมองไปท Hager ซ่งกาลังเฝ้าสังเกต ใส่ท่อช่วยหายใจ) เพื่อช่วยให้เขาสามารถหายใจได้





มาตรวัดความลึกของน�้า เมื่อทางเรือได้รับข่าวสาคัญว่าเฮลิคอปเตอร์ช่วยชีวิต
“ผมบอกพวกเขาว่า ๕๒๕ ฟุต อัตราเร่ง ๐ ผมได้แต่ กาลังเดินทางมาช่วย ขณะน้น จ่า Ashley นอนอยู่บนเปล



เฝ้าคอย ๕ วินาที ๑๐ วินาที ก็แล้ว ผมไม่รู้เหมือนกันว่า พร้อมกับสายรดภายในห้องเมส เขาจาเป็นต้องนาผ่าน




จะใช้เวลานานเท่าใด มันช่างเงียบสนิทจริง ๆ ในห้องควบคุม ช่องทางข้นลงท่มีลักษณะเป็นบันไดวน (Labyrinth) และ



เพราะพวกเขากาลังรอการรายงานของผมว่าเม่อไรอัตราเร่ง ผ่านบันไดแคบเพ่อออกนอกช่องทางข้นลง (Hatch)


จะสูงข้น ในช่วงน้นพวกเขาไม่รู้หรอกว่าถังอับเฉาด้าน ซึ่งอยู่เหนือดาดฟ้าใหญ่ราว ๒๕ ฟุต นาวาโท Mooney

หัวเรือถูกท�าลายเสียหายจากการชน” กลาววา “เราตองตัดราว (Rails) และท�าทุกอยาง เพื่อให ้






“ถังอับเฉาหัวเรือแตกกระจาย น่นทาให้การ ง่ายต่อการน�า จ่า Ashley พร้อมกับเปลไปสู่พื้นที่ใต้ทาง








พยายามเป่าลมเข้าส่ถงอบเฉากลายเป็นเป่าลมออกนอก ข้นลงสะพานเดินเรือ ขณะน้นนาทะเลกระเด็นข้นสู่บนเรือ
ตัวเรือ แต่ท้ายท่สุดมีการเป่าลมเข้าบรรดาถังอับเฉาท้ายเรือ ของเรา เราไม่สามารถน�า จ่า Ashley ซึ่งนอนอยู่บนเปล

เรือจึงถูกยกตัวขึ้นช้า ๆ Hager กล่าวต่อไปว่า “คุณคงมี ผ่านช่องทางข้นลงของสะพานเดินเรือได้ แม้จะบีบให้เปล

ความรู้สึกว่าการรอคอยที่มีความหมายเป็นอย่างไร และ แคบลงแล้ว” จ่า Ashley สู้กับชีวิตมากกว่า ๒๔ ชั่วโมง




ร้สกโล่งอกทนทเมอผมรายงานว่า ๕๐๐ ฟต อตราเร่ง แต่ความพยายามท่จะส่งเขากลับโดยเฮลิคอปเตอร์ได้





สู่ผิวน�้าสูงขึ้น” ล้มเหลว ในที่สุดต้องน�าตัวเขากลับลงภายในเรือ แล้วเขา
นาวาโท Mooney กล่าวว่า “การน�าเรือขึ้นสู่ผิวน�้า ได้จากทุกคนไปอย่างน่าเศร้า กล่าวกันว่า จ่า Ashley
ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่นั่นเป็นเพียงการเริ่มต้น ลูกเรือ เป็นลูกเรือที่ดีที่สุดคนหนึ่ง

ทุกคนต้องน�าเรือกลับบ้าน (Guam) เรามีลูกเรือคนหนึ่ง USS San Francisco ซ่งเดิมเคยมีความเร็วราว ๔๐ นอต







อาการสาหสมาก พวกลกเรอมอาการกลว เนองจาก ต้องเดินทางบนผิวนาด้วยความเร็วเพียง ๑๐ นอต และใช ้



ปรากฏว่ามีเลือดหยดบนดาดฟ้าเรือเต็มไปหมด” เวลา ๕๒ ช่วโมง นับต้งแต่เกิดอุบัติเหตุจนกระท่งเรือจอดท ่ ี


ลูกเรือ ๙๘ คน จากท้งหมด ๑๓๗ คน ได้รับบาดเจ็บ Guam เรือถูกน�าเข้าอู่แห้งที่ Guam ในระหว่างซ่อมท�า

ประมาณ ๒๐ คน อาการน่าเป็นห่วงพอสมควรจนไม่ หัวเรือถูกปิดด้วยแผ่นเหล็กกล้าจนมองแทบไม่เห็นร่องรอย


สามารถเข้ายามเรือเดินได้ จ่า Joey Ashley เป็นทหาร ของความเสียหายท่ร้ายแรง เป็นการซ่อมทาให้ดารงสภาพ

ที่สาหัสที่สุด ศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ เขากระเด็นไปราว ทจะเดนทางเข้าซ่อมทาอย่างถาวรท่ประเทศสหรัฐอเมริกา






๒๐ – ๒๕ ฟุต ศีรษะไปปะทะกับปั้ม อาการอยู่ในข้นวิกฤต ิ ได้ใช้เวลารวม ๒ ปี จึงสามารถประจ�าการได้อีกครั้ง
นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร



ด้วยความทันสมัยของเรือดานานิวเคลียร์โจมต ี






(SSN) เรอเหล่านมกจะเดนทางแบบคนตาบอดไม่เหน
ส่งท่ปรากฏภายหน้า การเดินทางอาศัยแผนท่เดินเรือเป็น



ส่วนใหญ่สาหรับช่วยการเดินเรือให้ปลอดภัย เรือสามารถ



ใช้โซนาร์จับส่งกีดขวาง แต่การส่งคล่นเสียงออกไป


เท่ากับเป็นการเปิดเผยตาบลท่ของตนและละเมิดกฎของ


นักเรือดาน�าท่กาหนดไว้ว่า “แล่นให้เงียบ แล่นให้ลึก”


(Run Silent, Run Deep)
กองทัพเรือได้ต�าหนิ นาวาโท Mooney อันเป็นผล
จากการสอบสวนในข้อหาท “ใช้การพิจารณาตัดสินใจ



ท่ไม่ดี” สาหรับการเดินเรือของ USS San Francisco



“ล้มเหลวท่จะหยงรถึงศักยภาพท่ต้องเผชญกับอันตราย”
ู้




เขาจึงถูกย้ายออกจากการดารงตาแหน่งผู้บังคับบัญชา

และจบชีวิตราชการด้วยเอกสารลงโทษต�าหนิ
นาวาโท Mooney พูดถึงการถูกลงโทษเขาว่า











“การลงโทษทแทจรงสาหรบผมคอ ผมตองรบสงทเกดขน





ตามมาจากการชนภูเขาใต้ทะเลติดตัวผมไปตลอดชีวิต
โดยเฉพาะการเสียชีวิตของ จ่า Ashley”

เราคงคิดกันว่า บิดามารดาของ จ่า Ashley คงตาหน ิ
นาวาโท Mooney ส�าหรับการเสียชีวิตของบุตรชายของ


พวกเขา แต่ท้งคู่ได้ให้อภัยแก่เขาสาหรับความผิดพลาด



ท่เกิดข้น และท้งคู่เช่อว่าความรับผิดชอบต่อส่งท่เกิดข้น




บางส่วนควรตกอยู่กับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือด้วย
แต่จากการสืบสวนของกองทัพเรือ ไม่ปรากฏชัดเจน




วากองทพเรอยอมรบความผดพลาดและพบวาการละเลย






ไม่ใช้แผนทเดนเรือหนงช้น “ทาให้เกดการชนภูเขา




แสดงเทือกเขาและร่องเขาใต้ทะเล (Ridge and Trench)
ใต้ทะเลโดยตรง” ในทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย (ภาพจาก Wikipedia)
แผนที่เดินเรือที่ USS San Francisco ใช้ขณะชน


ภเขาใต้ทะเลเป็นหนงในชดของแผนท่แสดงความสูงตา และจุดท่เกิดอุบัติแล้ว ไม่มีเคร่องหมายใด ๆ บอกบน








ของท้องมหาสมุทร ซ่งกองทัพเรือพิจารณาเห็นว่าสมบูรณ์ แผนที่ว่ามีสิ่งใดคล้ายกับภูเขาใต้ทะเล



ท่สุดและแม่นยาท่สุดสาหรับการเดินเรือใต้ทะเล แผนท ่ ี นาย Martin กล่าวกับ นาวาโท Mooney ว่า


เหล่าน้มิได้ใช้สาหรับสาธารณะ แต่สาหรับผู้ท่เก่ยวข้อง “กองทัพเรือให้แผนที่ซึ่งไร้ค่าแก่คุณ”





และเช่ยวชาญเร่องแผนท่เดินเรือ นาย Martin ได้กล่าวว่า “ถูกต้อง มันน่าเสียใจจริง ๆ” นาวาโท Mooney



เม่อเขาเห็นเส้นทางการเดินเรือของ นาวาโท Mooney กล่าวตอบ
นาวิกศาสตร์ 26
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

มีแผนที่เดินเรืออื่น ๆ บนเรือ USS San Francisco “แล้วเป็นความผิดของคุณใช่ไหม” นาย Martin ซักต่อ



ซ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงอันตรายต่อการเดินเรือใกล้ ๆ “ใช่ครับ” เขาตอบ “ทาไมหรือ เพราะว่าการเดินเรือ




กับบริเวณท่เรือได้ชนภูเขาใต้ทะเล แต่กองทัพเรือช้แจงว่า ท่ปลอดภัยของเรือดาน�าเป็นความรับผิดชอบของ

นาวาโท Mooney และทีมเดินเรือต้องดูทุก ๆ แผนท ่ ี ผู้บังคับการเรือ”
มิใช่ขึ้นอยู่กับความแม่นย�าของเพียงแผนที่เดียว ข้อมูลเกี่ยวกับ USS San Francisco (SSN - 711)

นาวาโท Mooney “ความผิดใหญ่หลวงท่สุดของผม เป็นเรือชั้น Los Angeles ขึ้นระวางประจ�าการ เมื่อวันที่


คือ ไม่ได้มีความสงสัยต่อความแม่นยาของแผนท่ หากผม ๒๔ เมษายน ค.ศ. ๑๙๘๑ มีระวางขับน�้าราว ๖,๐๐๐ ตัน




หย่งรู้สักนิดว่า บรรดาแผนท่เดินเรือแท้จริงแล้วไม่ได้ม ี กาลงพลนายทหารสัญญาบัตร ๑๒ คน ลูกเรือ ๑๒๕ คน

ความถูกต้องแม่นยา ผมคงต้องเดินเรือด้วยความ อาวุธหลักท่อตอร์ปิโด ๒๑ นิ้ว ๔ ท่อ ในปี ค.ศ. ๒๐๐๖
ระมัดระวัง รอบคอบกว่านี้” กองทพเรอได้ประกาศวาจะมีการซอมโดยเปลยนหวเรอใหม ่








ในทางกลับกัน นาวาโท Mooney มิใช่เป็น โดยใช้หัวเรือของ USS Honolulu ซ่งจะปลดประจาก่อน




คนเดียวท่ไว้วางใจต่อแผนท่เดินเรือท่มีความบกพร่อง USS San Francisco ซึ่งมีอายุมากกว่าถึง ๔ ปี แต่ได้รับ



กองบัญชาการเรือดานาได้ขีดเข็มสาหรับใช้แก่บรรดา การเติมเช้อเพลิงใหม่และปรับปรุง เม่อปี ค.ศ. ๒๐๐๐ –






เรือดานาท่เดินทางจากเกาะกวมไปยังออสเตรเลียเป็น ๒๐๐๒ การเปล่ยนหัวเรือใช้งบประมาณ ราว ๗๙ ล้านเหรียญ



เส้นทางที่ตรงเข้าสู่ภูเขาใต้ทะเล สหรัฐอเมริกา แต่หากเปรียบเทียบกับการเติมเช้อเพลิง

นาย Martin ถามว่า “คุณใช้เส้นทางที่เขาก�าหนด และซ่อมใหญ่ เตาปฏิกรณ์ปรมาณูของ USS Honolulu
ให้ไหม และเป็นเส้นทางที่น�าคุณไปสู่ภูเขาใต้ทะเล” ต้องใช้งบประมาณ ถึง ๑๗๐ ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา
“ใช่ครับ” นาวาโท Mooney ตอบ USS San Francisco เปล่ยนหัวเรือแล้วเสร็จ


ในปี ค.ศ. ๒๐๐๘ ในการน ได้ใช้ถังอับเฉาและโซนาร์ของ

USS Honolulu ต่อมาภายหลังซ่อมทาแล้วเสร็จและ

ทดสอบในทะเลเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. ๒๐๐๙ ปัจจุบัน


เรือลาน้ได้ใช้เป็นเรือฝึกจอดอยู่กับท่าเรือใน Charleston,
South California
นาวาโท Mooney ไม่ได้ถูกพิจารณาโทษโดยศาลทหาร
จากรายงานช้แจงของกองทัพเรือผู้บังคับการเรือของ





USS San Francisco ไม่ได้ถกนาตวเข้าพจารณาใน
ศาลทหาร แต่เขาถูกพิจารณาโดยวิธี Admiral’s Mast

โดยมีนายพลเรือเป็นประธานการพิจารณา ซ่งในขณะน้น

คือ พลเรือโท Jonathan W. Greenert ผู้บัญชาการ
ทัพเรือที่ ๗ นั่นเอง โดยสรุปแล้วเขาได้ปฏิบัติหน้าที่อย่าง
ไม่ใช่มืออาชีพ (Unprofessional Performance) และ

ความพร่องของเขาน้นเป็นความผิดส่วนบุคคล (Personal
Error) และเป็นความผิดด้านวินัยเท่านั้น
บางท่านอาจสงสัยว่าการไต่สวนพิจารณาลงโทษ
แสดงพื้นที่อันตรายในบริเวณทะเลจีนใต้



(ภาพจาก Wikipedia) ทหารท่อยู่ในเรือรบน้นทาไมจึงเรียกว่า Captain’s Mast
นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

การพิจารณาลงโทษทางวินัยแก่ทหารบริเวณเสากระโดงหลักบนดาดฟ้าใหญ่ จากผู้บังคับการเรือ
ในยุคเรือใบ (ภาพจาก www.alamy.com)












เรองนต้องย้อนไปสมยยุคเรอใบ เมอทหารกระทาผด Sub Op Auth) กว่าจะไปรับก็จนวันสุดท้าย หากมีเวลา



ไม่ร้ายแรงจนถึงกับต้องพิจารณาในศาลทหาร ผู้บังคับการเรือ นาเส้นทางเดินเรือท Sub Op Auth แนะนาใน Subnote

จะเป็นผู้ตัดสินการลงโทษของผู้กระท�าความผิด สถานที่ มาปรึกษาพิจารณาก็สามารถขอเปล่ยนแปลง หรือพูดคุย







ซงใชในการไตสวนและพจารณาโทษจะกระทาบนดาดฟาใหญ ่ ต่อรองกันได้




ของเรือใบ ตรงบริเวณเสาหลักของเรือ การลงโทษมักกระทา เก่ยวกับแผนท่เดินเรือท่นาไปใช้ในคร้งน้น เป็น











ทันท เช่น การโบย (Flogging) บนดาดฟ้าเรือโดยมีลูกเรืออ่น ๆ แผนท่ซ่งม Scale ใหญ่ จึงขาดรายละเอียดท่สาคัญคือ
เป็นประจักษ์พยาน น่คือท่มาของ Captain’s Mast ไม่ทันสมัย และไม่ได้พิจารณาแผนที่อื่น ๆ ที่ปรากฏอยู่







ส่วนลกเรอ ๖ คน รวมทงนายทหารถกลงโทษโดย ภายในเรือด้วย กล่าวง่าย ๆ คือทีมเดินเรือยังยึดติดกับ

นาวาเอก Bradley Gehrk ผู้บังคับการหมวดเรือดานาท ๑๕ ของเดิมและวิธีการเดิม ๆ




ซึ่งอยู่ที่ Guam นาวาโท Mooney แม้ได้เขียนในคาส่งกลางคืนให้


ถอดบทเรียนจากวิกฤติการณ์ USS San Francisco มีการหยั่งน�้าและหาที่เรือแน่นอน (Fix) ทุก ๆ ๑๕ นาที
ชนภูเขาใต้ทะเลและข้อเสนอแนะ แต่เราต้องมองภาพว่าแม้สามารถหาท่เรือได้อย่าง








เพ่อให้ผู้อ่านเข้าใจรายละเอียดท่สาคัญของ แม่นยาตลอดเวลา โดยเฉพาะเรอดานาสมยใหม่อย่าง


วิกฤติการณ์คร้งน ขอแนะนาให้อ่านผนวกท้ายบทความน ้ ี USS San Francisco คงใช้ระบบ Inertial Navigation







ซ่งเป็นการสรุปรายงานช้แจงของทัพเรือท่เจ็ดประกอบไปด้วย System (INS) ท�าความเข้าใจง่าย ๆ ว่าเป็นเครื่อง Dead

จากรายงานดังกล่าวได้ระบุชัดเจนว่าเป็นความ Reckoning (DR) ท่มีความละเอียดสูงมาก โดยได้อุปกรณ์
ผิดพลาด บกพร่อง ความไม่เป็นมืออาชีพ และขาดภาวะผู้น�า เช่น Ring Laser Gyro หรือ Fiber Optic Gyro ในการวัด





ในการจัดการของกระบวนการเดินเรือ ต้งแต่ต้นก่อนออก ทศทางและอตราการเคลอนทโดยไมตองอาศยการอางอง











เดินทางจนกระทั่งอุบัติเหตุที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น จากภายนอกเพ่อนาไปคานวณหาตาบลท่ท่เปล่ยนแปลงได้



ทีมการเดินเรือขาดความกระตือรือร้นในงานท่พวกเขา และหากใช้เทคโนโลยีของ Kalman Filter เข้ามาช่วย INS

รับผิดชอบ ซ่งแน่นอนว่าหมายรวมถึง นาวาโท Mooney ก็จะเพิ่มความแม่นย�าขึ้นอีก ไม่ว่าทีมเดินเรือสามารถหา

ผู้บังคับการเรือด้วย เห็นได้ชัดเจนต้งแต่ก่อนการออกเรือแล้ว ตาบลท่ของเรือได้อย่างแม่นยาท่สุดตลอดเวลาก็ตาม








ทีมเดินเรือไม่ใส่ใจ “Subnote” ท่ต้องรับจากหน่วย แต่เม่อเส้นทางการเดินเรือน้น มุ่งเข้าสู่ภูเขาใต้ทะเล




ปฏิบัติการเรือดานา (Submarine Operating Authority ; ซ่งไม่ปรากฏชัดเจนบนแผนท ซ่งทางเรือใช้อยู่ก็หา



นาวิกศาสตร์ 28
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒









ประโยชน์แทบไม่ได้นัก แต่ส่งท่ทีมเดินเรอไม่ตระหนัก ๓ คน เทานั้น ผูปฏิบัติหนาที่ดานการเดินเรือหรือตนหน

รับรู้ถึงผลของการหย่งนากับความลึกบนแผนที่ว่ามีความ เป็นเพียงพันจ่าอาวุโส และมีทีมงานเพียง ๑ – ๒ คน เท่าน้น









แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญน้น เป็นส่งท่น่าเสียใจอย่างย่ง เคร่องมือเดินเรือไม่ทันสมัยอย่างท USS San Francisco



นอกจากความเสียหายด้านวัตถุแล้วท่สาคัญคอ ลูกเรือ เม่ออยู่ห่างจากฝั่งใจกลางมหาสมุทร อาศัยการเดินเรือ






บาดเจ็บจานวนมาก และเสียชีวิตไปหน่งคน จากการสอบสวน ดาราศาสตร์เป็นหลัก แต่พวกเขาสามารถทางานได้อย่าง











ทาให้ทราบว่าพนักงานหย่งนาเห็นความแตกต่างดังกล่าวแล้ว มประสทธิภาพ ในการเดนเรอชายฝงยงสามารถเลดลอด

และคด (เอาเอง) ว่า เคร่องหยงนาอาจทางานคลาดเคลอน น�าเรือเข้าไปจมเรือประจัญบานของอังกฤษถึงในฐานทัพ









เนื่องจากเรือใช้ความเร็วเต็มตัว (Flank Speed) ที่ Scapa Flow แล้วยังหนีรอดออกมาได้อย่างกล้าหาญ
เก่ยวกับความเร็วเดินทางท นาวาโท Mooney และปลอดภัย น่แสดงให้เห็นถึงปัจจุบันมนุษย์ท่เหนือกว่า






ส่งการเป็นความเร็วเต็มตัวน้น ซ่งไม่ปรากฏในรายงาน องค์วัตถุ




แต่คงเกือบ ๔๐ นอต ประเด็นน้เขาถูกตาหนิอย่างแรง คราวน้ลองหันมาดูอนาคตของการปฏิบัติการของ







เพราะไม่มีความจาเป็นต้องใช้ความเร็วสูงเช่นน้น ท้ง ๆ ท ่ ี เรือดานาไทย โดยหลักการแล้วเราคงไม่มีหลักนิยมท ี ่






เข้าเขตบริเวณหมู่เกาะซ่งมีความเส่ยง หากเขาใช้ความเร็ว จะใช้เรือดานาเพื่อป้องกันฝั่ง เม่อเป็นอาวุธเชิงรุกและ




เดนทางปกต แม้จะเกดอุบตเหตุคงไม่รายแรงอย่างท่ปรากฏ อาวุธทางยุทธศาสตร์ กองทัพเรือคงมีแนวความคิดใน




และอาจไม่ถึงกับต้องสูญเสียชีวิตของลูกเรือไปหนึ่งคน การใช้เรือดานาออกไปไกลจากน่านนาของเรา ส่วนจะ





จริงอยู่โดยหลักนิยมของเรือดานาเม่อเดินทาง ไกลแค่ไหนน้นคงอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ




กาหนดให้ใช้ “Passive Mode” น่นหมายถึง เคร่องโซนาร์ ปัญหาท่ต้องขบคิดในปัจจุบันคือ เรามีแผนท่ซ่งแสดง









ไม่ใช้ Active Mode หาก นาวาโท Mooney ได้ตระหนักถึง ความสูงตาของพ้นท้องทะเล (Bottom Contour Charts)






















อนตรายทอาจเกิดข้นในชวงทมการเดนทางผานพ้นทอนตราย สาหรับพ้นท่ปฏิบัติของเรือดานาหรือยัง สาหรับในอ่าวไทยน้น


และมีความเส่ยงแล้ว เขาย่อมมีสิทธ์ท่ให้เดินเคร่องโซนาร์ คงไม่ต้องกล่าวถึง เพราะเท่าท่เราทราบกันดีเป็นพ้น




ใน Active Mode ได้ตามที่เห็นว่าจ�าเป็น ท้องทะเลที่เรียบและตื้น แต่ที่ต้องค�านึงถึงคือ ด้านทะเล
หากพิจารณาจากรายงานชี้แจง ปรากฏว่า นาวาโท อันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ทะเลจีนใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก

Mooney ไม่ได้ใช้การบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และอ่น ๆ ท่เราจาเป็นต้องไปปฏิบัติการ (โปรดดูตัวอย่าง


เช่น โดยปกติแล้วควรมีการบรรยายสรุปสาหรับการปฏิบัต ิ บางภาพของ Bottom Contour Charts) บริเวณใกล้ ๆ



ของเวลา ๒๔ ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ บ้านเรา ผ้เขยนไม่แน่ใจว่าหน่วยงานของกองทพเรอ















ลกเรอทปฏบตหน้าทสาคญ ๆ ด้านการเดนเรอ และ โดยเฉพาะกรมอุทกศาสตร์มีขีดความสามารถท่จะทา





หากพวกเขามีความสงสัยประเด็นใดจะได้มีการถกแถลง แผนท่ดังกล่าวหรือไม่ หากทาได้ก็ควรรีบดาเนินการหรือ


โดยเฉพาะอันตรายที่อาจต้องเผชิญภายหน้า หากเกนขดความสามารถของเรา น่าจะลองประสานกบ


ประเด็นความเป็นมืออาชีพโดยเฉพาะด้านศิลปะ มิตรประเทศท่มีแผนท่ดังกล่าวเพ่อขอ (หรืออาจต้องซ้อ)



หรือทักษะในการนาเรือและการเดินเรือ (Seamanship) มาใช้งานต่อไป



ทาให้ผู้เขียนคิดย้อนไปสมัยสงครามโลกคร้งท่สอง การคัดเลือกผู้ด�ารงต�าแหน่งผู้บังคับการเรือ

เรือ U-Boat ของเยอรมัน โดยเฉพาะ Type VII ซึ่งเป็น ตามประวัติของ นาวาโท Mooney เขาเป็นคน
เรือหลักท่ใช้ปฏิบัติการท่มหาสมุทรแอตแลนติก และ มีความสามารถคนหน่ง ได้รับการพิจารณาคัดเลือก





เลยไปถึงมหาสมุทรอินเดีย มีระวางขับนาราว ๗๐๐ กว่าตัน เป็นการเฉพาะจากผู้บังคับบัญชา (Hand - picked) ในขณะ

มีกาลังพลราว ๔๐ คน นายทหารสัญญาบัตรปากเรือ ปฏิบัติหน้าท่เคยได้รับรางวัลดีเด่นด้านภาวะผู้นามาแล้ว


นาวิกศาสตร์ 29
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒


แต่จากรายงานช้แจงของกองทัพเรือแสดงให้เห็นว่า ความเสียหายร้ายแรงเกิดข้นอีกจึงต้องแก้ให้ถูกจุด

ขีดสมรรถนะ (Competency) ดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับ ประเด็นน้หากมองมาท่กองทัพเรือของเราผู้เขียนคิดว่า










ประวตทผานมาของเขา อยางไรกดคนเราอาจเปลยนแปลงได ้ น่าจะเป็นเร่องใหญ่ ต้องใช้ความพยายามสูง ใช้เวลานานกว่า



หากสภาพแวดล้อมหรือเร่องส่วนตัวกระทบต่อเขา การจัดการเกยวกับองค์บคคลของเรือผิวนา ถ้ามองให้ลึก







ลักษณะดังกล่าวปรากฏให้เห็นบ่อยคร้งในประวัติศาสตร์ และรอบด้านคงต้องพิจารณาการปรับปรุงหลักสูตรของ


ผู้บังคับการเรือดานาของสหรัฐอเมริกาในสงครามโลก โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนชั้นต้น และโรงเรียนเสนาธิการ

คร้งท่สองคนหน่งเกิดความเครียดมากถึงกับสติแตกก็ม ี ทหารเรือ เพ่อรองรับกับการใช้งานในเรือดานา แม้จะเป็น







ความอดทนและความแข็งแกร่งด้านจิตใจ ตลอดจนภาวะ เรื่องใหญ่แต่คงจะละเว้นไม่ได้



ผู้นาของผู้บังคับการเรือนับว่าเป็นปัจจัยสาคัญย่งอย่างหน่ง หากเราย้อนไปดูในตอนท่ ๑ การจมของ USS


ในการคัดเลือกผู้บังคับการเรือนอกเหนือไปจากการเป็น Thresher น้น สาเหตุหลักมาจากองค์วัตถุ ซ่งกองทัพเรอ



มืออาชีพ สหรัฐอเมริกาได้แก้ไขปัญหาป้องกันไว้ทันที เพียงไม่ถึง
ผู้มีอ�านาจในการพิจารณาคัดเลือก (แบบ Hand – ๒ เดือน ได้เกิดโครงการ SUBSAFE ข้นมา สาหรับ


picked) คงต้องพิถีพิถันมากกว่าวิธีการเดิม ๆ ท่มีจุดอ่อน อุบัติเหตุการชนภูเขาใต้ทะเลของ USS San Francisco

บางประการ (เช่น การว่งเต้น เด็กฝาก นามสกุลถูกระเบียบ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาโอ้อวดว่า หากไม่มีโครงการ

เป็นต้น) ใช้ระบบคุณธรรมเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก SUBSAFE แล้ว เรือคงเสียหายมากกว่าน้น และคงไม่

อาจต้องช่งนาหนักระหว่างระบบอาวุโสกับขีดสมรรถนะ สามารถเดินทางกลับฐานทัพที่ Guam ด้วยตนเอง หรือ




เพราะเราต้องเตรียมคนสาหรับปฏิบัติการในยามวิกฤต ิ อาจจมทะเลก็ได้ ท่สาคัญคือ อาจมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ


หรือยามสงคราม มิใช่คิดเพียงแค่ในยามสงบเท่านั้น สาหัสจ�านวนมากกว่าที่ปรากฏ




ประเด็นส�าคัญอีกอย่างหน่ง คือ ราคาของเรือดานา อุบัติเหตุของท้งสองกรณีพอจะมองเห็นว่า กองทัพเรือ



ท่เราจะมีใช้งานราคาลาละหม่นกว่าล้านบาท หากเกิด มีงานท่ต้องทาอีกมาก สาคัญอยู่ท่ว่าเรามองปัญหา





ความผิดพลาดหรือเสียหายขึ้นมาโดยไม่สมควร เราต้อง ออกหรือไม่ ถ้าคิดว่าคงไม่มีปัญหาก็คงจบครับ
อธิบายแก่ประชาชนได้ มิฉะน้น คุณค่า (Value) ของ




กองทัพเรือท่สร้างข้นมาว่า “กองทัพเรือท่ประชาชนเช่อม่น ผนวก




และภาคภมใจ” จะเป็นเพยงคาขวญ (Watchword) รายงานชี้แจงของทัพเรือที่ ๗ (7 Fleet) กรณีการ



th
ลม ๆ แล้ง ๆ หรือเพื่อความสวยหรูเท่านั้น ชนภูเขาใต้ทะเล (Seamount) ของ USS San Francisco


หากกองทัพเรือสนใจเก่ยวกับผู้บังคับการเรือดานา รายงานท่แจกจ่ายแก่ส่อมวลชนมีความยาว ๑๒๔ หน้า





ใคร่ขอแนะนาให้ศึกษาจากในประวัติศาสตร์ของ โดยท่พวกเขาได้อ้างสิทธิตามกฎหมายเสรีภาพด้านข่าวสาร



สงครามโลกท้งสองคร้งว่า กองทัพเรือของบางชาติสร้างคน (Freedom of Information FOT) โดยข้อเท็จจริงแล้ว

ของเขาอย่างไร โดยเฉพาะภาวะผู้นาในยามวิกฤติและ รายงานได้จัดทาเสร็จต้งแต่วันท ๓ กุมภาพันธ์ แต่การแจกจ่าย




สงคราม ต้องเล่อนเวลาออกไป เพ่อการทบทวนของทางราชการและ


บางส่วนถูกตัดออกเนื่องจากมีความละเอียดอ่อน ดังนั้น
ส่งท้าย กว่ารายงานได้แจกจ่ายจริง เม่อวันท ๙ พฤษภาคม เพ่อไม่ให้





มาถึงจุดน้แล้วผู้อ่านคงเห็นด้วยว่าสาเหตุการชน รายงานยาวเกินไป จึงขอสรุปสาระส�าคัญดังต่อไปนี้
ภเขาใต้ทะเลของ USS San Francisco สาเหตหลก ในขณะท่บรรดานายพลเรือมีมติเอกฉันท์ให้ตาหนิโทษ







มาจากองค์บุคคล การแก้ไขปัญหาและป้องกนมให้ ต่อ นาวาโท Mooney (ผู้บังคับการเรือ) รวมท้งทีมเดินเรือ

นาวิกศาสตร์ 30
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒


ของ San Francisco แต่ก็ได้พูดเล่นล้นเล็กน้อย การอนุมัต ิ “มาตรการใช้ความระมัดระวังต่าง ๆ เช่น การหยุดเรือ




ต่อรายงานดังกล่าว พลเรือโท Jonathan W.Greenert วิธีการเดินเรืออ่น ๆ เพ่มเติม เพ่มจานวนคนเข้ายาม
ผู้บัญชาการทัพเรือท ๗ ได้เน้นว่าภูเขาใต้ทะเลท่เรือดานา สั่งจ�ากัดความเร็ว และจ�ากัดความลึกของน�้า รวมทั้งเพิ่ม









ของสหรัฐอเมริกาชนน้นไม่ได้ปรากฏอยู่บนแผนท่เดินเรือหลัก ความถ่ในการหย่งนา (Sounding) เพ่อตรวจสอบ








ซ่งได้ถูกนามาใช้เม่อคร้งท่เกิดอุบัติเหตุน้น และได้เป็นโอกาส การเปลี่ยนแปลงความลึกของน�้า” พลเรือโท Greenert



สาหรับการปรับปรุงอย่างเป็นระบบของงาน ท้งเป็นทางการ ให้ค�าแนะน�า

และการฝึกระหว่างการท�างาน (on the job training) ส�าหรับ นาวาโท Mooney เขาปฏิเสธที่จะวิจารณ์



รวมท้งในขอบเขตของการบริหารงาน (การส่งการและ รายงานดังกล่าว แต่เขาได้เขียนคาแถลงการณ์ของเขา
การตรวจสอบ) ลงใน Navy Times โดยสรุปว่าในฐานะผู้บังคับการเรือ




แต พลเรอโท Greenert ยังได้พบว่า เรอ San Francisco เขาขอรับผิดชอบอย่างเต็มท่โดยไม่มีข้อโต้แย้งแก้ตัว
มีแผนที่อื่น ๆ อยู่บนเรือที่แสดงให้เห็นว่ามีภูเขาใต้ทะเล แต่ประการใด

ปรากฏอยู่ในรัศม ๒.๘๗ ไมล์ จากเส้นทางท่เรือ พลเรือโท Greenert ยังได้วิจารณ์ต้นเรือและ




ตั้งใจจะใช้ในการเดินทาง แต่แผนท่เหล่าน้นไม่ได้รับ ทมเดนเรอ โดยกล่าวว่า “บกพร่องทไม่พจารณา





การตรวจสอบอย่างเหมาะสมในระหว่างท่มีกระบวน ตรวจบรรดาบรรณสารการเดินเรือและแผนที่เดินเรือที่มี




การวางแผนการเดินทาง อย่างเพียงพอและจริงจัง ซ่งได้นาไปสู่การทาแผนการ
พลเรือโท Greenert ได้เขียนว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกว่ายาก เดินทางท่ไม่ได้รับการแนะนาท่ดีและเป็นอุปสรรคต่อ





ท่จะสรุปอย่างสมบูรณ์ว่า การชนภูเขาใต้ทะเลสามารถ ความสามารถของผู้บังคับการเรือท่จะกาหนดความ

หลีกเล่ยงได้” เขาช้แจงต่อไปว่า “มันชัดเจนเหลือเกิน ปลอดภัยท่ผ่านการแจ้งเตือนของการตัดสินใจของเรือ




สาหรับข้าพเจ้าว่า หากภาวะผู้นาด้านการบังคับบัญชา USS San Francisco”

และทีมการเดินเรือได้ปฏิบัติตามกระบวนการข้นพ้นฐาน ทีมเดินเรือประกอบด้วย นาวาโท Mooney บรรดา


ท่แน่นอนแล้ว และได้ใช้การเดินเรืออย่างรอบคอบ นายทหารสัญญาบัตรและประทวนหลายคน (ชื่อของคน

ระมัดระวังและตระหนักถึงการเดินเรือท่ามกลางอันตราย เหล่านี้ได้ถูกลบออก) จากรายงานชิ้นนี้ ซึ่งประกอบด้วย
ท่ใกล้จะเกิดข้น ซ่งน่นเท่ากับว่าบีบให้เขาต้องเดินเรือ ต้นเรือ ต้นหน จ่าเหล่าอิเล็กทรอนิกส์ ๓ นาย ผู้ช่วยต้นหน







อย่างรอบคอบระมัดระวังมากข้น หรืออย่างน้อยท่สุด พันจ่าอาวุโส และพันจ่าหัวหน้าชุดเข้ายาม กับจ่าอีกหน่งคน




การชนภูเขาใต้ทะเลจะไม่ทาให้เรือได้รับความเสียหายหนัก” ทีมเดินเรือท้งหมดน้กับกะลาสีอีกหน่งคนได้ถูกลงโทษ
สาหรับ นาวาโท Monney พลเรือโท Greenert (โดยไม่ต้องรับการพิจารณาคดีในศาล) เมื่อ ๒๒ มีนาคม


กล่าวว่า บกพร่องท่ไม่ได้พิจารณาต่อข่าวสารด้านการเดินเรือ มีต้งแต่การลดยศและถูกกล่าวโทษเป็นลายลักษณ์อักษร

ท่มีอยู่ท้งหมด ซ่งตัวเขารู้สึกว่าเร่องน้ได้เป็นเหตุให้ กระบวนการวางแผนการเดินทางได้เร่มต้งแต่









ผู้บังคับการเรือได้ใช้วิธการแบบเดิม ๆ สาหรับพ้นท ี ่ ๔ มกราคม จากรายงานดังกล่าวบอกว่า เม่อหน่วย





บรเวณนน ซงมศกยภาพทเป็นอนตรายต่อการเดนเรอ Submarine Operating Authority (Sub Op Auth)












ตรงกันข้ามท้ง นาวาโท Mooney และทีมเดินเรือของเขา ของทัพเรือท ๗ ได้ออกเอกสารเส้นทางพ้นฐาน หรือ





ไม่ได้ระมัดระวังและ ได้ใช้การเดนทางด้วยความเร็วสงสุด “Moring Haven” สาหรับให้เรือดานาปฏิบัติตามใน


โดยปราศจากการระมัดระวังอย่างเพียงพอขณะเดินทาง การเดินทางจากเกาะกวมไปยัง Brisbane ของ

บนเส้นทางท่ประกอบด้วยบรรดาหมู่เกาะและหมู่เกาะ ออสเตรเลีย เส้นทางดังกล่าวยังรวมถึงตารางเวลา (Time
ปะการัง (Atoll) และพื้นที่ซึ่งตื้นอย่างรวดเร็ว Line) อย่างหยาบ ๆ ที่เรือด�าน�้าต้องด�าเนินการ ข่าวสาร
นาวิกศาสตร์ 31
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒










มีส่งท่นักเรือดานาเรียกว่า “Sub note” ซ่งกาหนดให้ ซ่งมีรายละเอียดรวมถึงข้อมูลความลึกต้งแต่ใน



Sub Op Auth บอกเส้นทางอย่างหยาบ ๆ แก่เรือด�าน�้า ประวตศาสตร์ในพนทดงกล่าว ทปรากฏต่อทมเดนเรอ









ในการใช้ส�าหรับเดินทาง และเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ พื้นที่ซึ่งเรือ USS San francisco ได้ชนภูเขาใต้ทะเลเป็น

เรอดานาลาอน ๆ ทกาลงปฏบตการภายใน “Moring Haven” จุดแบนราบ ทีมเดินเรือรวมทั้ง นาวาโท Mooney ไม่ได้













จะได้ลดการเสี่ยงต่อการโดนกัน อย่างไรก็ดี Sub note ดูแผนที่ DMA 81023 ของปี ค.ศ. ๑๙๘๙ ที่ปรากฏเป็น

มิได้ช้ชัดว่ามีอันตรายต่อการเดินเรือใด ๆ ตามเส้นทาง เส้นประ (Dotted Line) เป็นวงกลม แสดงเป็นสีจาง



แต่เกือบท้งหมดของข่าวสารท่เก่ยวกับการเตรียมการ (Discolored) บนเส้นทางการเดินเรือของ USS San
และการรับรองของ Sub note ได้ถูกปิดข่าว (Blackout) Francisco ซึ่งความเป็นจริงแล้วประมาณ ๓ ไมล์ ลงไป


ในเอกสารรายงานของกองทัพเรือท่แจกจ่ายส่อมวลชน ทางใต้ของจุดที่เกิดอุบัติเหตุ น่านน�้าที่เป็นสีจางแสดงว่า
ข่าวสารท่ถูกปิด ได้แก่ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของ มีศักยภาพที่เป็นอันตราย

Sub note อื่น ๆ ที่แจกจ่ายก่อนหน้านั้น ๕ ปี มาแล้ว นาวาโท Mooney ได้กล่าวแก่ผู้สอบสวนว่า เขาคาดหวัง


สันนิษฐานว่าใช้สาหรับเส้นทางท่ว ๆ ไป รายละเอียด ว่าต้นหนคงได้ตรวจสอบแผนท่เดินเรือทุกช้นท่มีอยู่





จึงอยู่ในแผนท่ซ่งมีอัตราส่วนขนาดใหญ่กว่า (Larger Scale) เพ่อใช้พิจารณาในการวางแผนการเดินทาง เขาเองไม่ได้เห็น






ของหมู่เกาะ Caroline แผนท DMA 81023 และไม่ได้ถามว่ามีแผนท่อ่น ๆ สาหรับ
USS San Francisco มีก�าหนดการใช้งาน ๓ วัน พื้นที่อีกหรือไม่ จากรายงานชี้แจงนี้ นาวาโท Mooney


ต่อมา นาวาโท Mooney และทีมเดินเรือของเขาต้องการ ยังได้กล่าวว่า เขาได้พิจารณาบรรดาแผนท่ซ่งมีข้อมูล
ได้ Sub note ด่วนมาก ผู้ช่วยต้นหนได้ร้องขอต่อ เกี่ยวกับความลึกของน�้าว่ามีความส�าคัญมากกว่า แต่เขา

Sub Op Auth ว่าพวกเขาจ�าเป็นต้องได้รับ Sub note ยังกล่าวว่าเม่อนึกย้อนหลังเขาคิดว่า ทีมเดินเรือควรขีดเข็ม

เป็นการด่วน และเน้นว่า “เพราะว่า กระบวนการพิจารณา บนแผนท DMA 81023 พวกเขาควรมองดูรอบ ๆ ว่า




ตรวจจะล้มเหลวเน่องจากพวกเราไม่มีเวลาพอท่จะทา มีอันตรายต่อการเดินเรือหรือไม่ แล้วจึงย้ายมาลงบน
ทุกอย่างให้ส�าเร็จได้” แผนที่เดินเรือ









กระน้นก็ตามผู้ช่วยต้นหนรู้สึกมีความเช่อม่น จดหนงระหวางกระบวนการวางแผน ทปรกษาด้าน

ต่อเส้นทางพ้นฐาน เขากล่าวว่า ผู้ประสานงานของ การเดินเรือได้ดึงแผนท DMA 81023 ออกจากล้นชัก




Sub Op Auth บอกแก่เขาว่า “บรรดาเรือด�าน�้าล�าอื่น ๆ ต่อมาผู้ช่วยต้นหน เฝ้าดูแผนที่ E 2202 อยู่ราว ๑๕ นาที





ก็ใช้เส้นทางน้ก่อนหน้าน้กัน” นาวาโท Mooney ใน แต่ก็ไม่ได้สังเกตพ้นท่ซ่งเป็นน่านนาท่มีสีจาง น่นคือ




ตอนแรกไม่ได้มีความเช่อม่น เขากล่าวถึงการพิจารณา ผลของการท�าแผนที่ซึ่งไม่ถูกต้องของปี ค.ศ. ๑๙๖๓








ตรวจเส้นทางพ้นฐานในตอนแรกว่า “ข้าพเจ้ากังวลเก่ยวกับ อย่างไรก็ด ตาบลท่ท่ถูกต้องของภูเขาใต้ทะเลเป็น

เส้นทาง ข้าพเจ้าคุ้นเคยกับหมู่เกาะ Caroline ซ่งเป็น ที่รู้กัน แต่ไม่ใช่ส�าหรับ The National Geospatial –






พ้นท่และกาลังจะเป็นส่งกังวลท่ต้องดาผ่าน” แต่ต่อมา Intelligence Agency ของสหรัฐอเมริกา ซ่งเป็น






นาวาโท Mooney รู้สึกดีข้นเก่ยวกับเส้นทาง เขาอาจ หน่วยงานของรัฐบาลท่ผลิตแผนท่เดินเรือและแผนท่ทหาร
พิจารณาแล้วเห็นว่า เขาจะอยู่ในตอนกลางของ Moving ทั้งหมด
Haven ที่มีความกว้างถึง ๔๐ ไมล์ คงไม่มีอันตรายใด ๆ ได้ปรากฏภาพจากดาวเทียม Landsat 7 ในปี
ด้านการเดินเรือ” ค.ศ. ๑๙๙๙ ช้ให้เห็นว่า ดูคล้ายกับเป็นภูเขาใต้ทะเล





ทีมเดนเรอได้อาศัยแผนทแสดงความสงตาของ สูงข้นมาใต้ผิวนาราว ๑๐๐ ฟุต ซ่งเป็นการเปิดเผยข้อมูล







ก้นทะเล (Bottom Contour Chart) หมายเลข E2202 จาก US Geological Survey
นาวิกศาสตร์ 32
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

เมื่อเรือเดินทางเข้าสู่หมู่เกาะ Caroline ในคืนวันที่


๗ – ๘ มกราคม ในคาส่งกลางคืนของ นาวาโท Mooney





ส่งการให้หย่งนาและหาท่เรือแน่นอน ทุก ๆ ๑๕ นาท ี



ความแตกต่างระหว่างผลของการหย่งนากับความลึกท ี ่



ปรากฏบนแผนท่ถือว่าเป็นสัญญาณบอกเหต เชาของวันท ี ่




๘ มกราคม เวลา ๐๖๔๕ ผลของการหย่งนาช้ว่า ความลึก
ของนาใต้กระดูกง ๘๓๒ ฟาทอม (๔,๙๙๒ ฟุต) แต่ปรากฏ



บนแผนที่เป็นระหว่าง ๗,๒๐๐ – ๗,๘๐๐ ฟุต แต่ความ
แตกต่างชัดเจนนี้กลับไม่เป็นที่สังเกต นาวาโท Mooney และทีมเดินเรือของเขาแบกความ









การบันทึกคร้งสุดท้ายการหย่งนาท่ปรากฏในสมุดปูม รับผิดชอบท้งหมดเก่ยวกับอุบัติเหตุคร้งน พลเรือเอก





การหย่งนา เม่อเวลา ๑๑๓๐ คือ ๖,๑๙๒ ฟุต จากกระดูกง ู Walter Doran ผู้บัญชาการทัพเรือแปซิฟิกเขียนในบันทึก




ของเรือ การหย่งนาช่วโมงก่อนหน้า “มีแนวโน้มว่า ค่อย ๆ ให้ความเห็นชอบรายงานช้แจงว่า “การสืบสวนได้เปิดเผย



ตื้นขึ้น” แต่ทางเรือยังคงยึดติดกับแผนท E 2202 ชุดของการพิจารณาลงความเห็นว่าไม่ดีพอ ต้งสมมุติฐาน



รายละเอียดท่แสดงเก่ยวกับความลึกและความเร็วของ ท่ผิดพลาด สนใจรายละเอียดน้อยไป และไม่มีความ

เรือขณะที่ชนภูเขาใต้ทะเล เมื่อเวลา ๑๑๓๘ ในรายงาน กระตือรือร้นในระหว่างคนของแผนกเดินเรือ บรรดา

ชี้แจงนี้ได้ถูกปิดข่าว (Blackout) ผู้เข้ายามเรือเดิน และภาวะผู้นาด้านการบังคับบัญชา”

เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ National Geospatial – นอกจากตาหนิแล้วเขายังชมเชยบางคนด้วย โดยกล่าวว่า

Intelligence Agency ได้ออกประกาศชาวเรือ (Notice “แต่สาหรับความพยายามของการควบคุมความเสียหาย

to Mariners) เพ่มเติมวงกลมอันตรายบริเวณท USS San และภาวะผู้นาภายหลังการชนภูเขาใต้ทะเลเป็นเลิศ





Francisco ได้ชนภูเขาใต้ทะเล ในเดือนเดียวกันน้นเอง เหตุการณ์คร้งน้คงได้รับความหายนะตามมามากกว่าน ้ ี

หน่วยบัญชาการเรือดานาได้บรรยายสรุปแก่ผู้บังคับการ หากปราศจากพวกเขา”






เรือดานาทุกคนในหัวข้อเร่อง “ความสาคัญของการ พลเรอโท Greenert เห็นด้วยกบ พลเรือเอก Doran





ดาเนนการตามมาตรฐาน กระบวนการทได้พสจน์แล้ว เขาได้ชมเชยไม่เพียงแต่ความพยายามของบรรดาลูกเรือ








สาหรับการวางแผนการเดินทางและการเดินเรืออย่าง ประสบความสาเร็จท่ได้ช่วยไม่ให้เรือจมและเดินทางกลับ


ปลอดภัย” รวมท้งการสร้างทีมงานเพ่อพิจารณาตรวจ เกาะกวมได้อย่างปลอดภัย และรวมท้ง นาวาโท Mooney




อย่างรอบด้านต่อทุกมุมมองของการเดินเรือของเรือดานา ที่มีประวัติและการปฏิบัติที่ดีก่อนหน้านั้น





น่เป็นการกล่าวของ นาวาตร Jeff Dan จากหน่วยเรือดานา “ถึงแม้ว่า เหตุการณ์การชนภูเขาใต้ทะเล ได้บังคับ
ของทัพเรือแปซิฟิก ให้ข้าพเจ้าต้องลงโทษ นาวาโท Mooney และย้ายเขา
จากการศึกษารวมถึง “การพิจารณาตรวจสอบ ออกจากการเป็นผู้บังคับบัญชา ในความเห็นส่วนตัวไม่ได้

กระบวนการวางแผนการเดินทางอย่างละเอียดท่วถึง” มองในแง่ลบของการรับใช้ชาติอันเป็นตัวอย่างท่ดีถึง


ในรายงานชแจงให้ข้อสงเกตว่า ในอนาคตอนตรายด้าน ๑๕ ปี” พลเรือโท Greenert กล่าวปลอบใจ และได้กล่าว







การเดินเรือท่สาคัญควรรวมถึงแผนท่การหย่งนา เช่น สรุปว่า “ก่อนท่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายของ USS San





E 2202 เป็นตัวอย่าง อย่างไรก็ด ความคิดเห็นของ Francisco ได้แสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มท่ก�าลังพัฒนา

ผู้สืบสวนเก่ยวกับการปฏิบัติของ Sub Op Auth ส่วนใหญ่ และได้รวบรวมประวัติท่น่าประทับใจของการบรรลุความ

ได้ถูกปิดข่าวในรายงานดังกล่าว ส�าเร็จภายใต้ภาวะผู้น�าของ นาวาโท Mooney”
นาวิกศาสตร์ 33
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

การฝึก ศรชล.๖๒





กองกิจกำรพลเรือนและปฏิบัติกำรข่ำวสำร
ส�ำนักนโยบำยและแผนควำมมั่นคงทำงทะเล ศรชล.





“การฝึก ศรชล. ๖๒ ผนวกกับการฝึก C-MEX 19 (ผอ.ศรชล.) ตรวจเยยมการฝึกฯ และเป็นประธาน
เพื่อการเปลี่ยนผ่านภารกิจและหน้าที่ จากศูนย์ประสาน ในพิธีปิดการฝึกฯ บนเรือหลวงอ่างทอง ณ บริเวณท่าเรือ


การปฏิบัตในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล นคมอตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดย


เป็นศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะ

ยกระดับการท�างานของ ศรชล. อย่างเต็มรูปแบบ” รองผู้อานวยการ ศรชล. มอบหมายให้ พลเรือเอก
ในห้วงกลางเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒ ท่ผ่านมา ชาติชาย ศรีวรขาน เลขาธิการ ศรชล. และเสนาธิการ

ศูนย์อ�ำนวยกำรรักษำผลประโยชน์ของชำติทำงทะเล ทหารเรือ เป็นผู้แทน พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูง
หรือ ศรชล. ได้จัดให้มีการฝึกศูนย์อานวยการรักษา ของหน่วยงานความมั่นคงร่วมให้การต้อนรับ

ผลประโยชน์ของชาตทางทะเลประจาปีงบประมาณ


๒๕๖๒ ผนวกกับการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ
ประจาปี ๒๕๖๒ (Crisis Management Exercise 2019



: C - MEX 19) ระหว่างวันท ๑๕ - ๒๑ สิงหาคม
พ.ศ.๒๕๖๒ โดยการฝึกจะประกอบด้วยการฝึกอบรม
ู้

ให้ความร ระหว่างวันท ๑๕ - ๑๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒

ซ่งมีพิธีเปิดการฝึกในวันพฤหัสบดีท ๑๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒



โดยมี พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน เลขาธิการ ศรชล.
และเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานฯ ณ โรงแรมมณเฑียร
ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๐ สิงหาคม
พ.ศ.๒๕๖๒ เป็นการฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command
Post Exercise : CPX) ณ ศูนย์ฝึกศึกษาบุคลากร
ด้านปิโตรเลียมและพลังงานทหารจังหวัดระยอง และ
ในวันพุธท ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒ เป็นการฝึก


ภาคปฏิบัติในทะเล (Field Training Exercise : FTX)
โดยม พลเอก ประยทธ์ จนทร์โอชา นายกรัฐมนตร ี




และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อานวยการ
ศนย์อานวยการรกษาผลประโยชน์ของชาตทางทะเล




นาวิกศาสตร์ 34
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

ของชาติทางทะเล มีฐานะเป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะ

มีอานาจหน้าท และรับผิดชอบเก่ยวกับการรักษา



ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การบังคับบัญชาขึ้นตรง
ต่อนายกรัฐมนตร โดยวิธีการปฏิบัติราชการ และ

การบริหารงาน การจัดโครงสร้าง การแบ่งส่วนงาน และ

หน้าท่และอานาจของส่วนงานและอัตรากาลัง ให้เป็นไป


ตามท่คณะรัฐมนตรีกาหนด โดยให้นายกรัฐมนตร ี



เป็นผู้อานวยการ ศรชล. มีผู้บัญชาการทหารเรือเป็น
พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๖๒
มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๒ รอง ผอ.ศรชล. และเสนาธิการทหารเรือเป็นเลขาธิการ ศรชล.
ตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาต ิ





ศนยอานวยการรกษาผลประโยชนของชาตทางทะเล ทางทะเล พ.ศ.๒๕๖๒ กาหนดให้มคณะกรรมกำรนโยบำย



หรือ ศรชล. (MECC : THAI MARITIME ENFORCEMENT กำรรักษำผลประโยชน์ของชำติทำงทะเล (นปท.) มีอานาจ

COMMAND CENTER) เป็นหน่วยงานท่จัดต้งข้นตาม หน้าท่กาหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนความม่นคง






พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล แห่งชาติทางทะเล และมาตรการในการรักษาผลประโยชน์

พ.ศ.๒๕๖๒ มีอานาจในการบูรณาการขีดความสามารถ ของชาติทางทะเลให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล


ของหน่วยงานรัฐท่เก่ยวข้องในการรักษาผลประโยชน์ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความม่นคงแห่งชาต ิ

























โครงสร้างและการแบ่งส่วนงาน ศรชล.


นาวิกศาสตร์ 35
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒




แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาต และยุทธศาสตร์ชาต ิ ศรชล.ภำค ๑ มีพ้นท่รับผิดชอบบริเวณอ่าวไทย

รวมถึงให้คาแนะน�า ปรึกษา สนับสนุน ติดตาม และประเมินผล ตอนบน (๑๒ จังหวัด) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร
เชิงนโยบาย โดยมีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี (เขตบางขุนเทียน) สมุทรปราการ สมุทรสาคร

ซ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ และม ี สมุทรสงคราม ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา
กรรมการโดยต�าแหน่งทั้งหมด ๒๗ คน โดยให้เลขาธิการ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร









สภาความม่นคงแห่งชาติเป็นกรรมการและเลขานุการ ศรชล.ภำค ๒ มพนทรบผดชอบบรเวณอ่าวไทย


และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซ่งคณะรัฐมนตรีแต่งต้ง ตอนล่าง (๕ จังหวัด) ได้แก่ สงขลา สุราษฎร์ธาน ี

จากผู้มีความรู้ความเช่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้าน นครศรีธรรมราช ปัตตานี และนราธิวาส
กิจกรรมทางทะเล ด้านกฎหมาย ด้านการทหารเรือ ศรชล.ภำค ๓ มีพ้นท่รับผิดชอบด้านฝั่งทะเล


หรือด้านอ่นอันเป็นประโยชน์ต่อการรักษาผลประโยชน์ อันดามัน (๖ จังหวัด) ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่






ของชาตทางทะเล จานวนไม่เกน ๓ คน โดยทงน ้ ี ตรัง และสตูล

เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๒ มีมติคณะรัฐมนตรีให้ สาหรับภารกจการรกษาผลประโยชน์ของชาต ิ


พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติ ทางทะเลของ ศรชล. คือ การบูรณาการขีดความสามารถ



หน้าท่ประธานกรรมการในคณะกรรมการนโยบาย ของหน่วยงานของรัฐท่เก่ยวข้องกับความม่นคงทางทะเล

การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ประธาน นปท.) เพ่อจัดการแก้ไขปัญหา เหตุการณ์ หรือการกระทาท ี ่






และตามพระราชบัญญัติน้กาหนดให้ม คณะกรรมกำร ผิดกฎหมายท่กระทบ หรืออาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์
บริหำรศูนย์อ�ำนวยกำรรักษำผลประโยชน์ของชำต ิ ของชาติทางทะเลและความมั่นคงทางทะเล โดยมีหน้าที่
ทำงทะเล หรือ “คณะกรรมกำรกำรบริหำร ศรชล.” และอานาจตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์

มหน้าทและอานาจพจารณาให้ความเหน ให้คาปรกษา ของชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๖๒ ดังนี้









เสนอแนะ วางระเบียบ แต่งต้งคณะอนุกรรมการ และคณะ ๑. วางแผน อ�านวยการ ประสานงาน สั่งการ และ
ท่ปรึกษา ให้กับ ผอ.ศรชล. โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือ สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐท่เก่ยวข้อง



เป็นประธานกรรมการ และเสนาธิการทหารเรือเป็น ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล


กรรมการและเลขานุการ และให้จัดต้งศนย์อ�ำนวยกำร ๒. ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินแนวโน้มของ





รักษำผลประโยชน์ของชำติทำงทะเลภำค หรือ ศรชล.ภำค สถานการณ์ทอาจก่อให้เกดภยคกคามต่อผลประโยชน์
โดยมีผู้บัญชาการทัพเรือภาค เป็นผู้อานวยการ ของชาติทางทะเล

ศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค ๓. เสนอแผนและแนวทางปฏิบัติงานและดาเนินการ


หรือ ผอ.ศรชล.ภาค และมีจังหวัดชายทะเลเป็น ตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ หรือแผนความมั่นคงแห่งชาติ
ศูนย์อ�ำนวยกำรรักษำผลประโยชน์ของชำติทำงทะเล ทางทะเลต่อคณะรัฐมนตร และจัดทาแผนโครงการ


จังหวัด หรือ ศรชล.จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด ให้สอดคล้องกับแผนดังกล่าว


เป็นผู้อานวยการศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์ ๔. วางแผน พัฒนา และด�าเนินการเกี่ยวกับระบบ
ของชาติทางทะเลจังหวัด หรือ ผอ.ศรชล.จังหวัด โดยให้ ควบคุมบังคับบัญชา และเทคโนโลยีสารสนเทศและ



จังหวัดท่อยู่ในเขตของ ศรชล.ภาค เป็นหน่วยงานข้นตรง การส่อสาร เพ่อการปฏิบัติงานของ ศรชล. ให้สามารถ


ต่อ ศรชล.ภาค ซ่งมีการแบ่งพ้นท่ความรับผิดชอบของ ติดต่อ เชื่อมโยง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน




ศรชล.ภาค ในการดูแลการทางานของ ศรชล. จังหวัด ของรัฐ หรอหน่วยงานอนท้งในประเทศและระหว่าง



ทั้งหมด ๒๓ จังหวัด ดังนี้ ประเทศ
นาวิกศาสตร์ 36
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒



๕. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนตระหนักรู้ หน่วยงานท่เก่ยวข้องตามขอบเขตของกฎหมายในความ




ในความสาคัญของผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สิทธ ิ รับผิดชอบของหน่วยงานท่มีใช้บังคับอยู่ ท้งน ศรชล.


อธิปไตย เขตอ�านาจ และสิทธิในการแสวงประโยชน์จาก จะเตรียมพนักงานเจ้าหน้าท่และยานพาหนะของ

ทรัพยากรในเขตทางทะเล และหน้าท่ท่ต้องพิทักษ์รักษาไว้ หน่วยงานของรัฐหลักใน ศรชล. เพ่อให้สามารถระงับ










ซ่งผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รวมท้งส่งเสริมให้ และยบยงมให้เกดเหตการณ์ใด ๆ ท่กระทบ หรืออาจ



ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาตทางทะเลได้ทน

ต่าง ๆ ที่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตามสถานการณ์และมีประสิทธิภาพ ส่วนในกรณีท่เกิน


























พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน เสนาธิการทหารเรือ เลขาธิการ ศรชล.
เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกฯ ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ เมื่อ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒

นอกจากนตามมาตรา ๒๘ ของพระราชบัญญัต ิ ขีดความสามารถของหน่วยงานทางทะเล กรณีท่ไม่ม ี




การรกษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๖๒ หน่วยงานของรัฐใดรับผิดชอบ กรณีท่มีความจาเป็น









กาหนดภารกิจในการรักษาผลประโยชน์ของชาต ิ ต้องมการบรณาการในการปฏบตงาน หรอกรณทม ี






ทางทะเลของ ศรชล. ในภาวะปกติและในภาวะไม่ปกต ิ ความจาเป็นอ่นตามท่คณะกรรมการนโยบายการรักษา


โดยในภาวะปกต การรักษาผลประโยชน์ของชาติทาง ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลกาหนด ศรชล. จะเป็น





ทะเลโดยท่วไป ให้เป็นไปตามหน้าท่และอานาจของ ผู้ควบคุมบังคับบัญชา กากับ ดแล และอานวยการ

นาวิกศาสตร์ 37
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒













ในการจัดการแก้ไขปัญหา โดยบูรณาการขีดความ หนวยงานทเกยวข้อง การฝกปัญหาทบงคบการ เปนการฝก
สามารถของหน่วยงานทางทะเล ส�าหรับในภำวะไม่ปกติ การอ�านวยการของ ศรชล. เพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคาม
กรณีที่ปรากฏสถานการณ์ใด ๆ ที่กระทบหรืออาจส่งผล ทางทะเลในพื้นที่รับผิดชอบของ ศรชล.ภาค ๑ – ๓ และ

ต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างกว้างขวาง หรือ การใช้ประโยชน์จากกลไก ศรชล.จังหวัด รวมท้ง




รุนแรง คณะรฐมนตรจะมมตมอบหมำยให้ ศรชล. ศูนย์ควบคุมความม่นคงท่าเรือ (PSCC) และสาหรับ


เป็นผู้ควบคุมบังคับบัญชำ กากับ ดูแล ป้องกัน ปราบปราม การฝึก FTX ในปีน้จะเป็นการฝึกสถานการณ์หลักในการ





ระงับ ยับย้ง แก้ไข หรือบรรเทาเหตุในพ้นท่และเวลา ขจัดคราบนามันร่วไหลในทะเล (Oil Spill) ตามท ่ ี



ที่ก�าหนด นายกรัฐมนตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ


ผอ.ศรชล. ได้มอบนโยบายไว้เพ่อให้สอดคล้องกบแนวทาง

พัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ

ECC ของรฐบาล และการฝึกช่วยเหลือผู้ประสบภย


ในทะเล (SAR : Search and Rescue) ซ่งเป็นสถานการณ์

ต่อเน่อง รวมท้งจัดให้มีการฝึกสถานการณ์การปราบปราม

การทาประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และ



ไร้การควบคุม โดยชุดสหวิชาชีพ ซ่งเป็นงานท ศรชล.

จะเข้าไปมีส่วนรับผิดชอบหลังการยกเลิกศูนย์บัญชาการ
การจัดตั้งกองอ�านวยการฝึก CPX และ FTX ศรชล.ประจ�าปีงบประมาณ ๒๕๖๒
แก้ไขปัญหาการทาการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) และ



ตามท ศรชล. มภารกจ ทได้กาหนดไว้ตามระดบ มีการฝึกสาธิตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล







ความรุนแรงท่เกิดข้น ดังน้นในช่วงเร่มต้นของการ โดยใช้ขีดความสามารถในการจัดต้งโรงพยาบาลสนาม







เปล่ยนผ่านภารกิจและหน้าท จากศูนย์ประสานการปฏิบัติ ทางเรือขีดความสามารถระดับ ๒ บนเรือหลวงอ่างทอง
ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเป็น เป็นการฝึกทางการแพทย์ การคัดแยกผู้ป่วยเจ็บ ณ พื้นที่



ศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เกิดเหต มีการรับส่งต่อ ทาการคัดแยกประเมินเพ่อ



จาเป็นต้องมีการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกัน ให้การรกษาพยาบาลช่วยชวต เข้าห้องผ่าตด หอผ้ป่วย








ดังน้น การฝึก ศรชล.๖๒ ในคร้งน จึงมีวัตถุประสงค์เพ่อให้ วิกฤติ และหอผู้ป่วยรอการส่งกลับ นอกจากนี้ ได้มีการ

ก�าลังพลของ ศรชล. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความรู้ จัดนิทรรศการในการสร้างการรับรู้ถึงบทบาทหน้าที่ และ

ความเข้าใจในการปฏิบัติงานร่วมกัน ตลอดจนการอานวยการ ภารกิจของ ศรชล. ตามพระราชบัญญัติการรักษา

และประสานงานในการจัดการกับภัยคุกคาม และปัญหา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๖๒ การดาเนินงาน

ความม่นคงทางทะเลภายใต้พระราชบัญญัติการรักษา ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของ
ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.๒๕๖๒ โดยการฝึก หน่วยงานภายใน ศรชล. ได้แก่ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า
จะประกอบด้วย การฝึกอบรมให้ความรู้ การฝึกปัญหา กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและ
ที่บังคับการ (Command Post Exercise : CPX) และ ชายฝั่ง และกองบังคับการตารวจนา การแสดงบทบาทและ



การฝึกภาคปฏิบัติในทะเล (Field Training Exercise ภารกิจของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วม (Joint Information


: FTX) สาหรบการอบรมให้ความร้กบผ้เข้ารับการฝึก Center : JIC) ของกรมประชาสัมพันธ์ การแสดงการฝึก




จะเน้นให้ความรู้ความเข้าใจเก่ยวกับโครงสร้าง ศรชล. ศรชล.๖๒ ผนวกกับการฝึก C-MEX 19
รวมทงกลไกในการบรณาการขดความสามารถของ




นาวิกศาสตร์ 38
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ในฐานะ ผอ.ศรชล. ตรวจเยี่ยมและเป็นประธานในพิธีปิดการฝึก การฝีก ศรชล.๖๒ - การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ประจ�าปี ๒๕๖๒
บนเรือหลวงอ่างทอง ณ บริเวณท่าเรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง
เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๒






















การฝึกภาคปฏิบัติในทะเล (Field Training Exercise : FTX)



























นาวิกศาสตร์ 39
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

การขจัดคราบน�้ามันรั่วไหลในทะเล (Oil Spill) และการฝึกช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR : Saerch and Rescue)




หลังการตรวจเย่ยมการฝึกฯ พลเอก ประยุทธ์ ก็ตาม ต้องแก้ท้งระบบอย่าให้เกิดปัญหาตามมา






จนทรโอชา ได้กล่าวให้โอวาทกบกาลงพลใน ศรชล. ว่า ขณะเดียวกันต้องรักษาผลประโยชน์ชาต และประชาชน
“ขอให้ทกหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกัน โดยการทางานของ เป็นสาคัญ และรู้สึกยินดีท่ได้มาร่วมรับชมการฝึกซ้อม




ศรชล. เก่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ท้งในด้านภัยภิบัต ิ ในวันน ส่งต่าง ๆ เหล่าน้เป็นส่งท่พระบาทสมเด็จ










นกท่องเทยว และการปราบปรามประมงผดกฎหมาย พระเจ้าอย่หว ได้ทรงรบสงและเน้นยาให้มการเตรยม














และภารกจอ่น ๆ จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกนและกน แผนหลัก แผนรอง และแผนเผชิญเหตุ ทั้งนี้ การรักษา


อีกท้งต้องเรียนรู้ และทาหน้าท่เพอประโยชน์ของ ผลประโยชน์ของชาติมีหลายมิต ท้งทางทะเล ทางบก







ประเทศชาต ส่วนอะไรท่เป็นปัญหาและความขัดแย้ง ทางน�้า และอากาศ ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของทุกคนอยู่แล้ว





กต้องทาความเข้าใจกับประชาชนให้ได้ จะคดแบบเดม โดยต้องไม่มีการปล่อยปละละเลย ต้องเสียสละ อดทน

ทุกอย่างก็ไปไม่ได้ ขณะท่กฎหมายต้องใช้อย่างเป็นธรรม และเป็นที่พึ่งให้ประชาชนให้ได้ทุกโอกาส อย่างไรก็ตาม
โดยเฉพาะกฎหมายท่เก่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน วันน้ได้มาเห็นการทางานร่วมกันของพลเรือน ทหาร




เช่น เร่องการประมงผิดกฎหมาย และหากจะแก้ ต�ารวจ และประชาชนแล้วมีความสุข นี่คือประเทศไทย


กฎหมายต้องระมัดระวัง และยาว่าการแก้ปัญหาใด ของเรา โอกาสและศักยภาพมีจ�านวนมาก หากมีปัญหา

นาวิกศาสตร์ 40
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

เป็นศูนย์อานวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

ในการยกระดับการท�างานของ ศรชล. อย่างเต็มรูปแบบ
โดยให้มีความพร้อมในการตอบสนองต่อสถานการณ์
ด้านความม่นคงทางทะเลท่เปล่ยนแปลงไปให้ได้อย่าง



มีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมรองรับภาระงานด้าน


ความม่นคงครอบคลุมในทุกมิต จากภัยคุกคามใน


ทกรปแบบ อาชญากรรมข้ามชาต และความท้าทาย




ข้ามแดน ทมความเชอมโยงกบการกระทาผดกฎหมาย






ระหว่างทะเลกับแผ่นดน โดยการบรณาการ และการ

สนธิขีดความสามารถของทุกภาคส่วน ในการปฏิบัติงาน
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ในฐานะ ผอ.ศรชล. กล่าวให้โอวาทกับก�าลังพลใน ศรชล. ร่วมกันระหว่างหน่วยงานท้งภายในประเทศและ

ต่างประเทศ พร้อมท่จะตอบสนองต่อแนวโน้มภัยคุกคาม


กันเองก็จะทาอะไรไม่ได้ โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่จะเกิดข้นจากจานวนกิจกรรมทางทะเลท่จะเพ่มมากข้น












ยืนยันว่าจะทาหน้าท่ให้ดีท่สุดเพ่อแผ่นดิน ผืนนา และ เพ่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้มีความมั่นคง
ประชาชน หน้าที่ของเราทุกคน คือ ต้องเป็นข้าราชการ มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป
ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”


การฝึก ศรชล.๖๒ ในคร้งน้ถือได้ว่าเป็นการ สามารถติดตามข่าวสารจาก ศรชล. ได้ท่เว็บไซด์ http://www.thaimecc.org



เรมเปลยนผ่านภารกจและหน้าท จากศนย์ประสาน และ facebook https://www.facebook.com/THAIMECC/






การปฏิบติในการรักษาผลประโยชน์ของชาตทางทะเล


คำ�ถ�มเดือน ตุล�คม ๒๕๖๒
ชิงรำงวัล เสื้อรำชนำวิกสภำ จ�ำนวน ๓ รำงวัล
ค�ำถำม



เส้นทำงเดนเรอหลกของโลกมกเส้นทำง




เส้นทำงอะไรบ้ำง ?
ส่งค�ำตอบมำที่ navik.mag@gmail.com หรือไปรษณียบัตร/จดหมำย จ่ำหน้ำซองถึง
ส�ำนักงำนรำชนำวิกสภำ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริรำช เขตบำงกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
(ตอบค�ำถำมภำยในวันที่ ๑๗ ธันวำคม ๒๕๖๒) ตรวจสอบรำยชื่อผู้ได้รับรำงวัลที่
WWW.FACEBOOK.COM/นิตยสำรนำวิกศำสตร์ ผู้ตอบแบบสอบถำม กรุณำเขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้

*หำกมีผู้ตอบค�ำถำมถูกมำกกว่ำ ๓ ท่ำน จะใช้วิธีจับสลำกคัดเลือกผู้โชคดีเพ่อรับรำงวัลแทน
**สมำชิกท่ำนใดท่มีกำรเปลี่ยนแปลงท่อยู่ หรือไม่ได้รับนิตยสำรนำวิกศำสตร์ ขอควำมกรุณำแจ้งท่อยู่ปัจจุบันให้กองบรรณำธิกำรทรำบ



เพ่อด�ำเนินกำรเปลี่ยนแปลงข้อมูลของท่ำนให้ถูกต้องในกำรจัดส่งนิตยสำรนำวิกศำสตร์ต่อไป

นาวิกศาสตร์ 41
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

สัก (กะลา) ส ี
















นาวาโท ฐิติ ภาษี


ที่มา : MAA) เป็นพันจ่าอาวุโสที่รู้เรื่องต่าง ๆ มาก เพราะได้
ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ผู้เขียนได้พิมพ์ ปฏิบัติงานกับเรือมาตั้งแต่เด็ก ๆ ท่านเล่าให้ฟังเรื่องลี้ลับ






ต้นฉบับเรื่อง “เอกลักษณ์ทหารเรือ : ชุดกะลาสี” แล้ว อยู่หลายเร่อง หน่งในน้นเป็นเร่องท่สนใจและจาได้คือ



จึงส่งไปให้ฝ่ายบรรณาธิการทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เร่องตานานของ The Flying Dutchman ดังน้น





(อีเมล์) หลังจากน้นไม่ได้เขียนเร่องท่เก่ยวกับกะลาส ี ต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงได้หาข้อมูลเพ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต
อีกเลย จนในช่วงวันหยุดยาวปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๘ อ่านจาก e-book และสั่งหนังสือเรื่อง The Best Ghost

ผู้เขียนน่งดูหนังจากแผ่น DVD เร่อง The Pirates Of Stories 1800-1849 : A Classic Ghost Anthology


The Caribbean ภาคแรก ในเร่องน้มีเรือช่อ The Flying (มบรรณาธการเป็น Mr. Andrew Barger ทตพมพ์











Dutchman ทาให้นึกย้อนไปถึงช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๑ หนังสือเก่ยวกับเร่องล้ลับต่าง ๆ หลายเล่ม) หลังอ่านเสร็จ


ซ่งผู้เขียนได้มีโอกาสไปฝึกเรือในทะเลแถบแคริบเบียน ได้ค้นคว้าเพ่มเติม และเรียบเรียงใหม่เป็นเร่องเล่า



บนเรือหลวงเชฟฟิลด์ (HMS Sheffield) ของราชนาว ี ภาษาไทยออกมาเป็นบทความเร่อง “เรือผีสิง The Flying




อังกฤษ ระหว่างท่ฝึกเรืออยู่น้นเป็นช่วงเดียวกับท่ทวีป Dutchman” ท่ได้รับการตีพิมพ์ในนาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน
อเมริกากลางได้รับความเสียหายจากพายุเฮอริเคนจอร์จ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐
(Hurricane George) เรือหลวงเชฟฟิลด์ได้รับคาส่ง กระน้นก็ด ยังไม่มีเร่องท่เก่ยวกับกะลาสีเรือ










ให้ไปช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมท ประเทศเบลีซ ท่น่าสนใจจะเขียนอีกเลย ผู้เขียนต้งโจทย์ไว้ว่าอยากจะ

(Belize) เรือออกจากฮอนดูรัส (Honduras) แล้วไป หาเร่องท่เป็นส่งท่กะลาส หรือทหารเรือมาเขียนให้ได้





ทอดสมอรอในอ่าวฮอนดูรัสเพื่อรอเรือเล็กพาเข้าฝั่ง จนช่วงกลาง ๆ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีการใช้ส่อสังคมออนไลน์





ในคืนท่เรือจอดทอดสมอน้นในเรือไม่มีอะไรทา ของคนไทยมากข้น มากแบบก้าวกระโดด ผู้เขียนรับ



พวกเราเลยน่งคุยกัน (พร้อมกับด่มเบียร์ – ในเรือรบอังกฤษ ข้อมูลข่าวสาร บันเทิง ความรู้ และส่อสารผ่านทางส่อ





ช่วงน้นจะมีเบียร์ให้ดมฟร ๒ กระป๋อง/คน/วน) สังคมออนไลน์เช่นเดียวกัน ได้เห็นว่าในยุคปัจจุบัน

ในเร่องต่าง ๆ ไปเรื่อยเปื่อย ผู้ที่เล่าเรื่องแปลก ๆ มากที่สุด คนที่นิยมสักร่างกายเต็มตัว (สักหน้า สักตัว สักเยอะ ๆ)

ก็คือหัวหน้าระเบียบวินัยของเรือ (Master-At-Arms ได้นาเข้าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (โพสต์) โดยใช้ส่อต่าง ๆ


นาวิกศาสตร์ 42
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒


น้ามันแทงท่ผิวหนังให้เป็นอักขระเคร่องหมาย หรือ



ลวดลาย ถ้าใช้หมึก เรียกว่า สักหมึก ถ้าใช้น้ามัน เรียกว่า

สักน้ามัน (โบ) ท�าเครื่องหมายโดยใช้เหล็กแหลมจุ้มหมึก

จ้มท่ผิวหนังเพ่อแสดงเป็นหลักฐานบนร่างกายส่วนใด




ส่วนหน่ง เช่น สักข้อมือ แสดงว่าได้ข้นทะเบียน
เป็นชายฉกรรจ์ หรือเป็นเลกมีสังกัดกรมกองแล้ว
สักหน้า แสดงว่าเป็นผู้ที่ต้องโทษปาราชิกเป็นต้น”

การสักในภาษาอังกฤษใช้คาว่า “Tattoo” โดยม ี

ความหมายหลากหลาย หากพิจารณาจากแหล่งท่ม ี

ความน่าเชอถอและยอมรบได้มดงน เคมบริดจ์







(Cambridge Dictionary) ให้ความหมายว่า “a
permanent picture, pattern, or word on the
surface of skin, created by using needles to
put colors under the skin” ลองแมน (Longman
Dictionary) ให้ความหมายว่า “to mark a permanent
picture or writing on someone’s skin with
a needle and ink” ส่วนอ๊อกฟอร์ด (Oxford
Dictionary) ให้ความหมายว่า “Mark (a part of the


มากข้น ท้งใช้ทะเลาะวิวาท จนกระท่งมีการชกกัน body) with an indelible design by inserting






ในเวทมวยราชดาเนน บางคนสร้างรายได้จากการทม ี pigment into punctures in the skin.”

รอยสักเยอะ ๆ ท้งจากการขายของออนไลน์ (คนท่ม ี ในหนังสือหลายเล่มกล่าวไปในทางเดียวกันคือ





รอยสักจะเป็นทจดจาได้ง่าย) ได้เหนดารา นักแสดง คาว่า Tattoo น่าจะมาจากภาษาของชาวพอลินีเชีย



นกกีฬา คนท่ว ๆ ไป มการสักกนมากข้น ทาให้ได้คาตอบ (Polynesia) โดยมาจากค�าว่า Tata (ทา-ทา) กับค�าว่า








ของโจทย์ท่ต้งเอาไว้หลังท่ได้ค้นคว้าหาข้อมูลจาก U (อู) เมื่อรวมกันเรียกว่า TataU (ทา-ทา-อู) แล้วต่อมา


หนังสือเก่า ส่ออิเล็กทรอนิกส์ ดูภาพยนตร์ ดูสารคด ี ได้เรียกเพ้ยนเป็น Tattoo (แทต-ทู) โดยคาว่า ทา-ทา

หลายเร่อง แล้วก็ได้รวบรวมข้อมูลเรียบเรียงเป็นคาพูด แปลว่า การท�าซ�้า ๆ ด้วยมือ (Repeatedly Done By




ของผู้เขียนเอง เขียนและพิมพ์ออกมาเป็นบทความ Hand) ส่วน อ แปลว่า ส (Colour) โดยความหมาย
เรื่อง “สัก (กะลา) สี” นี้ครับ รวม ๆ คือ การสักนั่นเอง ผู้ที่น�าค�าว่า ทา-ทา-อู มาสู่โลก
ตะวันตกคือ เหล่ากะลาสีลูกเรือของกัปตันเจมส์ คุ๊ก


การสักคืออะไร ท่ไปตาฮิติในปี พ.ศ. ๒๓๑๒ น่นเอง (ชาวพอลินีเชีย
ความหมายของการ “สัก” ตามพจนานุกรม เป็นกลุ่มคนที่อยู่ในหมู่เกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ คือ “(คากริยา) ประกอบด้วย ชาวนิวซีแลนด์ ชาวซามัว ชาวตองงา และ

เอาของแหลมแทงลงด้วยวิธีการ หรือเพ่อประโยชน์ ชาวตูวาลู)





ต่าง ๆ กัน เช่น สักปลาไหล สักหาของในน้า สักรอยช้า ความเช่อแต่เดิมน้นคนท่สักมักจะเป็น โจร คนท่เคย




เพ่อรีดเอาเลือดท่ค่งออกใช้เหล็กแหลมจุ้มหมึก หรือ ติดคุก โสเภณ นักเลง และกะลาส ส่วนในปัจจุบันม ี


นาวิกศาสตร์ 43
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

อุปกรณ์/เครื่องมือในการสัก
หลากหลายความเชื่อ ผู้คนที่มีชื่อเสียงในหลาย ๆ วงการ เห็นได้ว่าวัฒนธรรมการสักของกะลาสียังแผ่เข้าไปใน








ต่างก็นิยมสักกัน เช่น นักฟุตบอลชาวอังกฤษ เดวิด เบคแคม การ์ตนมาตงแต่เกอบ ๆ ร้อยปีทผ่านมาแล้วโน่นทเดยว

(David Robert Joseph Beckham) ท่หลงใหล การสักโดยทั่ว ๆ ไปมีอยู่ด้วยกัน ๓ แบบ คือ สักด�า










ในการสกประสบการณ์หรอเรองราวต่าง ๆ บนผวหนง สกใส และสกส ต่างกนทตวสของนาหมกทผ่านเข้าไป














ตนเอง นักร้องดังหุ่นบาดใจสาว ๆ ชาวอเมริกันอย่าง ในร่างกาย การสกดา คอ การสกแบบดงเดมทใช้หมึก




อาดัม เลอวีน (Adam Levine) แห่งวงมารูนไฟว์ ที่มีสีด�า หรือโทนด�า สักเป็นลวดลาย หรืออักขระต่าง ๆ







(Maroon 5) ท่ช่วยเพ่มเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม สวนการสกใส คอ การสกโดยใช้นามน บางคนไม่ต้องการ


(และเพศเดียวกัน) นักแสดงสาวอเมริกัน แอนเจลีนา โจล ี ให้เห็นรอยสักจึงให้ผู้ท่ทาการสักสักใสให้ นามันท่ใช้







(Angelina Jolie Voight/Pitt) และดาราไทย ในการสักใสอาจทาจากนามันว่านต่าง ๆ นามันงา






หลาย ๆ ท่าน ได้ไปสักยันต์ห้าแถวกับอาจารย์หนู กันภัย มันของช้างตกมัน นามันจากเสือ ส่วนสักสีน้นเป็นการสัก

(นายสมพงษ์ กันภัย) ผู้ที่มีชื่อเสียงในการสักยันต์ของไทย ท่ใช้สีอ่น ๆ นอกจากดา หรือใส สีท่สักโดยมากทาจาก





รวมทงกะลาสตวเอกในการ์ตนทหลาย ๆ คนร้จกมา ส่วนผสมท่มีโลหะจึงอาจไม่เป็นมิตรกับผิวหนังมากนัก











เกือบ ๙๐ ปีแล้วอย่างกะลาสีป๊อปอาย (Popeye The สูตรการผสมสีแต่ละท่น้นมีความต่างกัน ของไทยอาจม ี

Sailor) ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในวันที่ ๑๗ เดือนมกราคม การใช้หมึกจีนผสมกับนามนต์ บ้างผสมกับดีหม ี

พ.ศ. ๒๔๗๒ ก็สักลายสมอด้วยเช่นเดียวกัน (อาจแสดง ผสมเลือดเสือ ผสมเลือดงูเห่า หรือดีงู ตามแต่ผู้ที่ท�าการ
ได้ว่าเขาได้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกแล้วก็ได้) สักจะใช้
นาวิกศาสตร์ 44
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒

คนมีชื่อเสียงในโลกนิยมสักกันมากขึ้น
การสักในโลก ของผู้ตายในยุคน้น มีเพียงการกล่าวถึงในหนังสือและ


เช่อกันว่าการสักมีมานานมากกว่า ๘,๐๐๐ ปีแล้ว บันทึกเท่านั้น













ข้อมูลจากบันทึก และหนังสือต่าง ๆ ท่สามารถเช่อถือเป็น ยคทอยปต์ กรก และโรมนร่งเรอง มการสก
หลักฐานอ้างอิงได้ เช่น ตามร่างกายผู้ท่เป็นทาสเพ่อป้องกันการหลบหน หรือ



ในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔ นักเดินเขาชาวเยอรมัน เพื่อให้รู้ว่าเป็นทาสที่หลบหนี

๒ คน ไปพบร่างของมนุษย์ผู้ชาย (ร่างน้มีอายุราว ชาวเมาร (Maori) ในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์


๕,๓๐๐ กว่าปี) อยู่บนเทือกเขาแอลป์ ช่วงท่เป็น ยังคงเหลือประเพณีการสักอยู่โดยการสักคร้งแรกเป็นการ

พรมแดนระหว่างประเทศอิตาล และออสเตรีย ร่างน ้ ี แสดงว่าเด็กคนน้นได้ก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่แล้ว ส่วนการ




มีช่อเรียกว่า Ötzi (อ่านว่า อ๊อตซ่) จากการพิสูจน์ทาง สักคร้งต่อ ๆ มา เป็นการสักตามประสบการณ์ต่าง ๆ

วิทยาศาสตร์สมัยใหม่พบว่า ขณะท่เขาตายเขามีอาย ุ ตามความเชื่อดั้งเดิม



ประมาณ ๔๕ ปี สูงประมาณ ๑๖๕ เซ็นติเมตร หนักราว ๆ ประเทศญ่ปุ่นในอดีตนิยมสักนักโทษ ผู้ท่มีรอยสัก


๕๐ กิโลกรัม สาเหตุของการตาย คือ ภาวะร่างกายเย็นเกิน คือ คนท่เป็น ผู้ร้าย โจร รอยสักของญ่ปุ่นในอดีต คือ


(หนาวตาย) จากการตรวจสอบตามร่างกายพบว่าเขามี เคร่องหมายของคนไม่ด คนเหล่าน้จะไม่สามารถไปอาบนา









รอยสัก ๖๑ แห่งท่วตัว (ตามแนวกระดูกสันหลัง เข่า ในแหล่งอาบนา หรือท่อาบนาสาธารณะได้ ภายหลัง



ข้อเท้า) สันนิษฐานว่าเป็นการสักเพ่อรักษาความเจ็บปวด สงครามโลกคร้งท ๒ มีการต้งกลุ่มอิทธิพล (ยากูซ่า)



คล้ายกับการนวดกดจุด และการฝังเข็มท่เป็นการรักษา โดยผู้ท่เคยมีรอยสักมาก่อนหน้าก็ใช้การสักกลบทับ


ในปัจจุบัน ทั้งนี้ Ötzi ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีรอยสักที่เก่าแก่ รอยเดิม จากท่เคยเป็นรอยสักขนาดไม่ใหญ่ ก็กลายมาเป็น

ที่สุดในโลก การสักท่วตัวเช่นในปัจจุบัน และเช่นเดียวกับในอดีต


ในสงครามศาสนาครูเสดระหว่างชาวคริสต์และ คนท่มีรอยสักมักไม่ค่อยเข้าไปอาบนาในท่สาธารณะ


อิสลาม ในอดีตน้นชาวคริสต์จะสักตัวให้มีรูปไม้กางเขน (ออนเซน) คนจะมองว่าเป็นคนไม่ดไป แม้ว่าในปัจจบน





เพ่อว่าผู้ท่พบศพของตนในสงครามจะได้ทาพิธีทางศาสนา บางคนอาจสักเพราะช่นชอบศิลปะก็ตาม รวมทั้งคนท ี ่











ได้ถูกต้อง ในส่วนนี้ไม่มีหลักฐานการพบศพหรือร่างกาย มรอยสกไม่มาก ในบางครงกไม่กล้าจะไปอาบนาในที ่
นาวิกศาสตร์ 45
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒



สาธารณะ (มีบริษัทของญ่ปุ่นท่คิดแผ่นแปะทับรอยสัก
ออกมาขาย เพ่อให้ผู้ท่มีรอยสักกล้าไปอาบนาออนเซ็น






มากข้น) โรงแรมหลาย ๆ ท่ก็ยอมรับการสักกันมากข้น



ในสงครามโลกคร้งท่สอง นาซีเยอรมันได้สักตาม
ร่างกายของนักโทษ ท่โดยมากเป็นชาวยิวในค่ายกักกัน

เอาซ์ชวิตซ์ (Auschwitz) โดยจะสักตามแขน หรือข้อมือ


ของนักโทษเหล่าน้นเพ่อท่จะได้รู้ว่าเป็นใคร หลังสงคราม

ส้นสุดลงบรรดาลูกหลานของผู้ท่เคราะห์ร้ายเหล่าน้น



บางท่านก็สักหมายเลขเดียวกันท่ญาติของตนถูกสักเพ่อ


เป็นเครื่องระลึกและเตือนใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น






























การสักของไทยไว้เป็นจ�านวนมาก หากจะเขียนเน้นเรื่อง

การสกของไทยเรองเดยวจะสามารถเขยนออกมาได้




ร่างของ Otzi ภาพจากเว็บไซต์ www.tattoo.com

ประมาณพ็อกเก็ตบุ๊ค ๑ เล่มทีเดียว สาหรับการสัก
การสักของไทย ในประเทศไทยน้นไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเร่มต้งแต่ พ.ศ. ใด



ตอนท่กาลังพิมพ์บทความน้อยู่ ผู้เขียนได้ศึกษา แต่จากหลักฐานในหนังสือหลายเล่ม งานวิจัยหลายเรื่อง





และจดบันทึกในเร่องท่สาคัญ และน่าสนใจเฉพาะในเร่อง รวมท้งจากจดหมายเหตุของลาลูแบร์ มีข้อมูลส่วนท ่ ี



นาวิกศาสตร์ 46
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒


เหมือนกัน คือ การสักของไทยมีมาต้งแต่สมัยอยุธยา ในด้านลวดลายที่นิยมกันมาก คือ ยันต์เก้ายอด สักลาย


ตอนต้น โดยท่การสักในยุคน้นมาจาก ๓ ประเภทหลัก คือ พระพรหม สักนารายณ์ทรงสุบรรณ สักลายพระพิฆเนศ
การสักประเภทแรกเป็นการ “สักไพร่เม่ออายุครบ สักลายหนุมาน สักจิ้งจก และลายอื่น ๆ ตามแต่ที่ผู้สัก



๒๐ ปี เพ่อแสดงสังกัดกรม กอง เม่อเข้ารับราชการ” ต้องการ


ประเภทต่อมาเป็นการ “สักของไพร่ท่วไปท่เก่ยวกับ การสักของไทยในปัจจุบันนอกจากการสักแบบด้งเดิม


ความเช่อ/วัฒนธรรม” (เช่นสักยันต์) และประเภทสุดท้าย (ประเภทท่สอง) ท่เคยมีอยู่น้นก็ยังมีเพ่มข้นมาอีก ๒ แบบ






เป็นการ “สักนักโทษ” ท้งน้การสักประเภทแรก และ คือ การสักเพื่อศิลปะ โดยหลายคนที่สักลายเพื่อศิลปะนี้


ประเภทสุดท้ายได้ยกเลิกไปแล้วในสมัยรัชกาลที่ ๕ และ มีความเห็นว่าเป็นการสักตกแต่งร่างกายให้สวยงาม
รัชกาลที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตามล�าดับ ให้ดึงดูดเพศตรงข้าม หรือการสักเพ่อแสดงความเป็นตัวตน



การสักไพร่ในอดีตน้น ผู้ใดท่ไม่มีรอยสักเลก และอีกแบบคือการสักเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับผิวหนัง
(การสักประเภทแรก) จะเรียกว่าไพร่ไร้สังกัด บ้างเรียกว่า (สักทางการแพทย์) เช่น บางคนค้วบางก็อาจสักค้ว


พวกแขนขาว เม่อมีเร่องต้องข้นโรงข้นศาล หรือเม่อ ให้เข้มข้น ผู้ท่ปลูกผมอาจใช้การสักบริเวณช่องว่าง








มีคดีฟ้องร้อง จะไม่มีผู้รับรองให้ การสักเลกน้เป็นการสัก ของผมหลังการปลูก บางคนมีแผลเป็นตามร่างกาย





ข้อมอให้แก่ชายฉกรรจ์ทอายครบ ๒๐ ปี จะสกเม่อ ก็ไปสักทับรอยแผลเป็นน้น บางคนเป็นโรคด่างขาวก็ใช้


เข้าทาหน้าท่เป็นไพร่หลวง (คล้าย ๆ ทหารเกณฑ์) การสักลายทับบริเวณท่สีผิวผิดปกต บ้างก็สักหัวนม หรือ




โดยจะได้รับสังกัดมูลนาย หรือ กรม กอง ในราชการ ลานหัวนม และบางคนเป็นโรคท่คันรอบ ๆ ทวารหนัก

ผู้ที่ถูกสักหน้าในสมัยโบราณนั้น ทางราชการจะสัก ก็มีการรักษาด้วยการสักรอบ ๆ ทวารหนักด้วย
บริเวณหน้าผากแก่บุคคลท่เป็นผู้ต้องโทษ โดยสักเป็น

เครื่องหมาย หรืออักขระกลางหน้าผาก เพื่อให้รู้ว่าผู้นั้น

เป็นคนต้องโทษ มีเร่องเล่าว่าในสมัยรัชกาลท ๔ ม ี








ชาวจีนคนหน่งช่อจนเส็ง ถกสกประจานท่หน้าผากเพราะ
กระท�าคุณไสย






เช่นนนการสกทมมาตงแต่โบราณ ( ๓ ประเภท


ที่กล่าวมาข้างต้น) ท่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบันก็คือการสัก

ที่เกี่ยวกับความเชื่อหรือวัฒนธรรม (ประเภทที่สอง) เช่น
การสักยันต์ เป็นต้น การสักของไทยประเภทน้ยังอาจแบ่ง

ได้ออกไปอีกเป็น ๒ สาย คือ สายเมตตามหานิยม
(เช่อว่าทาให้มีเสน่ห์ เป็นท่รัก การเจรจาค้าขายคล่อง)




และสายอยู่ยงคงกระพันชาตร (เช่อว่าป้องกันอันตราย

หรือแคล้วคลาดจากภัยต่าง ๆ ได้) ผู้ชายไทยนิยมสัก
มากกว่าผู้หญิง และมักสักในตาแหน่ง (เรียงตามความนิยม)

คือ แผ่นหลัง หน้าอก คอ ศีรษะ ไหล่ แขน ชายโครง หน้า


มือ และหัวเข่า ผู้ท่เป็นคนทาการสักในสมัยก่อน คือ
พระสงฆ์ มักสักยันต์ในทางบวก และมีบ้างที่เป็นการสัก



โดยผู้ท่มีวิชาอาคม ท่มักสักท้งในทางบวก และในทางลบ การสักของไทยในอดีต
นาวิกศาสตร์ 47
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒





การสกของกะลาสีในอดีตนน เป็นการสกตามจุดต่าง ๆ
ที่เห็นชัด เช่น อก ไหล่ หลัง แขน หรือ ขา โดยรูป หรือ
ลายสักที่มักพบบ่อย คือ นกนางแอ่น ผู้หญิงเปลือยกาย
(บ้างนิยมสักให้สวมหมวกกะลาสีด้วย) ลูกเต๋า ๒ ลูก
เรือใบ หรือข้อความต่าง ๆ ตามแต่ละคนต้องการ


การสักของกะลาสีน้น ท่ได้กล่าวไว้ในข้างต้นแล้วว่า
น่าจะมีต้นก�าเนิดตั้งแต่ตอนที่ กัปตันเจมส์ คุ๊ก (Captain



James Cook) ผ้บงคบการเรอ/นกสารวจ/นักเดนเรอ/








ผู้สร้างแผนท ชาวอังกฤษเดินทางสารวจโลกตะวันออก
ในปี พ.ศ. ๒๓๑๒ กัปตันเจมส์ คุ๊ก ได้พาลูกเรือไปที่ตาฮิติ
(Tahiti) ในหนงสอบางเลมบอกวาเมาร (Maori) พอไดขน











ไปบนฝงบรรดากะลาสีลกเรือของกปตนเจมส คก ได้พบกบ
ั่





ชนเผ่าพ้นเมือง คือ ชาวพอลินีเชียท่มีการสักเป็นเร่องปกต ิ


เป็นประเพณีด้งเดิมของชาวพ้นเมืองอยู่แล้ว ลูกเรือขอให้



ชาวตาฮิติสักตามร่างกายให้ จากน้นได้นาเอาวิธีการสัก


ติดตัวไปกับพวกตนไปเป็นส่งท่ระลึกด้วย ทาให้การสัก


ได้มีการเผยแพร่ในบรรดาลูกเรือต่อมากัปตันเจมส์ คุ๊ก
เห็นว่าเป็นเร่องดีท่จะสักให้กับลูกเรือของตน เน่องจากว่า



การสักของไทยในปัจจุบัน
เขามีการเดินทางหลายรอบไปกับเรือหลาย ๆ ล�า มีการ


ผ้เขยนได้อ่านหนังสอจดหมายเหตของลาลแบร์ เปล่ยนลูกเรือตลอดเวลา การสักให้กับลูกเรือของตน






ฉบับท่กรมหม่นนราธิปประพันธ์พงศ์ได้ทรงแปลไว้ จงเป็นสงหนงทช่วยจาแนกว่าใครอย่กบเรือล�าใดได้













ขอนาตอนหน่งท่ลาลูแบร์ได้กล่าวถึงการสักในสมัยน้น อีกทางหนึ่ง จากนั้นการสักก็มีความแพร่หลายในบรรดา

มาเล่าให้ฟังโดยขออนุญาตปรับภาษาให้เป็นปัจจุบัน กะลาสีเรือไปอย่างรวดเร็ว


ดังนี้ “ข้าพเจ้าได้เห็นขุนนางผู้ใหญ่คนหน่งท่ขาท่าน กะลาสีในยุโรปบางคนสักส่งท่เก่ยวกับความเช่อ





เป็นสีนาเงินอย่างเข้ม เหมือนรอยแผลเป็นท่ถูกดินปืน ศาสนา เร่องล้ลับ เร่องเหนือธรรมชาต โดยพวกเขา










คนท่อวดให้ข้าพเจ้าเห็นบอกแก่ข้าพเจ้าว่าส่งท่ทาให้ เช่อว่าหากสักรูปบางอย่างแล้วจะทาให้ส่งเลวร้าย



เป็นคนใหญ่คนโตน้น ย่อมมีสีนาเงินมาก หรอน้อย วิญญาณในทะเล คลิื่นลมทะเล พายุฝน จะกลัวรอยสัก




ตามเกียรติยศของท่าน และพระมหากษัตริย์สยามก็ทรง เหล่าน้น ทาให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย และสบายใจมากข้น



สักสีน�้าเงินตั้งแต่พระบาทจนกระทั่งพระนาภี” พวกเขาเช่อว่าจะกลับบ้านโดยปลอดภัย ในอดีตนับว่า

เป็นวัฒนธรรม เป็นค่านิยมหน่งของบรรดากะลาสีเรือ

สักกะลาสี เพราะเป็นส่งท่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของชาวเรือ


การสักกะลาสีในความหมายของผู้เขียนนั้น คือ ท่ไม่เหมือนกับวิชาชีพอ่น ๆ ในโลก ท้งน้กะลาสีแต่ละแห่ง




การสักตามร่างกายของกะลาส ซ่งการสักตามร่างกาย ในโลกก็จะมีลักษณะของลายสักที่แตกต่างกันไป


เคยเป็นท่นิยมมากของเหล่ากะลาสีในสมัยหน่ง การสัก ผู้นิยมการสักลายปัจจุบันจะเรียกลายสักท่นิยมสัก





ของกะลาสีน้เป็นการแสดงถึงประสบการณ์ของผู้น้น ในอดีตว่าลายสักแบบด้งเดิม หรือแบบ Old-School

นาวิกศาสตร์ 48
ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒


Click to View FlipBook Version