The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน มีนาคม ๒๕๖๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-03-28 02:45:52

นาวิกศาสตร์ มีนาคม ๒๕๖๒

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน มีนาคม ๒๕๖๒


มิตรเทียม ๔ อคติ ๔ อบายมุข ๔ อบายมุข ๖ วณิชชา จะท�ำให้รู้เท่ำทันควำมเป็นไปและควำมเปล่ยนแปลง
๕ อภิฐาน ๖ เป็นต้น ของชีวิตตลอดเวลำ และรู้เห็นเส้นทำงควำมเป็นมำ

หมำยเหตุ - ผู้ประสงค์ทรำบรำยละเอียดท้งหมด และเป็นไปของปัญหำชีวิตได้ตลอดสำย ถ้ำวิเครำะห์

เก่ยวกับพุทธธรรมเสริมจุดแข็งชีวิต ความประพฤต ิ องค์กรชีวิตและด�ำเนินกลยุทธ์ SWOT ผิดพลำดหรือ

อันนาไปสู่จุดอ่อนชีวิต พุทธธรรมสร้างโอกาสชีวิต บกพร่องในข้อใด อย่ำงไร ก็จะรู้ได้ทันทีและสำมำรถ

และพุทธธรรมป้องกันภัยคุกคามชีวิต สำมำรถดูรำยละเอียด เลือกน�ำพุทธธรรมค�ำสอนมำเป็นเคร่องมือเสริมจุดแข็ง
ได้จำกหนังสือพจนำนุกรมพุทธศำสตร์ (A Dictionary ชีวิต ก�ำจัดจุดอ่อนชีวิต สร้ำงโอกำสชีวิต และป้องกันภัย
of Buddism) ซึ่งรวบรวมเรียบเรียงโดย พระรำชวรมุนี คุกคำมชีวิตได้อย่ำงถูกต้อง เหมำะสม ตรงจุด ทันท่วงที



(ประยุทธ์ ปยุตโต ป.ธ.๙ พธ.บ.) หรือสืบค้นจำกเว็บไซต์ ก่อนทชีวิตจะเกิดปัญหำ และถ้ำเข้ำใจแนวทำง SWOT

หลักธรรมค�ำสอนของพระพุทธศำสนำจำกส่อทำงสังคม ชีวิต ซ่งถือเป็นสุดยอดแห่งกำรวิเครำะห์องค์กรแล้ว


(Social Media) ทั่วไป ก็ย่อมสำมำรถน�ำไปประยุกต์ใช้ในกำรวิเครำะห์เร่อง
สรุป อื่น ๆ ได้ทุกเรื่อง
พระพุทธศำสนำได้รับกำรยกย่องช่นชม












จำกทวโลกว่ำ เป็นศำสนำทดทสด มหลกธรรมคำสอน
ท่เป็นสำกล สอดรับกับหลักกำรทำงวิทยำศำสตร์ เหมำะ

กับคนทุกเพศทุกวัย ทันโลก ทันสมัย ทันเหตุกำรณ์
แต่ชำวพุทธส่วนใหญ่กลับถูกมองว่ำ “ใกล้เกลือกินด่าง” ๗ เอกสารอ้างอิง




เปรียบได้กับคนท่เข้ำไปในห้ำงสรรพสินค้ำท่มีส่งของ ๑. นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย “คาบูชา

ให้เลือกซ้อครบถ้วน แต่ไม่รู้ว่ำจะเลือกซ้ออะไร เพรำะ เสด็จในกรม” นิตยสารนาวิกศาสตร์ ฉบับ กรกฎาคม ๒๕๔๗

ไม่รู้ว่ำซ้อมำแล้วจะเอำไปใช้อย่ำงไร พระพุทธศำสนำก ็ ส�านักงานราชนาวิกสภา กรุงเทพฯ

๒. พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต ป.ธ.๙ พธ.บ.)

มีหลักธรรมค�ำสอนท่สำมำรถน�ำไปใช้แก้ปัญหำชีวิตท้ง ั “พจนานุกรมพุทธศาสตร์” พิมพ์ครั้งที่ ๙ กันยายน ๒๕๒๐ กรม
ทำงจิตใจและร่ำงกำยได้ครบจบทุกปัญหำ แต่ชำวพุทธ การศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ
ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ำจะเลือกเอำหลักธรรมค�ำสอนอะไร หมวด ๓. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุต ฺ




ไหน ข้อใดไปใช้แก้ปัญหำชวต เพรำะไม่ร้ว่ำจะนำไปใช้ โต) “พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์”
อย่ำงไรเหมือนกัน กำรที่ผู้เขียนน�ำเอำ “กลยุทธ์ SWOT” พิมพ์ครั้งที่ ๑๕ ส�านักพิมพ์สหธรรมิก กรุงเทพฯ ๒๕๕๓
มำบูรณำกำรใน “ปธำน ๔ พุทธวิธีวิเครำะห์องค์กรชีวิต” ๔. https://en.wikipedia.org/wiki/Albert_S._
ท�ำให้เกิด “SWOT ชีวิต” ก็เพรำะเช่อม่นว่ำ “พุทธวิธ ี Humphrey


วิเครำะห์องค์กรชีวิตด้วยกลยุทธ์ SWOT” น่แหละ ๕. http://bisnescafe.com/forum/view.

จะสำมำรถบริหำรจัดกำรปัญหำชีวิตท้งในมิติป้องกัน php?id=๖๙

๖. http://www.kanlayanatam.com/sara/

และแก้ไข sara๑๔๕.htm
๗ ส�ำนวนไทย หมำยถึง กำรมองข้ำมหรือไม่รู้คุณค่ำของดีท่อยู่ใกล้ตัว


ซ่งจะเป็นประโยชน์แก่ตน กลับไปสนใจไขว่คว้ำในส่งไกลตัวท ่ ี

ด้อยกว่ำ
50 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒

โดย นาวาโทหญิง ขนิษฐา ปฐมวร



ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ผู้เขียนมารับตาแหน่ง หัวหน้า
การวัตถุระเบิด กองวิทยาการ กรมสรรพาวุธทหารเรือ

ด้วยความกังวลอันใหญ่หลวงเพราะต้องมาเป็นนักวิชาการ












ทางด้านวตถระเบด ซงเป็นเรองทไกลตวผ้เขยนมาก
เนื่องจากไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของระเบิดเลย ผู้เขียน

ก็พยายามนึกว่าตลอดเวลาท่เรียนในมหาวิทยาลัย อาจารย์

ได้สอนความรู้อะไรบ้างท่เก่ยวกับระเบิด เท่าท่นึกออก




ก็เป็นการเตือนเร่องการเก็บโลหะโซเดียม ซ่งต้องเก็บ










ในนามน หามใหถกน�า เพราะถาโดนนาจะเกดการระเบดได ้






ซ่งแน่นอนว่าความรู้เพียงเท่าน ไม่เพียงพอกับตาแหน่ง

หัวหน้าการวัตถุระเบิดแน่ ผู้เขียนจึงได้ลงมือศึกษา พลเรือโท มงคล สุคนธเคหา (คนท่ ๓ จากซ้าย) สมัยเรียนวิศวกรรมการอาวุธ


ค้นคว้า โดยเร่มจากการอ่านก่อน อ่านทุกอย่างท่เก่ยวข้อง






ทงภาษาไทย ภาษาองกฤษ แลวกพบวาการอานเรองทางเทคนค







ท่เรามีพ้นฐานเพียงเล็กน้อยน้น ทาความเข้าใจได้ยากมาก




ในหัวจึงมีแต่คาถาม? แล้วจะถามใครดี? ผู้เขียนก็ถามไปท่ว

จนกระท่ง มีคนแนะนาให้ไปพบ พลเรือโท มงคล สุคนธเคหา

ครูผู้ซ่งเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ทางด้านวัตถุระเบิดให้กับ

ผู้เขียน จากคนท่ไม่รู้อะไรเลย จนมามีความรู้พอท่จะถ่ายทอด


ให้คนอื่นได้ ผู้เขียนจึงยกย่องให้ท่านเป็น The teacher
of teachers
พลเรือโท มงคล สุคนธเคหา อดีตรองเจ้ากรม
สรรพาวุธทหารเรือ ท่านเป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น ๑๗

และเป็นนักเรียนนายเรือสเปนท่ขอศึกษาต่อจนจบ พลเรือโท มงคล สุคนธเคหา (คนซ้ายมือสุด) สมัยท�างานให้กับ UN
ปริญญาโทด้านวิศวกรรมการอาวุธ เนื่องจากในขณะนั้น





เมองไทยยงไม่มใครจบการศกษาทางด้านน ท่านเล่าว่า เม่อได้ยินคาว่า “วัตถุระเบิด” ผู้เขียนรู้สึกว่า




ในรุ่นท่านมีนักเรียน ๔ คน มีคนเอเชียคนเดียวคือท่าน เป็นส่งท่น่ากลัวและอันตราย แต่ครูมงคลบอกว่าส่งน ้ ี


นอกจากน้ท่านยังเคยทางานให้กับองค์การสหประชาชาต ิ เป็นของดี เพราะอยู่ในกลุ่มวัตถุให้พลังงาน (Energetic




(UN) ในฐานะผู้เชยวชาญด้านขีปนาวุธ ของคณะ Material) เอามาใช้ประโยชน์ได้เยอะ เช่น ตัดต้นไม้ ขุดคลอง


กรรมาธิการตรวจลดอาวุธ (Staff of Missile Expert ทาอุโมงค์ ทาเหมองแร่ วงการทหารเราก็ใช้ในรูปแบบ


Team of UNMOVIC) อีกด้วย ปัจจุบันท่านเกษียณ ของระบิด ดินขับลูกปืน หรือ ไพโรเทคนิค อย่างเช่น พล เป็นต้น
อายุราชการแล้ว แต่มีประโยชน์อีกอย่างท่ผู้เขียนคาดไม่ถึงคือ ใช้ดับไฟป่า

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 51





ครูมงคลบอกว่าจะทาให้ไฟไม่ลุกลาม แต่จะนาไปใช้ ที่ทาหน้าท่ให้ออกซิเจนอยู่ด้วยกัน ลองเปรียบเทียบ
อย่างไร และทาไมถึงใช้ดับไฟได้ อันน้ขอเวลาศึกษา ระหว่างเช้อเพลิงธรรมดากับวัตถุระเบิดดูนะคะ




เพิ่มเติมสักหน่อย เมื่อมีข้อมูลแล้วจะมาเล่าให้ฟัง ยกตัวอย่างเวลานามันเช้อเพลิง (ในสถานะของเหลว)



“วัตถุระเบิด” เป็นสารเคมีท่มีคุณสมบัติพิเศษ ลุกติดไฟ จะมีแค่เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว แต่จะไม่ระเบิด








สามารถจุดตัวได้เมื่อได้รับการกระตุ้น เช่น การกระแทก นนเป็นเพราะนามนเชอเพลงเป็นสารไฮโดรคาร์บอน
(รวมถึง Shock Wave ด้วย) การเสียดสี ความร้อน ท่ไม่มีออกซิเจนอยู่ในโครงสร้างโมเลกุลน่นเอง





และไฟฟ้าสถิต แล้วจะเปล่ยนโครงสร้างโมเลกุล แต่ถ้าเราเอานามันเช้อเพลิงมาผสมกับปุ๋ยยูเรียซ่งเป็นตัว





เป็นแก๊สจานวนมากได้ในทันท พร้อมท้งคายความร้อนออกมา ให้ออกซิเจน เราจะได้ผลิตภัณฑ์ท่เป็นวัตถุระเบิดทันท ี




กลุ่มแก๊สจานวนมากน้จะขยายตัวทาให้เกิดกาลังดัน วัตถุระเบิดน้ช่อว่า ANFO ย่อมาจาก Ammonium




แล้วเราก็เอาพลังงานจากกาลังดันไปใช้ประโยชน์ต่อไป Nitrate Fuel Oil

ความจริงการระเบิดเกิดได้หลายแบบ ไม่จาเป็น
ต้องเป็นวัตถุระเบิดก็เกิดได้ จึงมีการแบ่งประเภท
ของการระเบิดเป็น ๓ ประเภทหลัก คือ การระเบิดทางกล


เช่น ยางรถยนต์ระเบิด หม้อนาระเบิด เป็นต้น
การระเบิดทางนิวเคลียร์ ได้แก่ ระเบิดนิวเคลียร์ และ
การระเบิดทางเคม ซ่งการระเบิดจาก “วัตถุระเบิด”




เป็นการระเบดทางเคม แต่ยงมีการระเบิดทางเคมอีก


๒ แบบ ท่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ คือ การระเบิดของ

ไอน�้ามันเชื้อเพลิง และ การระเบิดของผงฝุ่น แต่ผู้เขียน
จะขออธิบายเฉพาะการระเบิดจากวัตถุระเบิดเท่าน้น

โดย “วัตถุระเบิด” เป็นสารประกอบหรือสารผสม
ที่มีทั้งเชื้อเพลิงและออกซิเจนเป็นเนื้อเดียวกัน ครูมงคล










บอกว่าในฐานะท่ผู้เขียนเป็นนักวิทยาศาสตร์จึงต้อง สารเคมทมคณสมบตเป็นวตถระเบดมหลายตว





อฺธิบายความแตกต่างได้ ก็เลยตอบท่านไปว่า ถ้าเป็นวัตถ ุ แต่ละตวกมความไว (sensitive) ในการถกกระต้น




ระเบิดท่เป็นสารประกอบ ก็จะมีท้งส่วนท่เป็นเช้อเพลิง แตกต่างกัน ผู้เขียนขอยกตัวอย่างวัตถุระเบิดชนิดหน่งช่อว่า





และออกซิเจนอยู่ในโครงสร้างโมเลกุลเดียวกัน เช่น “ไนโตรกลีเซอรีน” ปกติอยู่ในสถานะของเหลว เจ้าตัวนี้



ไนโตรเซลลูโลส ท่เขานาเอาฝ้ายซ่งเป็นส่วนของเช้อเพลิง sensitive มาก สั่นสะเทือนนิดนึงก็บึ้ม! แล้ว จะเอาไป

มาท�าปฏิกิริยากับกรดไนตริก ( HNO ) ซึ่งมีออกซิเจน ใช้ทีก็อันตราย แต่อานุภาพของการระเบิดให้พลังงาน
3

มากมาย จนโครงสร้างโมเลกุลของไนโตรเซลลูโลสมีท้ง มหาศาล อัลเฟรด โนเบล (เจ้าของรางวัลโนเบลน่นแหละค่ะ



ส่วนของเช้อเพลิงและออกซิเจนอยู่ในโมเลกุลเดียวกัน เขาเป็นท้งนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และเจ้าของโรงงาน

ส่วนวัตถุระเบิดท่เป็นสารผสมก็เอาสารท่มีคุณสมบัต ิ ผลิตอาวุธชาวสวีเดน) จึงได้หาวิธีท�าให้มีความปลอดภัย


แต่ละส่วนมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน เช่น ดินดา ซ่งประกอบด้วย มากข้นเวลาใช้งาน โดยหาวัสดุมาดูดซับไนโตรกลีเซอรีนเสีย







ดินปะสิว ถ่าน และกามะถัน เม่อผสมท้ง ๓ ตัวน ้ ี ไม่ให้อยู่ในรูปของของเหลว แล้วก็เรียกผลงานช้นน้ว่า

เข้าด้วยกันแล้ว ก็จะได้ผลิตภัณฑ์ท่เป็นวัตถุระเบิด “ไดนาไมท์” แทน ซ่งไดนาไมท์เป็นระเบิดที่มีอานุภาพ




เพราะมีท้งส่วนท่ทาหน้าท่เป็นเช้อเพลิง และส่วน สูงและยังนยมใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่จนถึงปัจจบันน ี ้




52 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒

Deflagration หรือปฏิกิริยาการลุกไหม้อย่างรุนแรง

เป็นกลไกท่ทาให้วัตถุระเบิดแรงตาสลายตัว ปกติวัตถ ุ





ระเบดแรงตามักจะถูกกระตนด้วยไฟ ซงความร้อนจากไฟ



ุ้
จะไปกระตุ้นให้สารในวัตถุระเบิดเกิดการสลายตัว
(ออกมาเป็นแก๊สและความร้อน) การสลายตัวของ

สารจะเกิดไปทีละช้น ๆ เร่มจากช้นท่ใกล้ไฟก่อน เม่อ




สลายตัวเสร็จ ก็จะปล่อยพลังงานออกมา และมีการส่งผ่าน

ความร้อนให้ช้นต่อไป โดยมีการส่งผ่านความร้อน
แบบ Conduction (การส่งผ่านความร้อนมี ๓ แบบ ๆ
Conduction น้เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนเรา

เอาช้อนโลหะไปใส่ในน�้าร้อนแล้วช้อนกร้อนได้) ซึ่ง

ความเร็วของการส่งผ่านความร้อนแบบ Conduction นี้
อัลเฟรด โนเบล จะช้ากว่าความเร็วของเสียง (และในวัตถุระเบิดแต่ละชนิด

กมอตราเรวทแตกต่างกนด้วย) อกทง Pressure ท ี ่












หลายท่านคงเคยได้ยินคาว่าวัตถุระเบิดแรงตา เกิดจากช้นท่สลายตัวกับช้นถัดไปก็น้อย (ครูบอกว่า








และวัตถระเบิดแรงสงกันมาบ้างนะคะ คร้งแรกผู้เขียน ประมาณ ๑ บาร์) จึงทาให้กาลังดันของแก๊สท่ได้

เอาอัตราเร็วในการลุกไหม้มาจับ แต่เกิดความสับสน จากการสลายตัวก็น้อยตามไปด้วย น่คือเหตุผล







เน่องจากข้อมูลแต่ละท่ไม่เหมือนกัน เช่น ในตาราเรียน ท่เขาเอาวัตถุระเบิดแรงตามาทาเป็นดินขับลูกปืน



ของกรมสรรพาวุธทหารเรือบอกว่า ถ้าเป็นวัตถุระเบิด เพราะพลังงานท่ได้ไม่สูงมาก จึงไม่ทาให้ลูกปืนแตก หรือ



แรงตา จะมีอัตราเร็วในการลุกไหม้ ต้งแต่ ๒-๓ เซนติเมตร ใช้ทาเป็นชนวนเวลา เพ่อให้คนทางานมีเวลาออกนอกพ้นท ่ ี











ตอวนาท ถง ๔๐๐ เมตรตอวนาท แตตาราอกเลมบอกวา ระเบิดได้ทัน







ตั้งแต่ ๔๐ ถึง ๑,๕๐๐ เมตรต่อวินาที (Nigel Cooper) Detonation หรือการปะท ปฏิกิริยาน้จะเกิด
อีกตาราบอกว่าน้อยกว่า ๑,๐๐๐ เมตรต่อวินาท ี ในวัตถุระเบิดแรงสูง ซึ่งโดยปกติเขาจะใช้ Shock Wave

(Wikipedia) และถาเป็นวตถุระเบดแรงสง จะมีอตราเร็ว เป็นตัวกระตุ้น Shock Wave เป็นคล่นกระแทกท่รุนแรง









ในการปะทุหลายพันเมตรต่อวินาท ผู้เขียนจึงนาประเด็นน ้ ี และมีความเร็วมากกว่าความเร็วเสียง แรงกระแทก

ไปถามครมงคล ครบอกว่าไม่ต้องสนใจตวเลข แต่ให้ดท ี ่ จาก Shock Wave นี้ จะท�าให้วัตถุระเบิดเกิดการสลายตัว





กลไกแทน วัตถุระเบิดจะระเบิดได้ต้องมีการสลายตัว ทีละช้น ๆ เช่นเดียวกัน แต่ Pressure ท่เกิดจากช้น

หรือ Decomposition ซ่งหมายถึง การท่สารในวัตถ ุ ท่สลายตัวกับช้นถัดไปสูงกว่าวัตถุระเบิดแรงตา








ระเบิดจะถูกเปล่ยนให้เป็นพลังงานความร้อนและแก๊ส หลายร้อยบาร์ จึงทาให้กาลังดันของแก็สท่ได้






จานวนมากเม่อถูกกระตุ้น โดยวัตถุระเบิดแรงตา จะม ี จากการสลายตัวเกิดมากตามไปด้วย จึงได้พลังงานมาก

อัตราการสลายตัวท่ความเร็วท่ตากว่าความเร็วเสียง พอท่จะไปใช้ประโยชน์เป็นระเบิดได เขาจึงเอาวัตถุระเบิด






เราเรียกปฏิกิริยาแบบนี้ว่า การลุกไหม้อย่างรุนแรง หรือ แรงสูงมาทาเป็นระเบิดไม่ใช้เป็นดินขับ เพราะวัตถุประสงค์
Deflagration ส่วนวัตถุระเบิดแรงสูง อัตราการสลายตัว คือ ต้องการอานุภาพของพลังงานที่สูง ๆ ไปใช้ประโยชน์
จะเร็วกว่าความเร็วของเสียง เราเรียกว่าการปะท หรือ เช่น การระเบิดหิน เป็นต้น และจากการท่วัตถุระเบิด


Detonation แรงสูงมีการส่งผ่านพลังงานแบบ Shock Wave

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 53




ซ่งมีความเร็วมากกว่าเสียงน จึงทาให้วัตถุระเบิดแรงสูง



มีความเร็วในการปะทุหลายพันเมตรต่อวนาท เรียกว่า



จุดปั๊บก็บ้ม! ทันท ดังน้นเวลาเขาจะประกอบระเบิด
จึงต้องเริ่มจากระเบิดแรงต�่าก่อน เพื่อความปลอดภัย
ท่อธิบายมาข้างต้นดูเหมือนวัตถุระเบิดแรงตา




จะไม่มีโอกาสเกิดการปะทุได้เลยใช่ไหมคะ คาตอบคือ


ใช่ถ้ามีปรมาณไม่มากในพนทโล่ง แต่ถ้าเอาระเบด





แรงตามากองสุมกันไว้ปริมาณมากอันน้อันตรายค่ะ เพราะ




เม่อลุกไหม้ไปได้สักพักก็จะสามารถเปล่ยนเป็นการปะท ุ



แบบระเบดแรงสูงได้เช่นกัน หรืออีกกรณีทวัตถุระเบิด






แรงตาลุกไหม้อยู่ในพ้นท่จากัด แล้วมีปัจจัยอ่นมากระตุ้น











ใหอณหภมและความดนเพมขน แบบนกสามารถเกดการ


ปะทุได้เช่นเดียวกัน

เน่องจาก “วัตถุระเบิด” เป็นวัตถุให้พลังงาน ท ี ่

มีความเป็นอันตราย ดังน้นถ้าคิดในแง่ของความเป็น
อันตรายแล้ววัตถุระเบิดจัดเป็น Hazardous Material อันตรายที่เกิดจากการระเบิด ซึ่งอธิบายได้ดังนี้
ชนิดหน่ง ตามหลักเกณฑ์ขององค์การสหประชาชาต (UN) - Class-Division 1.1 คือ วัตถุระเบิดท่เม่อ




ซ่ง UN ได้แบ่งวัตถุอันตราย (Hazardous Material) เกิดปฏิกิริยาแล้ว ก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิดอย่าง

ออกเป็น ๙ ประเภท (Class) โดยวัตถุระเบิดเป็น class 1 รุนแรงแบบทันทีทันใด

นอกจากน UN ยังกาหนดสัญลักษณ์ของวัตถุอันตราย - Class-Division 1.2 คือ วัตถุระเบิดท่เม่อ




แต่ละประเภทเอาไว้ด้วย สัญลักษณ์พวกน้เป็นสากล เกิดปฏิกิริยาแล้ว เกิดการแตกกระจายของสะเก็ด


ผู้เขียนเช่อว่าผู้อ่านหลายคนคงเคยเห็นสัญลักษณ์ - Class-Division 1.3 คือ วัตถุระเบิดท่เม่อ


เหล่าน้มาบ้าง แต่อาจจะไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มวัตถุอันตราย เกิดปฏิกิริยาแล้ว ก่อให้เกิดความเส่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้





ประเภทไหน เม่ออ่านบทความเร่องน้จบแล้วลองทบทวน อย่างรุนแรง
ดูนะคะว่า เคยเห็นสัญลักษณ์พวกนี้ที่ไหนบ้าง - Class-Division 1.4 คือ วัตถุระเบิดท่เม่อ



สาหรับป้ายสัญลักษณ์ของวัตถุระเบิด เราอาจพบ เกิดปฏิกิริยาแล้ว ก่อให้เกิดความเส่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้

ทั้งในรูปแบบที่ใส่และไม่ใส่ Classification Code ซึ่ง แต่ไม่รุนแรง
แบบท่ใส่ Classification Code มักจะพบตามคลังอาวุธ - Class-Division 1.5 คือ วัตถุที่ไม่ไวต่อการระเบิด

ในกลุ่ม NATO แล้ว Classification Code เช่น 1.1A นี้ แต่ถ้าเกิดการระเบิด จะก่อให้เกิดอันตรายอย่างรุนแรง


คืออะไร และมีข้อดอย่างไร ก่อนอนผู้อ่านต้องร้ก่อนว่า จากแรงระเบิด


วัตถุอันตรายประเภทที่ ๑ แบ่งกลุ่มอันตรายย่อยออกมา - Class-Division 1.6 คือ วัตถุที่มีความไวต่อการ
ได้อีก ๖ ประเภท โดยใช้สัญลักษณ์ ๑.๑ ถึง ๑.๖ ตัวเลข ระเบิดน้อยมาก และถ้าเกิดการระเบิดก็จะก่อให้เกิด
๑ ตัวหน้า คือ Class ๑ หมายถึง กลุ่มของวัตถุระเบิด อันตรายจากแรงระเบิดน้อย

ส่วนจดทศนยมแล้วตามด้วยตวเลข ๑ ถง ๖ นน คอ สาหรับตัวอักษร เช่น A หมายถึงหมู่เก็บร่วม ปัจจุบัน







Division หรือกลุ่มอันตรายย่อย ซ่งแบ่งตามผลของ มี ๑๓ หมู่ เช่น หมู่ A หมายถึง พวกกลุ่มดินระเบิดเริ่ม

54 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒

หมู่ B หมายถึง กลุ่มพวกตัวจุดระเบิด หมู่ C หมายถึง




กลุ่มดินขับ เป็นต้น ซ่งหมู่เก็บร่วมพวกน้กาหนดไว้เพ่อ
ความปลอดภัยในการจัดเก็บ โดยที่หมู่เก็บร่วมแต่ละหมู่

จะเก็บไว้ด้วยกันได้หรือไม่ต้องไปเปิดดูข้อกาหนดก่อน






ท้งน้เพ่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุท่เพ่มข้น
หมายความว่าเม่อเอาแต่ละหมู่มาเก็บร่วมกันแล้ว


เวลาเกิดอุบัติเหตุต้องไม่ทาให้ผลของอุบัติเหตุเพ่มข้น


อย่างชัดเจน หรือต้องไม่ท�าให้โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ

มีมากกว่าเดิม และเม่อเอาผลอันตรายย่อยมาเขียนไว้ด้วยกัน
กับหมู่เก็บร่วม เราจะเรียกว่า Classification Code เช่น
1.2B 1.3C 1.4S เป็นต้น ซึ่ง Classification Code นี้

จะมีทั้งสิ้น ๓๕ Code ถ้าผู้อ่านอยากรู้ว่า อาวุธที่หน่วย จากตารางข้างบนน้มีการเอ่ยถึงระยะความปลอดภัยด้วย


ของท่านมีอยู่เป็น Classification Code อะไร สามารถ เพราะฉะน้นการดับเพลิงท่ไหม้วัตถุระเบิด จึงแตกต่าง





ค้นหาได้ในคู่มือ “คาแนะนาการปฏิบัติท่เก่ยวข้องกับ กับการดับเพลิงท่ไหม้สานักงาน ยกตัวอย่างง่าย ๆ

วัตถุอันตรายประเภทวัตถุระเบิด” ของ กรมสรรพาวุธ เวลาเราฝึกป้องกันความเสียหายกัน ถ้าเราไม่ได้



ทหารเรือ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ ซ่งได้แจกจ่ายให้กับหน่วย มีหน้าท่เก่ยวข้องกับการดับเพลิงโดยตรง เราต้อง

ที่มีคลังอาวุธทุกหน่วยแล้ว แถวรอฟังคาส่งอยู่แถว ๆ น้น แต่ถ้าเป็นเพลิงไหม้คลัง


ู้
สาหรับข้อดีของการร Classification Code นอกจาก ท่เก็บวัตถุระเบิด เขาจะต้องให้คนอยู่ให้น้อยท่สุด






จะรู้ว่าควรเอาไปเก็บไว้ด้วยกันหรือไม่แล้ว เรายังสามารถ ผู้ท่ไม่เก่ยวข้องกับการดับเพลิง ต้องไปอยู่ท่ระยะ






รู้ว่าควรจะดาเนินการอย่างไรเม่อเกิดเพลิงไหม้ด้วย ปลอดภยแทน ท้งน้ก็เพ่อลดความสูญเสียหากมีเหตุการณ์
เนื่องจากไฟที่ไหม้นั้นไม่ได้ไหม้เชื้อเพลิงธรรมดา แต่เป็น ไม่คาดคิดเกิดขึ้น



ไฟทไหม้วตถุอันตราย ทอาจเกดการระเบดได้ทกเมอ สาหรับระยะความปลอดภัย และสัญลักษณ์เก่ยวกับ












ซ่งวิธีการจัดการจะแตกต่างกับเพลิงไหม้สานักงาน ความปลอดภัยอ่น ๆ น้น ผู้เขียนไม่ได้นามากล่าวไว้


ที่พวกเราฝึกป้องกันความเสียหายกัน เพราะในส�านักงาน ในบทความ แต่หากผู้อ่านสนใจ สามารถดูได้จาก




ไม่มีวัตถุระเบิดมาเก็บ แต่สาหรับในคลังเก็บอาวุธ คู่มือ “คาแนะนาการปฏิบัติท่เก่ยวข้องกับวัตถ ุ

จะมีป้ายสัญลักษณ์หน้าตาประหลาด ที่คนทั่วไปไม่ค่อย อันตรายประเภทวัตถุระเบิด” ของ กรมสรรพาวุธทหารเรือ

เคยเห็นติดอยู่ทุกคลัง สัญลักษณ์พวกน้เจ้าหน้าท่คลัง ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้นะคะ และนี่เป็นความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ

ต้องรู้จัก และรู้วิธีดาเนินการเม่อเกิดเพลิงไหม้ด้วย ท่เก็บเก่ยวมาจากครูมงคล ซ่งเป็น “ครูระเบิด”







สัญลักษณ์ตามท่กล่าวมาน้เรียกว่า Fire Symbol ของผู้เขียน บางส่วนก็ได้จากการศึกษาค้นคว้าเพ่มเติม





ซ่งมีอยู่ ๔ แบบ ข้นอยู่กับชนิดของอันตรายจาก ผู้เขียนคิดว่าเร่องน้มีประโยชน์ไม่ควรเก็บไว้คนเดียว
การระเบิด ตาม Class-Division (C/D) 1.1 ถึง จึงเอามาเผยแพร่ และหวังว่าผู้อ่านทุกท่านคงจะ



1.2 ตามทได้อธบายไปแล้วนะคะ แล้วผ้อ่าน เพลิดเพลินแบบได้สาระกับบทความนี้นะคะ

สงสัยไหมคะว่า ท�าไมอันตรายจากการระเบิดมี ๖ แบบ
อ้างอิงข้อมูลจาก : NAVSEA OP 5 VOLUME 1

แต่ Fire Symbol มีแค่ ๔ แบบ คาตอบคอ และคู่มือระงับอุบัติภัยเบ้องต้นจากวัตถุอันตราย ศูนย์ปฏิบัตการ



ชนิดของอันตรายย่อยบางตัวใช้วิธีจัดการเดียวกันได้คะ ฉุกเฉินสารเคมี กรมควบคุมมลพิษ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 55

จารึกไว้ในสงคราม


ศึกเคซานห์ “สงครามแห่งนาวิกโยธิน” (ตอนจบ)



พลเรือตรี วิพันธุ์ ชมะโชติ








หากจะกล่าวว่าการรบท่เคซานห์เป็นการทาศึกระหว่าง “คร้งท่ผมรู้สึกแค้นใจมากท่สุดคือวันท่เขายิงชุดเดียว


ทหารเวียดนามเหนือกับนาวิกโยธินสหรัฐโดยเฉพาะ ก็คง กว่า ๒๐ นัด ลูกน้องผมเสียชีวิตทันที ๒ ศพ บาดเจ็บอีก ๖ คน




จะไม่ผิดไปจากความจริง เพราะกาลังรบท่ครอบครองพ้นท ี ่ ผมเรียกเคร่องบินมาท้งระเบิดเข้าใส่เนินท่เขาอยู่


ยุทธศาสตร์ดังกล่าวคือทหารนาวิกโยธินอเมริกัน หรือ แต่มันเหมือนกับเป็นปีศาจล่องหน นาปาล์มไม่สามารถ





นาวิกโยธินสหรัฐล้วน ๆ เผามนได พอหนวยพยาบาลเขาไปชวยคนเจบเขากยงคน









เร่องราวท่คุณผู้อ่านจะได้ทราบต่อจากน้ไปเป็นบันทึก หามเปลของผมด้นไปอีกหน่ง ทาให้คนเสียชีวิตเพ่มข้น


ของ ร้อยเอก “วิลเล่ยม แดบน่ย์” ผู้บังคับกองร้อย “เอ็คโค่” เป็น ๓ ในทันที



สังกัด กองพันท่ ๒๖ กองพลท่ ๓ ของนาวิกโยธินสหรัฐ ดูเหมือนว่า เราจะเล่นเอาล่อเอาเถิดกับมือสังหาร




(ยศทางทหารของ นาวิกโยธินสหรัฐ เรียกเหมือนกองทัพบก) รายน้อยู่หลายวันจนกระท่ง บ่ายวันหน่งพวกเราสังเกต


แดบน่ย์ กับทหารของเขารักษาท่มันอยู่บนเนิน ๘๘๑ เห็นแสงสะท้อนและความเคล่อนไหวในพุ่มไม้บนเนิน

ด้านหน้าของฐานเคซานห์ ซ่งเป็นสมรภูมิรบอย่างต่อเน่อง ที่ข้าศึกใช้เป็นแนวยิง


ถึง ๗๗ วัน “ต้องเป็นไอ้ตัวแสบนั่นแน่ ๆ” ทหารคนหนึ่งกล่าว





บนเนิน ๘๘๑ น่เอง ท่แดบน่ย์กับทหารผู้ใต้บังคับ และลากเอาปืนไร้แรงสะท้อนสาหรับต่อส้รถถังออกมา
บัญชา พิสูจน์ความเป็น “นาวิกโยธิน” ออกมาให้เห็นว่า เพื่อถล่มไปยังจุดต้องสงสัย
พวกเขาเป็นนาวิกโยธินท่กองทัพสหรัฐภาคภูมใจเพียงใด กระสุนขนาด ๑๐๖ มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระเบิดแรงสูง



เรื่องราวของแดบนี่ย์ขึ้นต้นไว้ดังนี้ พุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างแม่นยาตูมเดียวเท่าน้น รังของ



“พลซ่มยงของเวยดนามเหนอ ซ่อนตวอย่บนเนิน พลซุ่มยิงกระจุย ข้าศึกพร้อมด้วยปืนติดลากล้องอีกคนหน่ง






ห่างจากเราไปทางเหนือประมาณ ๔๐๐ หลา ตรงน้นเป็น กระโดดออกมา และพยายามจะหลบลงไปในท่กาบังแห่งใหม ่



พ้นท่สูงและใกล้กับเนิน ๘๘๑ ท่พวกเรารักษาอยู่มากท่สุด แต่มันก็ยังช้ากว่าพลปืนไร้แรงสะท้อนของเรา ท่ซัดกระสุน








จึงถือได้ว่าข้าศึกมีชัยภูมิท่ดี สาหรับการ “ฝังตัว” อยู่เพ่อ ตามเข้าไปอีกนัด
ใช้เป็นที่ซุ่มยิงพวกเราทีละคน” “มันอาจจะเป็นการลงทุนเกินไป สาหรับการยิง

พลซุ่มยิงข้าศึกอยู่ท่น่นมาเกือบ ๒ สัปดาห์แล้ว ทหารข้าศึก ๑ คน ด้วยกระสุนไร้แรงสะท้อน ๑ นัด แต่




เขายิงไม่บ่อยนักแต่ทุกคร้งหมายถึง “ความตาย” จะเกิดข้น ในภาวะการณ์และความรู้สึกท่สะสมกันมานาน การส่ง













กับทหารของเราโดยเฉพาะในช่วงท่ทัศนวิสัยดี และมองเห็น พลซมยงไปเมองผ ยอมเปนทพงพอใจของทหารมากกวา
เป้าหมาย ซึ่งก�าลังเคลื่อนไหวได้ชัดเจน การท�าลายรถถังได้ ๑ คัน ด้วยซ�้า”
56 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒


เนิน ๑๐๑๕, ๙๕๐, ๕๕๘, ๘๖๑, ๘๘๑ ต้งอยู่
ทางเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนเนิน ๖๘๙ ตั้งอยู่

ทางตะวันตก เนินท่จัดว่ามีความสาคัญทางยุทธศาสตร์

มากท่สุดคือเนิน ๘๖๑ และ ๘๘๑ ซ่งอยู่ห่างกันประมาณ

๕,๐๐๐ เมตร เพราะมีลักษณะเป็นแนวป้องกันด่านแรก
ของเคซานห์
ประวัติการสู้รบท่ “เดียนเบียนฟู” ในอดีตเม่อปี


ภาพวาดการรบที่เคซานห์ระหว่าง นาวิกโยธินสหรัฐกับทหารเวียดนามเหนือ


พ.ศ. ๒๔๙๗ สอนให้เรารู้ว่าฝร่งเศสทาผิดหลักการ





อย่างไรก็ตาม ข้าศึกยังคงส่ง “พลซุ่มยิง” ข้นมา เม่อปล่อยให้ข้าศึกข้นไปยึดพ้นท่สูง รอบ ๆ ค่ายของตนเอง
บนเนินนั้นอีก ทั้งที่ค่ายเดียนเบียนฟู อยู่ในหุบเขาลึกเบื้องล่าง จนกระทั่ง
๑ สัปดาห์ของการสู้รบผ่านไป โดยที่เรายัง “เก็บ” มีบางคนกล่าวว่าเพียงทหารของโงวันเก๊ยบใช้ก้อนดิน




พลซุ่มยิงคนใหม่ไม่ได้ จนกระท่งบ่ายวันหน่งขณะท่เรา โยนลงมาเฉย ๆ จากข้างบน มันก็จะถูกหัวทหารฝร่งเศสแล้ว

เตรียมจะส่องมันด้วยปืนไร้แรงสะท้อน ทหารในบังเก้อร์ “เม่อกาลังทหารสหรัฐต้องเผชิญกับสถานการณ์ เดียวกัน





หน้าสุดก็คลานเข้ามาหาผมในหลุม กับท่ฝร่งเศสเคยเจอ จุดอ่อนเหล่าน้จึงถูกระมัดระวัง


“อย่ายิงมันเลยครับ ผู้กอง” เขากล่าวซ่งทาให้ผม เป็นอย่างดี ต้งแต่แรกท่หน่วยรบพิเศษเข้ามาในพ้นท่น ี ้




สงสยมากในตอนแรก “ปลอยให สไนเปอรขาศกอยตรงนน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ต่อมาพวกเขาย้ายไปที่แลงวี พวกเรา












เหมือนเดิมดีกว่า” จึงเข้ามาแทนต้งแต่เดือนตุลาคมปี พ.ศ. ๒๕๐๙ หลังจากท่ม ี

ทหารช่างสังเกตคนน้นอธิบายกับผมว่าเขาเฝ้า การพิสูจน์ทราบอย่างแน่ชัดแล้วว่ามีทหารเวียดนามเหนือ

สังเกตพลซุ่มยิงคนน้มานานแล้ว สิ่งท่น่าตลกคือฝีมือ อยู่รอบ ๆ บริเวณนี้”


ยิงปืนของเขา “ห่วยแตก” อย่างย่งสไนเปอร์คนใหม่ ร้อยเอกแดบนี่ย์ เล่าต่อไปว่า






ยิงบ่อยมาก บางวันยิงถึง ๔ คร้งด้วยซา แต่ไม่เคย “เนิน ๘๘๑ ท่กองร้อยของผมต้งม่นอยู่ ผ่านการสู้รบ



ถูกอะไรเลย ถ้าเราฆ่านักเลงปืน “ช้นสวะ” คนน ี ้ มาแล้วอย่างนองเลือดเม่อปีก่อน ผลของมันทาให้บนเนิน
กองทัพเวียดนามเหนือจะต้องส่งพลซุ่มยิงมาใหม่ และ แทบไม่มีต้นไม้เหลืออยู่เลย



ถ้ารายนฝีมือดีกว่า พวกเราก็จะต้องบาดเจ็บล้มตายกันอีก แต่เดิมน้นทหารเวียดนามเหนืออยู่บนน้ แต่หลังจากท ี ่

ดังน้นถ้าเลือกได้ เราก็ควรจะเลือกพลซุ่มยิง ถูกถล่มจนแตกกระจาย ข้าศึกก็หนีไปคงท้งไว้ เพียงบังเก้อร์


“ไร้ฝีมือ” เอาไว้ดีกว่า ที่พังทลาย ซึ่งเป็นสุสานของทหารหลายร้อยศพ รวมทั้ง
“ความคิดดังกล่าวเข้าท่ามาก ผมจึงสั่งเลิกการถล่ม หลุมบ่อกระจัดกระจายอันเน่องมาจากการโจมตีทางอากาศ”





ยังผลให้ พลซุ่มยิงรายนี้อยู่กับเราเกือบ ๒ เดือน ตลอด กองร้อยของแดบน่ย์ สถาปนาท่ม่นข้นมาใหม่

การสู้รบ และเขาก็ยังคงยืนยันความต้งใจเดิม คือยิง พร้อมทั้งได้ แต่ภาวนาว่ารอบ ๆ ตีนเนินที่อยู่ไกลออกไป


พวกเราอย่างสม�่าเสมอ..แต่ไม่เคยถูกเลย” จะไม่มีข้าศึกขนเอาอาวุธหนักมาต้งไว้ เพราะถ้าเป็นอย่างน้น
กองร้อยของแดบนี่ย์ ตั้งมั่นอยู่บนเนิน ๘๘๑ ซึ่งเป็น ทหารบนเนินก็จะถูกรบกวนจากอาวุธหนักตลอดเวลา
เนินสูงเนินหนึ่งรอบ ๆ ฐานเคซานห์ เป็นที่รู้กันว่าชัยภูมิ ผบ.ร้อย นาวิกโยธิน บันทึกต่อไปว่า
ของเคซานห์ไม่ปลอดภัยนัก เพราะเป็นท่ราบซ่งล้อมรอบ “พวกเราซ่งครอบครองพ้นท่อยู่ ต้องอาศัยการส่ง





ด้วยเนินสูง ตัวเลขบ่งบอกถึงระยะท่วัดจากระดับน�าทะเล กาลังบารุงทางอากาศโดยตรง การจะจัดหน่วยเล็ก ๆ





โดยมีหน่วยเป็นเมตร เคล่อนลงไปตามเชิงเขา จะทาให้ถูกข้าศึกเล่นงานได้ง่าย”

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 57

“ตามแผนยุทธการ เราถูกก�าหนดให้อยู่ในต�าแหน่ง
คงที่ เพื่อท�าให้ทุก ๆ อย่างรอบนอก เป็น Fire Zone
ส�าหรับฝ่ายเรา”
ในตอนแรก มีทหาร นาวิกโยธินบนเนิน ๘๘๑









เพยงเนนเดยวเท่านน แต่หลังจากวนท ๑๖ มนาคม
พ.ศ. ๒๕๑๐ ทหารซึ่งกลับจากลาดตระเวนถูกข้าศึกดัก จรวดเวียดนามเหนืออาวุธหนักอีกชนิดหนึ่งในศึกเคซานห์
โจมตีบนเนิน ๘๖๑ และการสู้รบด�าเนินไปอย่างต่อเนื่อง อาวุธหนักท่แดบน่ย์ เตรียมไว้สนับสนุนคือ ปืน ค.๘๑



หลายวัน มีผู้บาดเจ็บล้มตายจานวนมาก หน่วยเหนือ มิลลิเมตร ปืนใหญ่ ๑๐๕ มิลลิเมตร แบบ “เฮาวิทเซ่อร์”
จึงส่งให้ นาวิกโยธินครอบครองเนิน “ท้งหมด” ท่อยู่รอบ ๆ ๒ กระบอก ปืนไร้แรงสะท้อน ๑๐๖ มิลลิเมตร ๒ กระบอก




เคซานห์ให้ได้ เช้าวันต่อมา กาลังสนับสนุนก็ถูกส่งออกไปหลังจาก

เนิน ๘๖๑ ถูกเคลียร์โดยทหารของกองพันท่ ๒ และ มีรายงานว่าทหารท้ง ๒ หมวด ปะทะกับข้าศึกตอนกลางคืน

ยึดได้อย่างเด็ดขาดเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๐ และถูกตรึงอยู่กับที่

และเนินอื่น ๆ ก็ถูกครอบครองโดยทหารจากกองพันที่ ๓ การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด ร้อยโทไบร์ล่ย์ ผบ.
และ ๔ ในเดือนพฤษภาคมจากผลของการป้องกันจุดอ่อน หมวดสองถูกยิงท่หน้าอก และเวียดนามเหนือส่งทหารเข้า



ด้วยการครอบครองเนินต่างๆ ท่อยู่ในพ้นท่สูงรอบ ๆ เคซานห์ มาตีตลบทางด้านหลังของเชิงเขา

น่เอง ท่ทาให้กาลังนาวิกโยธินในฐานเคซานห์ สามารถ “เครื่องบินแฟนท่อม ของเรามาได้อย่างทันใจ ระเบิด




ต้านทางการโจมตีของกองทัพเวียดนามเหนือได้อย่าง นาปาล์มถูกทิ้งลงไปเป็นระลอก จนทหารข้าศึกต้องถอย
เหนียวแน่น จนกระทั่งนายพลโงวันเกี๊ยบ ไม่สามารถท�า ตอนน้เองท่อาวุธหนักของเราจับตาแหน่งของศัตรูได้



ให้เคซานห์กลายเป็น “เดียนเบียนฟู ของสหรัฐ” ไปได้ การถล่มกระสุนเข้าใส่ท�าให้ทหารทั้ง ๒ หมวด สามารถ



ผู้กองแดบนี่ย์ ย้อนเหตุการณ์ที่เขาไม่มีวันลืมว่า กลบข้นมารวมกับกองร้อยบนเนน ๘๘๑ ทางด้านใต้
“ผมกับทหารอยู่บนเนิน ๘๘๑ ตั้งแต่เริ่มจนกระทั่ง ได้ส�าเร็จ”

๗๗ วันของการโจมตีส้นสุดลง เราไม่ต้องออกไปรบ อย่างไรก็ตาม ข้าศึกไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เนิน ๘๘๑



นอกฐานเลย เพราะข้าศึกบุกเข้ามาถึงท่ แต่ด้วยการ ปลอดจากการรบได้เพียง ๑๐ กว่าช่วโมง การปะทะคร้งใหม่




สนับสนุนจากปืนใหญ่และเคร่องบิน เวียดนามเหนือ เกิดข้นแต่คร้งน้เราโดนรบกวนน้อยมาก เพราะดูเหมือนว่า
จึงไม่สามารถยึดเนิน ๘๘๑ ได้” ข้าศึกจะย้ายเป้าไปเล่นงาน เนิน ๘๖๑ ซ่งอยู่ทางตอนเหนือ



ก่อนหน้าท่ข้าศึกจะเปิดฉากโจมตีในคืนวันท่ ๒๐ กระน้นกตาม ทหารของแดบนีย ยงคงมสวนรวมดวย









มกราคม (พ.ศ. ๒๕๑๑) แดบนี่ย์ ส่งทหารออกลาดตระเวน การยิงข่มข้าศึกรอบ ๆ เนิน ๘๖๑ โดยเฉพาะปืน ค.๘๑


อย่างเข้มงวดตามเชิงเขา ทหาร ๒ หมวดเคล่อนท่ไปก่อน ระดมยิงติดต่อกันกว่า ๘๐๐ นัด จนล�ากล้องร้อนผ่าว

“เราได้พักเพียงไม่ก่อึดใจ ข้าศึกก็หวนกลับมา

เล่นงานเราอีก คราวน้ท่ม่นบนเนินทุกเนิน ต้องประสบ


กับการโจมตีพร้อม ๆ กัน แต่ นาวิกโยธินทุกกองพันก็ได้
ทาหน้าท่ต้งรับอย่างดีและสามารถผลักดันข้าศึกถอยกลับ






ลงไปทุกคร้ง” เม่อเป็นเช่นน้ เวียดนามเหนือจึงเร่มแน่ใจว่า



การโจมตีโดยตรงไม่สามารถ “ละลาย” ท่ม่นทหารสหรัฐได้
พวกเขาจึงเปลี่ยนไปใช้วิธีง่าย ๆ คือการบีบเราให้ถอนตัว
ทหารเวียดนามเหนือระดมยิง ปตอ. เข้าใส่เครื่องบินสหรัฐ
58 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒



“ซัพพลาย” ต่าง ๆ จะถูกแจกจ่ายให้ทหารในท่ม่น
รอบนอกอีกต่อหนึ่ง

จนกระท่ง เม่อสภาพอากาศดีข้นในต้นเดือน มีนาคม



สถานการณ์ก็กลับมาอยู่ในกามือของเราอีกคร้ง เคร่องบินรบ


ปืนใหญ่ของเวียดนามเหนือยิงถล่มนาวิกโยธิน ของเราบินมาเกือบจะเรียกได้ว่า “ตลอดวันตลอดคืน”

ออกไปเอง ถ้าขาดแคลนเสบียงอาหารและอาวุธ ซ่งวิธีเดียว ชนิดไม่เปิดโอกาสให้ข้าศึกได้ตั้งตัว
ที่พวกเขาจะท�าได้ก็คือ “ขัดขวาง และตัดเส้นทาง” การส่ง “ผมและร้อยเอก แฮร่ เจนก้นส์ ผบ.ร้อยอีกคน


ก�าลังบ�ารุงของเรา ทาหน้าท่เหมือนกับคอนดักเต้อร์ ผู้ควบคุมวงออเครสตร้า


ห่ากระสุนปืนครกเวียดนามเหนือ เร่มตกเข้าใส่ วทยของเราเปรยบเสมอนไม้ทคอนดักเต้อร์ใช้ในการ













“แลนดง โซน” บนเนนของเราอย่างเกรยวกราด การยิงถลม กากับการบรรเลง ไม่ว่าจะเป็นหนักแน่น แผ่วเบาหรอ


เป็นไปอย่างถี่ยิบ และน่าสะพรึงกลัว ฮ.พยาบาลล�าหนึ่ง ถ่กระช้น” การโจมตีท่เปรียบเสมือนการบรรเลงดนตร ี



ซ่งบรรทุกผู้บาดเจ็บเกือบ ๒๐ คน เจอ “แจ็คพอต” เป็นไปโดยไม่มีขีดจากัดเราใช้เคร่องบินและปืนใหญ่โจมต ี



เข้ากลางล�าขณะที่ก�าลังจะบินขึ้น ต่อการเคล่อนไหว “ทุกชนิด” หรืออาจกล่าวได้ว่าทุกคร้ง


แน่นอนว่า ไม่มีใครรอด แต่การกระหน�่าเพื่อปิดกั้น ท่มี เสียง, กล่น, หรือแม้แต่เพียงเงาตะคุ่มอันน่าสงสัย



การใช้ ฮ. ยังคงดาเนินต่อไป เราเร่มขาดแคลนกระสุน ลกระเบดจากเครองบน และการถล่มจากปืนใหญ่กจะ







และนาด่ม ทุกคนถูกจากัดให้กินนาในกระติกได้วันละ เกิดขึ้นในทันทีทันควัน






๑ ควอต และยิงเมื่อเห็นตัวข้าศึกเท่านั้น ส่งท่เราเคยเห็นเป็นสีเขียวบนเนินต่าง ๆ เม่อ



สถานการณ์ตอนน้ ดูจะเป็นคราวได้เปรียบของ ๓ เดือนก่อนถูกทาลายเรียบ พ้นท่ทุกตารางน้วไม่ต่าง






ทหารเวียดนามเหนือเคร่องบินฝ่ายเราถูกยิงต่อต้าน อะไรกับหลุมดวงจันทร์ทุกส่งทุกอย่างดูเหมือนว่าจะ

อย่างหนักท�าให้การทิ้งระเบิดท�าได้ไม่สะดวก “แหลกสลาย” ไม่เหลือ ยกเว้น ทหารเวียดนามเหนือ

กระน้นก็ตาม การแห่แหนของฝูงบินนานาชนิดท ี ่ ซึ่งดูคล้ายกับ “สิ่งมหัศจรรย์” ที่รอดพ้นจากการท�าลาย
ปรากฏขึ้นบนฟ้าอย่างต่อเนื่อง ก็ท�าให้ขวัญและก�าลังใจ ลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ของพวกเราดีขึ้น แต่แล้ว เหตุการณ์ในวันท่ ๑ เมษายน ก็ทาให้เรา



แม้ความสูญเสียจากการรบภาคพ้นดินจะคงท ่ ี พบว่ามันไม่ได้เป็นไปอย่างท่เราเคยคิด ขณะท่ ฮ.ส่งกาลัง



โดยไม่มีท่าว่าจะลดลงส่วนใหญ่จะมาจากพลซุ่มยิงของ บ�ารุงก�าลังร่อนลง ทหารเวียดนามเหนือ ๒ คนก็วิ่งเตลิด
เวียดนามเหนือ (ยกเว้น พลซุ่มยิงของเนิน ๘๘๑ ท ี ่ เข้ามาที่แนวของเรา
กองร้อยของแดบนี่ย์ยึดอยู่ ซึ่งยิงไม่ถูกใครเลย) มันไม่ใช่การ “ยอมตาย” โดยทาลาย ฮ.ให้พินาศ


ส่งท่ท�าให้เราสามารถพลิกสถานการณ์ได้ก็คือการ ไปด้วย แต่มันเป็นการทาเพ่อให้ “รอดตาย” จากการสู้รบ



ส่งกาลังบารุงภาคพ้นดินในปฏิบัติการท่ ช่อว่า “Supper และความอดอยาก







Gaggle” แม้ทหารของเราจะต้องออกจากท่ม่นเพื่อไปรับ
อมภัณฑ์ แต่ นาวิกโยธินสามารถขว้างระเบิดได้ไกลกว่า
ข้าศึก ทุกอย่างจึงไม่มีอุปสรรคมากนัก
Supper Gaggle เป็นปฏิบัติการของ นาวิกโยธิน
ในฐานใหญ่ของเคซานห์ซ่งรับการส่งกาลังบารุงจาก ซี.๑๓๐



ที่เสี่ยงชีวิตเอาเครื่องลง เพื่อปลดร่มในระดับต�่า จากนั้น ซากเครื่องบินที่ถูกยิงพินาศคารันเวย์
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 59


ทหารเวียดนามเหนือท้งคู่ โบกมือแสดงการยอมแพ้

พร้อมกับท่พวกเดียวกันสาดกระสุนเข้าใส่ “คนทรยศ”
จากด้านหลังเพื่อสังหารฝ่ายเดียวกัน

“ทหารเวียดนามเหนือล้มลงตายท่ลวดหนามคนหน่ง





แต่อีกคนรอดและหมอบอย่กับพ้น ผมสงให้ทหารของเรา
ไปเอาตัวเขาเข้ามา”
ภายใต้การยิงคุ้มกันอย่างหนาแน่น ลูกน้องของแดบนีย์
สามารถคลานไปลากตัว ทหารเวียดนามเหนือกลับเข้ามาได้” นายพลโงวันเกี๊ยบ แม่ทัพเวียดนามเหนือ
ร้อยเอกแดบนี่ย์จ�าได้ว่า ร้อยเอก วิลเลี่ยม แดบนี่ย์ ได้รับเหรียญกล้าหาญ
“เขาเป็นคนเอเซียท่มีลักษณะดูน่าประทับใจ สูง จากการปฏิบัติหน้าที่บนเนิน ๘๘๑ เรื่องราวของเขายังมี

ประมาณ ๖ ฟุต ท่าทางแข็งแรง และสุขภาพจิตดี เราเริ่ม เกร็ดเล่าขานกัน ถึงลักษณะความเป็นผู้นาท่เข้มแข็ง



ตั้งค�าถามเขา เพื่อให้ได้ข้อมูลต่าง ๆ ทุกอย่างดูจะเป็นไป และมีพรสวรรค์ แดบน่ย์ ส่งให้ลูกน้องของเขา “สู้” จนกว่า

ตามปกติ จนกระทั่งเครื่องบินแฟนท่อม บินโฉบลงมา” ข้าศึกจะถอยหรือไม่ นาวิกโยธินก็ต้องตายคารังปืน





เสียงคารามกึกก้องของเคร่องบินเจ๊ท ทาให้เกิด วิธีการหน่งแดบน่ย์นามาใช้ก็คือ การปลุกใจทหาร
การเปลี่ยนแปลงในพริบตา ทหารเวียดนามเหนือคนนั้น ด้วยการ “ชักธงชาติ” ขึ้นบนเนิน ๘๘๑ จนนักข่าวของ
เปล่ยนสภาพไปโดยไม่มีใครคาดคิด เขาควบคุมตัวเอง “ไทมส์” น�าไปพาดปกเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๑๒

ไม่อยู่กล้ามเน้อทุกส่วนส่น ดวงตาเหลือโพลง ระบบ ว่า “ธงชาตสหรฐถกยงพรน บางส่วนแดงไปด้วยเลอด








ขับถ่ายเร่ยราด มันเป็นอาการเดียวกับ “สัตว์” บางชนิด ของทหาร แต่มันก็ยังถูกชักเหนือเนินทุกเช้า”

เมื่อหวาดกลัวและตกใจจนถึงขีดสุด ข้อความข้างต้นทาให้คนท่อยู่แนวหลังมองเห็นภาพ




“ส่งท่เห็นทาให้เราสรุปได้ทันทีว่า สภาพจิตของ ความทรหดอดทนของ นาวิกโยธินในสนามรบได้เป็นอย่างด ี



ทหารเวียดนามเหนือถูกทาลายอย่างส้นเชิง อันเน่อง ทุก ๆ วันในตอนเช้า แดบน่ย์จะส่งให้ทหารเชิญธง






มาจากการโจมตีทางอากาศท่เกิดข้นอย่างหนัก แม้ระเบิด สหรัฐข้นสู่ยอดเสาแม้ธงนั้นจะพรุนไปด้วย รูกระสุน แต่
จากเคร่องบินจะไม่สามารถฆ่าศัตรูได้โดยตรง แต่ผล มันก็ท�าให้ นาวิกโยธินทุกคนระลึกได้เสมอว่า เนินนี้ยัง

ของมันก็ท�าให้ข้าศึกไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายทั้งเป็น” อยู่ในกามือของพวกเขา มันเป็นการกระตุ้นขวัญและ




กาลังใจอย่างได้ผล เช่นเดียวกับท่ทาให้ข้าศึกรู้ดีว่า



การยึดเนิน ๘๘๑ ไม่ใช่เร่องท่จะทาได้ง่าย ๆ เพราะข้าศึก
ก็มองเห็น นาวิกโยธินเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม จริง ๆ แล้ว การชักธงชาติสหรัฐ
แบบเด่ยว ๆ ข้นสู่ยอดเสาในดินแดนเวียดนาม เป็นส่งท ี ่



ตองหามยกเว้นว่าจะชักคู่กับธงชาติเวียดนามใต้ แต่สาหรับ



ในสนามรบแล้ว กฎระเบียบต่าง ๆ ก็ไม่มีความหมาย
เท่ากับขวัญและก�าลังใจของผู้ที่ท�าการรบอยู่
นาวิกโยธินคนหนึ่งกล่าวว่า
“เลือดเนื้อและชีวิตของพวกเราล้วน ๆ ในการต่อสู้
นาวิกโยธินวิ่งเข้าที่กำาบังเมื่อโดนถล่มด้วยอาวุธหนัก

เพ่อป้องกันเคซานห์จนได้รับชัยชนะ การมองเห็นธงชาต ิ
60 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒












อเมรกนโบกสะบดเหนอสมรภม จงเป็นสงตอบแทนทม ี
ความหมายที่สุด”



ในขณะท่ศึกเคซานห์ ดาเนินต่อไปอย่างยืดเย้อ
เหตุการณ์ความเคล่อนไหวต่าง ๆ เก่ยวกับสงครามเวียดนาม


ตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ในวอชิงตัน รัฐสภาอเมริกันได้
อนุมัติงบประมาณสงครามให้เวียดนาม ๓๕,๐๐๐ ล้านเหรียญ
ส�าหรับปีรุ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากวิกฤตการณ์ที่เคซานห์
เป็นองค์ประกอบส�าคัญ อาวุธประจำากายของทหารเวียดนามเหนือ
๑๕ กุมภาพันธ์ กองทัพอากาศแถลงตัวเลขความ กว่านี้ไปปฏิบัติหน้าที่แทน


สูญเสียว่า นับต้งแต่เร่มเข้าสู่สงคราม อเมริกันเสีย ขณะน้นเวสมอร์แลนด์ ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากาลังถูกเพ่งเล็ง


เครื่องบินไปแล้ว ๘๐๐ ล�า เหนือน่านฟ้าเวียดนามเหนือ จากทางท�าเนียบอยู่ ท่านนายพลแถลงกับสื่อมวลชนว่า
๒๐ กุมภาพันธ์ ท่ประชุมสมัชชาความสัมพันธ์ “ภารกิจของเราที่เคซานห์ ตกอยู่ใต้จิตวิทยาของศัตรู





ต่างประเทศส่งให้มีการพิจารณา วาระพิเศษเก่ยวกับ พวกนั้นฉลาดพอท่จะรู้ว่าเราไม่กล้าทาอะไรท่ฝ่าฝืนมติ

ความจ�าเป็นของการท�าสงครามกับพวกคอมมิวนิสต์ มหาชน ข้าศึกรู้ว่าแม้จะไม่สามารถเอาชนะเราในสนามรบได้

๒๒ กมภาพนธ์ นายพลวลเลยม เวสมอร์แลนด์ แต่พวกเขาก็ม่นใจว่าจะเอาชนะเราด้วยวิธีการทางการเมือง”







ให้สัมภาษณ์ว่าในสัปดาห์น้ทหารอเมริกัน “ตาย” มากท่สุด หลังจากการโอบล้อมผ่านพ้นไปแล้ว ๑ เดือน



จ�านวน ๔๔๓ ศพ การโจมตทางอากาศมได้เล่นงานข้าศกให้ถอยร่นออกไป
๒๕ กุมภาพันธ์ หน่วยลาดตระเวนของนาวิกโยธิน ได้สักเท่าไหร่ ในทางตรงข้าม สะเด็ดระเบิดจากอาวุธหนัก

ถูกโจมตีเสียชีวิต ๒๓ คน และในวันเดียวกัน เวสมอร์แลนด์ ของเวียดนามเหนือก็มิได้ลดน้อยลงเลย พวกน้นยังคง
ร้องขอก�าลังทหารเพิ่มอีก ๒๐๖,๐๐๐ คน “ถล่ม” เคซานห์ต่อไปอย่างเมามัน
๒๘ กุมภาพันธ์ เคซานห์ถูกทหารเวียดนามเหนือ ทหารอเมริกันคนแล้วคนเล่าถูกหามใส่เปลพยาบาล

โอบล้อมเป็นวันท่ ๓๓ และไม่มีใครตอบได้ว่า ทหาร เพ่อรอเฮลิคอปเตอร์มารับ ถ้าโชคดี.. ฮ. จะมาถึง

อเมริกันจะต้องตกอยู่ในวงล้อมอีกนานสักเท่าไหร่ ในจังหวะที่ปลอดจากการยิงด้วยอาวุธหนักข้าศึก
และในวันน้อีกเช่นกัน ประธานาธิบดีจอห์นสันได้ แต่ถ้าโชคร้าย.. คนเจ็บจะต้องรอเป็นชั่วโมง ๆ กว่า


ตอบสนองคาร้องขอเพ่มกาลังทหารของเวสมอร์แลนด์ การยิงจะยุติ





ด้วยการส่งให้คณะท่ปรึกษาวิเคราะห์ “การรุกใหญ่ของ อย่างไรกตาม ถ้าจะเลอกระหว่างการรอคอยอย่าง



คอมมิวนิสต์” และหาหนทางปฏิบัติซึ่งเป็นทางเลือกที่ดี โชคร้ายกับการท่ต้องถูกส่งกลับบ้านเกิด ในสภาพท่เหลือ
ที่สุดส�าหรับอเมริกันเกี่ยวกับเวียดนาม เพียงห่อผ้าเช็ดหน้าหรือถุงใส่ศพ นาวิกโยธินอเมริกัน

และสุดท้ายซ่งเป็นเป็นความลับจาก “ศึกเคซานห์” ก็เต็มใจที่จะเลือกอย่างแรกมากกว่า





ในวนท ๒๘ กมภาพนธ์ คอ ท่านประธานาธบดได้สง ส่อมวลชนท่ถูกส่งมาเกาะติดกับสถานการณ์ก็ม ี











ให้พิจารณาเร่อง “ต๋วเคร่องบินสาหรับนายพลเวสมอร์แลนด์” ส่วนช่วยให้การสู้รบ “หนักหนา” สาหสเพ่มมากข้น ความท ี ่




อันหมายความว่า แม่ทัพใหญ่ของอเมริกันผู้น้มีโอกาส พวกเขาสามารถเสนอข่าวหรือรายงานสิ่งที่พบเห็น สิ่งที่


ที่จะถูกเรียกตัวกลับ เกิดข้นได้ในทันที โดยไม่จาเป็นต้องรอให้ฝ่ายทหาร


เพ่อส่ง “นายทหารคนอ่น” ท่มีขีดความสามารถ ตรวจสอบก่อน

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 61

นายพลเวสมอร์แลนด์ เองก็ยอมรับว่า ประธานาธิบด ี
และคนอื่น ๆ ในท�าเนียบ ตลอดจนอเมริกันชนทั่วไปต่าง
ได้รับอิทธิพลอย่างมาก จากรายงานสถานการณ์การรบ


ท่เคซานห์ ทางหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ซ่งจะเสนอ
ข่าวสารต่าง ๆ ก่อนท่รายงาน “อย่างเป็นทางการ”

จะถูกเผยแพร่ออกมา









อนทจรง จะพดไปแลว ฝายทหารจะโทษสอมวลชน




กไม่ถูกนัก เพราะพวกนนดาเนินการอย่าง “ฉบไว”


ตามสัญชาติญาณอยู่แล้ว ส่อมวลชนไม่จาเป็นต้องวิเคราะห์

หรือพิสูจน์ทราบหรือกล่นกรองผลของการสู้รบเช่น เครื่องแบบของทหารเวียดนามเหนือในช่วงสงคราม


ฝ่ายทหารด้วยเหตุน้ หนังสือพิมพ์และนิตยสารในอเมริกัน
จึงมีพาดหัวต่าง ๆ เกี่ยวกับการรบที่เคซานห์ได้ทุกฉบับ แต่ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ “เขย่า” ความรู้สึกส่วนลึก
โดยไม่ซ�้าเรื่อง เป็นต้นว่า ในใจของประชาชนที่เคยสงบนิ่งกับสงครามมานาน




ท่ม่นนาวิกโยธินถูกขย้ห่างจากเคซานห์ไปทาง การสู้รบท่เคซานห์ทาให้คนอเมริกันต่นตัวในการ


ตะวันตก ๓๐๐ เมตร คัดค้านสงครามมากขึ้น ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ มีการ


เคร่องบินลาเลียงซี - ๑๓๐ ถูกยิงขณะลงพ้น สารวจประชามติแล้วพบว่าร้อยละ ๕๐ ไม่เห็นด้วยกับ


เครื่องระเบิด ลูกเรือตายเรียบ ๖ ศพ นโยบายสงคราม มีเพียงร้อยละ ๓๕ เท่านั้นที่ยอมรับ


วันท่หนักท่สุด.. กระสุนปืนใหญ่ ๑,๓๐๐ นัด ประธานาธิบดีจอห์นสันถึงกับหลุดปากออกมาว่า

ถล่มลงเคซานห์ “ตอนนี้คงเป็นเวลาท่เราจะต้องสรุปการรบใน
เคร่องบินซี - ๑๓๐ ถูกยิงพินาศคารันเวย์ ทหารตาย เวียดนามได้แล้ว”




๔๘ ศพ ฯลฯ ในห้องทางานช้นล่างของทาเนียบขาว ประธานาธิบด ี


นอกจากนี้ ภาพสด ๆ ร้อน ๆ จากสนามรบก็ได้ถูก จอห์นมีแบบจาลองภูมิประเทศของเคซานห์ ผู้นาสหรัฐ
แพร่ภาพทางทีวี. มองเห็นภาพนาวิกโยธินอเมริกันหลายพันถูกขังอยู่ใน




การสู้รบแบบประจัญบาน ข้าศึกท่วิ่งตะลุยข้ามแนว ร้วลวดหนามท่ตัวเองสร้างข้น เม่อผู้บัญชาการทหาร



ลวดหนาม ส่งท่เห็นไม่ใช่ภาพยนตร์ แต่มันเป็น “ของจริง” สูงสุดถูกเรียกเข้าพบ ประธานาธิบดีจอห์นสันได้ถามถึง
ที่นักข่าวน�ามาเสนอให้คนทั้งชาติได้เห็น ปัจจัยซึ่งท�าให้เดียนเบียนฟูของฝรั่งเศสถูกตีแตก

คนอเมริกันได้กลายเป็นสักขีพยานของการสู้รบ ณ แต่จนบัดน้ก็ไม่มีใครรู้ว่า ท่านประธานาธิบด ี
ดินแดนอันไกลโพ้น ซึ่งอยู่ห่างไป ๙,๐๐๐ ไมล์ ข่าวภาคเช้า มีความคิดบ้างหรือไม่ว่าเคซานห์มีโอกาสพินาศได้เท่า ๆ
ได้ทาให้ห้องน่นเล่น ห้องกินข้าวหรือแม้แต่ห้องนอน กับเดียนเบียนฟูของฝรั่งเศส


กลายเป็น “สนามรบ” ไปด้วย อย่างไรก็ตาม เวสมอร์แลนด์ยังคง “ยืนยัน” ว่าทหาร

ทหารอเมริกันปรากฏอยู่ในจอทีวี ไม่ใช่คนแปลกหน้า เวียดนามเหนือไม่มีวันยึดเคซานห์ได้ ความม่นใจของ


พวกเขาอาจจะเป็นเด็กหนุ่ม ๆ ข้างบ้าน เป็นลูกของพ่อแม่ นายพลผู้น้มิได้ส่นคลอนเลยแม้ว่าภาพของการสู้รบ
บางคน เป็นคู่รักของหญิงสาววัยรุ่นใบหน้าของคนเหล่าน้น จะออกมาอย่างน่าวิตกเพียงใดก็ตาม เขากล่าวว่า

แสดงถึงความรู้สึกหลาย ๆ อย่าง... กล้าหาญ หวาดกลัว “ผบ.สูงสุดได้เรียกผมเข้าพบและผมก็ได้แจ้งให้
เบื่อหน่าย ทุกสิ่งทุกอย่างมันปะปนกันไปหมด ท่านทราบว่า ช่วยเรียนประธานาธิบดีด้วยว่า อย่าห่วง
62 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒

เคซานห์ เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ผมจะเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่เคยเลยที่ ปตอ. เวียดนามเหนือจะเงียบเสียง


ทั้งหมด” จ่าเอกอเล็กซ์ วอลเธอร์ นาวิกโยธินท่ประจาอยู่
“อย่าเปรียบเทียบเคซานห์กับเดียนเบียนฟู เพราะ บนรังปืนกล บนเนินเขาเหนือเคซานห์เล่าว่า เขาได้ยินเสียง
มันเป็นการเปรียบเทียบที่ผิด เราสามารถรักษาพื้นที่ราบสูง ทหารหลายคนตะโกนบอกต่อ ๆ กัน “เครื่องบินล�าเลียง


ไว้ได้ ในขณะท่ฝร่งเศสทาไม่ได้... เรามีปืนใหญ่เพียงพอ มาแล้ว”

เรามีก�าลังทางอากาศสนับสนุนอย่างเหลือเฟือ...” “เมื่อมองขึ้นไปบนฟ้า ผมก็เห็นซี - ๑๒๓ หลายล�า



นายพลเวสมอร์แลนด์ย�้าหนักแน่นว่า โผล่ออกมาจากกลุ่มเมฆและลดระดบความสงเพอ

“ฉะน้น.. ผมไม่เคยมีความคิดในสมองเลยว่า เราจะ เตรียมร่อนลง”

แพ้ที่เคซานห์” วอลเธ่อร์บรรยาย








กระนนก็ตาม ความม่นใจของเวสมอร์แลนด์กมได้ “ทันใดน้นท่วท้งฟ้าก็มีแต่กลุ่มควันและเสียงกึกก้อง



ช่วยให้ “ความรู้สึก”ของคนส่วนใหญ่ดีข้น ท่วทุกแห่งล้วน อากาศส่นสะเทือนไปหมด ด้วยการยิงกางก้นอย่างมโหฬาร


แล้วแต่วิพากษ์วิจารณ์กันแต่เร่อง “การปิดล้อม” ในดินแดน ของ ปตอ. เวียดนามเหนือ พวกเราท่อยู่บนพ้นได้แต่






อันไกลโพ้น พร้อมด้วยคาถาม ท่ยากจะตอบด้วยคาอธิบาย งงงวยว่าทาไม ปตอ. ข้าศึกจึงไม่สะดุ้งสะเทือนจาก
ง่าย ๆ ค�าถามเหล่านั้น ได้แก่... การโจมตีของเครื่องบินคุ้มกันเลย”
ทหารอเมริกันต้องรักษาเคซานห์ไว้เพื่ออะไร... “ซี - ๑๒๓ ล�าหนึ่ง ไฟไหม้อยู่เกือบตลอดช่วงล่าง
ทาไมอเมริกันจึงไปสร้างฐานท่ม่นอยู่ในบริเวณท่ถูก แต่นักบินก็ประคองเคร่องของเขาไว้ และบินผ่านเข้ามา





โอบล้อมได้ง่าย อย่างช้า ๆ
ถ้าอเมริกันต้องการเอาชนะข้าศึก ตัวเลขการสูญเสีย ไม่มีใครละสายตาจากมันได้ เพราะในอึดใจต่อมา
ชีวิตของทหารเคยได้รับการค�านึงถึงหรือไม่... มันก็ไม่ใช่เคร่องบินอีกต่อไป แต่กลายเป็นลูกไฟดวงใหญ่

ทาไมอเมริกันจะต้องเข้าไปอยู่ในฐานเก่าของ ก่อนจะพุ่งลงสู่พื้นดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว”


ฝร่งเศสซ่งเคยเป็นสมรภูมิท่ทหารเวียดนามเหนือได้รับ ส่วนพันจ่าโทกอนซาเลส วิลลิส ซึ่งอยู่บนเครื่องบิน


ชัยชนะ สังกัดหน่วยบินที่ ๔๒ พูดถึง “นรก” ที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้าว่า
และสุดท้าย หากว่าน่เป็นนโยบายทางทหาร มันเป็น “ผมจะได้ว่านักบินร้องตะโกนจากเคร่องพูดด้วยเสียง



นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ท่ล้มเหลวใช่หรือไม่ อันดัง.. พระเจ้าเราโดนเข้าแล้ว เมื่อมองออกไปผมก็เห็น

สาหรับการ “เลือก” เอาฐานท่ต้งในภูมิประเทศท่กองทัพ เครื่องยนต์ซ้ายไหม้อยู่แล้วเครื่องบินก็ด�าดิ่งลงไปที่พื้น”



เวียดนามเหนือรู้จัก และมีแผนที่ในก�ามืออยู่แล้ว แรงกระแทกท�าให้วิลลิสกระเด็นไปข้างหน้า ก่อนจะ
ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในสนามรบกันอีกคร้ง ถูกเหว่ยงไปปะทะกับประตูห้องนักบิน ส่วนพนักงานวิทย ุ




กองทัพเวียดนามเหนือภายใต้การนาของนายพลโงวันเก๊ยบ ท่ช่อจิมลอยออกมาจากท่น่ง แล้วหล่นลงทับบนตัวเขา






เร่มใช้ปืนใหญ่ระดมยิงสนามบิน ทาให้รันเวย์ได้รับ ภายในเครื่องบินพินาศ น�้ามันท�าให้ทุกอย่างลุกเป็นไป


ความเสียหาย จนกระท่งไม่แข็งแรงพอท่จะรองรับ วิลลิส พยายามดึงตัวเองให้หลุดพ้นจากการถูกทับ




เคร่องบินซี - ๑๓๐ ซ่งเป็นเคร่องบินลาเลียงขนาดใหญ่ได้ เขาแบกพนักงานวิทยุท่หลังหักออกมาด้วย ท่ามกลาง




อเมริกันต้องเปล่ยนมาใช้เคร่องบินซี - ๑๒๓ ซ่งม ี เปลวไฟท่ลุกไหม้อย่างหนัก นาวิกโยธินหลายคนจาก





ขนาดเลกกว่า ทาให้ต้องเพมจานวนเทยวบนมากขน บังเก้อร์ท่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณท่เคร่องบินตกรีบว่งเข้ามา











แต่อันตรายก็ยังคงไม่ได้ลดลง ไม่ว่าจะเป็นการบินมา ช่วยท่ามกลางห่ากระสุนท่ทหารราบเวียดนามเหนือ
ตอนกลางคืนโดยใช้พลุสัญญาณหรือบินตอนกลางวัน ระดมยิงเข้าใส่
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 63



“ผมยังสงสัยอยู่จนทุกวันน้ว่า ตัวเองรอดมาได้ยังไง” “ช่างน่าอัศจรรย์ดีแท้ เรามีของใหม่มาแทนท่อยู่

วิลลิสกล่าว ตลอดเวลา ไม่ว่าข้าศึกจะทาให้มันพินาศไปสักเท่าไหร่




หากว่านักบินโชคดีจากการระดมยิงกลางอากาศ ส่งเหล่าน้ทาให้กาลังใจของพวกเราดีมากและอยากให้


พวกเขาก็ต้องพบกับอันตรายในช้นท่ ๒ เม่อเร่มแลนด้ง เวียดนามเหนือบุกเข้ามาเร็ว ๆ จะได้สู้กันให้รู้ดีรู้ชั่ว”



เพราะเวียดนามเหนือจะใช้อาวุธหนักโจมตีรันเวย์ทันท ี ความปรารถนาของเฮบบรอนได้รับการสนองตอบ




ท่ล้อเคร่องบินแตะพ้น ทาให้นักบินไม่สามารถหยุดเคร่อง ในเวลาไม่มากนัก เพราะเวียดนามเหนือยังคงส่งทหารราบ

ได้เลย บุกเข้าโจมตีเคซานห์ต่อไปอย่างบ้าคลั่ง


ซี - ๑๒๓ ต้องว่งอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางสะเก็ด “ผมรู้สึกเหมือนกับว่า ตัวเองสามารถเอ้อมมือ
ระเบิด เสบียงจะถูกใส่กล่องติดล้อ และผลักลงทางประตูหลัง ออกไปคว้าลูกกระสุนที่ข้าศึกยิงเข้ามาได้ด้วยซ�้า”
ที่ถูกเปิดออก พลทหารริชชาร์ด คาเลียน จากโคโรลาโดพูดถึงความ

ทันทีท่หีบห่อเหล่าน้นไม่เหลืออยู่ในห้องโดยสาร “ร้ายกาจ” ของการสู้รบ





นักบินจะดึงเคร่องข้นพร้อม ๆ กับท่ประตูหลังถูกปิด “ทหารเวียดนามเหนือจานวนมากติดดาบปลายปืน
พวกเขาจะทิ้งควันไฟและหลุมบ่อขรุขระไว้เบื้องหลัง รุกเข้ามา แต่เราก็ยิงพวกเขาล้มลง บางทีก็ขว้างระเบิด
ยกเว้นบางลาทพลาด นกบินและลกเรือกจะต้อง เข้าใส่ น่าแปลกที่เราไม่ได้ยินเสียงพวกเขาร้องเลย”










“ติด” อยู่กับนาวิกโยธินท่เคซานห์ด้วย อย่างน้อยก ็ อย่างไรก็ตาม ผู้ส่อข่าวบางคนเร่มหมดกาลังใจกับ



ช่วระยะเวลาหน่ง แต่น่นก็ต้องหมายถึงว่าพวกเขาต้อง “การถูกโอบล้อม” เขาต้องการจะกลับบ้าน ถ้าสามารถ



“โชคดี” ที่ไม่ได้ถูกทาให้กลายเป็นเศษเน้อพร้อมกับ ทาได้ เม่อเคร่องบินซี - ๑๒๓ ร่อนลงบนรันเวย์และ


เครื่องบินที่ถูกระเบิด เปิดประตูหลังเพื่อเข็นเสบียงลงจากห้องโดยสาร นักข่าว


แม้ฉากการรบจะถูกจัดในลักษณะของการ “ต้งรับ” ท่ต้องการยอมแพ้ก็พยายามว่งไล่ตามให้ทัน เพ่อท่จะ



และถูกกดดันจากการโจมตีอย่างหนัก แต่ “สปิริต” ของ กระโดดขึ้นไปบนเครื่อง



เคซานห์ก็แข็งแกร่งเท่า ๆ กับเดียนเบียนฟู หรืออาจจะ แต่พวกเขาทาไม่สาเร็จ กลายเป็นผู้โดยสารตกเคร่อง

มากกว่าเสียด้วยซ�้า เพราะนาวิกโยธินอเมริกันมิได้แสดง และต้องอยู่ดูนาวิกโยธินสู้กับเวียดนามเหนือท่บุกเข้ามา
ท่าทีอ่อนก�าลังลงไปแม้แต่น้อย ถึงแนวบังเกอร์ต่อไปอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ผู้สื่อข่าวอเมริกันลงไปอยู่ ในยามคาคน แม้บางชวโมงทหารอเมรกนจะโชคด ี







ที่นั่นด้วย ท�าให้ปัจจัยบวกในการสู้รบเพิ่มมากขึ้น พวกเขา จากการต่อสู้ เพราะข้าศึกไม่ได้เข้าโจมตี แต่พวกเขา




รู้สึกเหมือนกับว่าได้ต่อสู้กับข้าศึกให้คนท่อยู่ในแนวหลัง กต้องผจญกบศตรอกประเภทททาให้พวกเขาไมสามารถ






ได้เห็น หลับตาลงได้ ไม่ว่าจะอ่อนเพลียขนาดไหน


“พวกเราได้เห็นนักข่าวเดินไปเดินมาหลายคน “มันเป็นหนูท่มีขนาดใหญ่มาก” นาวิกโยธินคนหน่งเล่า
มันท�าให้เราสามารถร้องบอกกันได้ว่า วันนี้ช่างปลอดภัย “เราได้ยินเสียงพวกมันร้อง แล้วก็เห็นตัวมันว่งไปมา

เสียจริง” ในบังเกอร์ มันใหญ่โตย่งกว่าหนูตามซับเวย์ในนิวยอร์ก





เจมส์ เฮบบรอน นาวิกโยธินบนรังปืนกลบนเนิน บ่อยคร้งท่เราต้องใช้ปืนพกยิงพวกมัน ไม่ง้นมันจะไต่ข้น
๔๘๑ กล่าว “อีกประเดี๋ยว ฮ. ก็จะเอาเสบียงมาให้แล้ว มาบนตัวเรา”
หลังจากนั้นปืนใหญ่อีก ๖ กระบอก เท่ากับจ�านวนที่ถูก “มีคนโดนมันเล่นงานเหมือนกัน พวกน้นไม่ยอม

เวียดนามเหนือท�าลายเมื่อวานนี้ ก็จะถูกหิ้วมาส่งด้วย” ห่อผ้าคลุมโปง เวลานอนเหมือนอย่างตัวดักแด้ เจ้าหนูยักษ์
64 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒

ทหารเวียดนามเหนือขณะทำาการฝึก


เลยว่งข้นไปแทะจมูกเขาจนแหว่ง มันทาเหมือนกับว่า การสูญเสียอย่างหนัก ทาให้ต้องตัดสินใจ “ถอนตัว”



เป็นเจ้าของเคซานห์ ส่วนเราเป็นแค่ผู้อาศัยและ จากการปิดล้อมเคซานห์ในที่สุด
คนป้องกันเท่าน้น” ภายหลังจากการรบที่เคซานห์ส้นสุดลง ในมุมกลับกัน ถ้าจะดูจากถ้อยแถลงของฝ่าย



นักประวัติศาสตร์และนักการทหารหลายคนได้พยายาม เวียดนามเหนือ การรบท่เคซานห์ได้บรรลุเป้าหมายท ่ ี




ค้นหาคาตอบท่แท้จริงว่า ศึกคร้งน้นฝ่ายใดเป็นผู้ชนะกัน โงวันเกี๊ยบวางเอาไว้แล้ว
แน่..อเมริกันหรือเวียดนามเหนือ น่นคือการ “ล้อม” ได้สร้างความกดดันและ


ฝ่ายทหารเช่อว่าอเมริกันได้รับชัยชนะ โดยเฉพาะ ตื่นตระหนกให้กับคนอเมริกันทั้งประเทศ
อย่างย่งการรักษาฐานเคซานห์เอาไว้ได้ และการ “ถล่ม” โงวันเกี๊ยบ ไม่ได้ต้องการ “ยึด” เคซานห์ หรือตีทหาร

ข้าศึกท่โอบล้อมอยู่ด้วยกาลังทางอากาศและระเบิด อเมริกันให้แตกอย่างแท้จริง เหมือนอย่างท่เคยทากับ




ชนิดพิเศษ ซ่งตั้งชนวนให้ทางานเม่อระเบิดฝังลึกลงไป ฝรั่งเศสที่เดียนเบียนฟู ซึ่งในประเด็นนี้ นักประวัติศาสตร์




ในดินไม่น้อยกว่า ๑๐ ฟุต บางคนไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพียงคาพูดแก้เก้ยวกับ








วธการน เท่ากบว่าเครองบนอเมรกนได้ทงระเบด ความล้มเหลว หรือว่าเป็นความตั้งใจจริงของโงวันเกี๊ยบ






ให้ทะลุลงไประเบิดในอุโมงค์ท่เวียดนามเหนือขุดอยู่ กันแน่

โดยตรงในระยะแรกของการปิดล้อม ระเบิดจากเคร่องบิน แต่ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะอย่างแท้จริง ทหาร

ไม่สามารถทาให้ทหารราบท่ซ่อนอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน นาวิกโยธินอเมริกันก็แสดงให้โลกได้ประจักษ์ว่า พวกเขา


เป็นอันตรายได้ หลังจากเคร่องบินไป พวกเวียดนามเหนือ คือ “ทหารอาชีพ” เป็นทหารผู้แข็งแกร่งเปี่ยมไปด้วย


ก็สามารถ “โผล่” ขึ้นมาท�าการรบได้อีก จิตวิญญาณนักรบท่พร้อมจะสู้ศึกตราบจนลมหายใจ
แต่เม่อเจอกับการท้งระเบิดชนิดต้งชนวนลึก ไม่ว่าข้าศึกจะมีก�าลังเหนือกว่าสักเท่าใดก็ตาม



ให้ทางานใต้ดิน ทหารเวียดนามเหนือก็ต้องพบกับ

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 65

รายชื่อผู้บริจาคทรัพย์สินให้กับ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร.



น.ส.ชลดา ฟักไธสง บริจาคเงิน จำานวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท
คุณณรงค์ชัย บุตรเสมียน บริจาคเงิน จำานวน ๕๐,๐๐๐ บาท
คุณวิไลลักษณ์ ลาภวิสุทธิสาโรจน์ บริจาคเงิน จำานวน ๒๐,๐๐๐ บาท
คุณศุภภัสสร สุขสุภกิจ บริจาคเงิน จำานวน ๑๔,๐๐๐ บาท
คุณอิทธิเดช วงค์จรุเดชะ บริจาคเงิน จำานวน ๑๐,๐๐๐ บาท
คุณชวลิต เนื่องจำานงค์ บริจาคเงิน จำานวน ๑๐,๐๐๐ บาท
คุณโสภณ แซ่เตีย บริจาคเงิน จำานวน ๕,๐๐๐ บาท
ผู้ปกครองนักเรียนเตรียมทหารรุ่น ๖๐ ภาคตะวันออก บริจาคเงิน จำานวน ๒,๒๓๓ บาท

น.ท.หญิง วลัยลักษณ์ ภาแก้ว บริจาคเงิน จำานวน ๒,๐๐๐ บาท
คุณวรวุฒิ วงศ์ทรายทอง บริจาคเงิน จำานวน ๑,๐๐๐ บาท
คุณอานนท์ คำาจันทร์ บริจาคเงิน จำานวน ๖๖๔ บาท
พญ.นุชราภรณ์ กฤตยเรืองโรจน์ บริจาคเงิน จำานวน ๒๐๐ บาท


รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๓๑๕,๐๙๗ บาท (สามแสนหนึ่งหมื่นห้าพันเก้าสิบเจ็ดบาทถ้วน)



นาวิกศาสตร์ในนามกองทัพเรือขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง



คำาถามเดือน มีนาคม ๒๕๖๒

ชิงรางวัล เสื้อราชนาวิกสภา จ�านวน ๓ รางวัล


ค�าถาม


ต้นประดู่มีถ่นกาเนิดอยู่ในประเทศใด? ดอกมีลักษณะ


เป็นอย่างไร? ช่วงท่ดอกบานอยู่ในช่วงเดือนไหนถึงเดือนไหน
ของปี? มีความส�าคัญกับทหารเรืออย่างไร? และได้น�ามา

แต่งเป็นเพลงพระนิพนธ์ใด?





ส่งค�ำตอบมำที่ navik.mag@gmail.com หรือไปรษณียบัตร/จดหมำย จ่ำหน้ำซองถึง
ส�ำนักงำนรำชนำวิกสภำ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริรำช เขตบำงกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
(ตอบค�ำถำมภำยในวันที่ ๓๐ เมษำยน ๒๕๖๒) ตรวจสอบรำยชื่อผู้ได้รับรำงวัลที่
WWW.FACEBOOK.COM/นิตยสำรนำวิกศำสตร์ ผู้ตอบแบบสอบถำม กรุณำเขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้
*หำกมีผู้ตอบค�ำถำมถูกมำกกว่ำ ๓ ท่ำน จะใช้วิธีจับสลำกคัดเลือกผู้โชคดีเพื่อรับรำงวัลแทน


66 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒

สหรัฐอเมริกา
กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาสั่งต่อเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Gerald R. Ford เพิ่มเติม






























USS Gerald R. Ford (CVN 78) ในมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อเดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐
https://navaltoday.com/wp-content/uploads/2019/01/pentagon-notifies-congress-of-two-carrier-buy-contract-expected-by-end-of-january.jpg
กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาประกาศให้บริษัทต่อเรือ Gerald R. Ford จำนวน ๑ ลำ คือเรือ USS Gerald
Huntington Ingalls Industries-Newport News R. Ford (CVN-78) ที่ขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่
Shipbuilding (HII-NNS) ได้รับสัญญาจ้างก่อสร้าง ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยเรือชั้นนี้กำลัง
เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Gerald อยู่ในระหว่างก่อสร้างอีก ๑ ลำ คือเรือ USS John F.
R. Ford จำนวน ๒ ลำพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย Kennedy (CVN-79) และที่กำลังจัดหาเพิ่มเติม
ได้ประมาณ ๔ พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเปรียบเทียบกับ คือ CVN-80 และ CVN-81 ซึ่งจะทดแทนเรือ USS
ต้นทุนเดิมที่จะจัดหาครั้งละ ๑ ลำ ทั้งนี้ ได้กำหนด Dwight D. Eisenhower (CVN-69) และเรือ USS
หมายเลขเรือทั้ง ๒ ลำนี้เป็น CVN-80 โดยใช้ชื่อว่า Carl Vinson (CVN-70) ตามลำดับ โดยจะทำให้

เรือ USS Enterprsie และ CVN-81 ซึ่งยังไม่ได้ตั้งชื่อ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกามีเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงาน


ปัจจุบันกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาประจำการ นวเคลยรตามความตองการทั้งสิ้น ๑๒ ลำ ภายในปี


เรือบรรทุกเครื่องบินขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ พุทธศักราช ๒๕๗๕
อยู่ ๒ ชั้น คือ เรือชั้น Nimitz จำนวน ๑๐ ลำ เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้น Gerald
(หมายเลข เรือ CVN-68 ถึง CVN-77) และเรือชั้น R. Ford เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นใหม่ที่เรียกว่า


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒ 67

แบบ CVN-21 หรือเรือบรรทุกเครื่องบินแห่งศตวรรษ Weapons Elevators (AWE) ที่พัฒนาโดยบริษัท Federal
ที่ ๒๑ มีระวางขับน้ำ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ยาว ๑,๑๐๖ ฟุต Equipment Company (FEC) ซึ่งเคลื่อนที่ด้วยพลังงาน





(๓๓๗ เมตร) ความกว้างที่ดาดฟ้าบิน ๒๕๖ ฟุต (๗๘ เมตร) แมเหลกไฟฟา สามารถรบนำหนกได ๒๔,๐๐๐ ปอนด ์


กินน้ำลึก ๓๙ ฟุต (๑๒ เมตร) มีดาดฟ้าเรือ ๒๕ ชั้น มีอัตราการเคลื่อนที่ได้เร็ว ๑๕๐ ฟุตต่อนาที ทำให้มี
เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ๒ เครื่อง ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ ประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายอากาศยานและอาวุธ
พัฒนาโดยบริษัท General Atomics Electromagnetic สูงกว่าลิฟท์แบบเดิมที่ใช้สลิง ซึ่งติดตั้งในเรือบรรทุก
Systems (GA-EMS) ในการปล่อยอากาศยานแบบใช ้ เครื่องบินชั้น Nimitz ที่รับน้ำหนักได้เพียง ๑๐,๕๐๐ ปอนด์
แม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Aircraft Launch และมีความเร็วเพียง ๑๐๐ ฟุตต่อนาที ทั้งนี้จะมีลิฟต์
System : EMALS) แทนแบบที่ใช้พลังไอน้ำ (Steam- ระดับบน ๓ ตัว ที่ใช้เคลื่อนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์ระหว่าง
Powered Catapults) และอุปกรณ์ช่วยควบคุมการ ดาดฟ้าหลัก และดาดฟ้าบิน และลิฟต์ระดับล่าง ๗ ตัว
ลงจอดของอากาศยานเพื่อลดแรงส่งไปข้างหน้าของ ที่ใช้เคลื่อนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์ระหว่างดาดฟ้าหลักและ
อากาศยานแบบใหม่ที่เรียกว่า Advanced Arresting ชั้นล่างของเรือ รวมถึงมีลิฟท์สาธารณูปโภคแยกต่างหาก
Gear (AAG) มาใช้แทนระบบ Hydraulic Arresting เพื่อใช้เคลื่อนย้ายทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์และเวชภัณฑ์

Gear ที่ใช้ในเรือชั้น Nimitz นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งลิฟท์ และใช้สำหรับการอพยพทางการแพทย์ (MEDEVAC)
ที่ใช้เคลื่อนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์แบบ Advanced จากดาดฟ้าบินไปยังโรงเก็บเครื่องบินด้วย


สหรัฐอเมริกา
กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาจัดหายานใต้ทะเลไร้คนขับขนาดใหญ่พิเศษ
































Boeing Echo Voyager
https://news.usni.org/wp-content/uploads/2019/02/echo_voyager_gallery1_960x600.jpg

เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๒ กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาทำสัญญากับบริษัทโบอิ้ง (The Boeing.,
Huntington Beach, California) เพื่อผลิต ทดสอบ และส่งมอบยานใต้ทะเลไร้คนขับขนาดใหญ่พิเศษ (Extra
Large Unmanned Undersea Vehicles : XLUUVs) หรือโดรนใต้ทะเลขนาดใหญ่พิเศษ จำนวน ๔ ลำ รวมถึง
อุปกรณ์สนับสนุนมูลค่ารวม ๔๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ


68 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒

กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ได้จัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับ ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์สงครามใต้ทะเล (Naval Undersea
ยานใต้น้ำไร้คนขับ (UUV Master Plan) ฉบับแรกเมื่อ Warfare Center) ใน Keyport กรุงวอชิงตัน
เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๓ โดยมีการพัฒนา ปัจจุบันกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา กำหนดคลาส
เทคโนโลยี และนวัตกรรมของ UUV เพื่อให้มีคุณสมบัติ หรือชั้นของ UUV เป็น ๔ รุ่น คือ รุ่นเล็ก (Small) รุ่น

และขีดความสามารถตามที่ต้องการเพิ่มขึ้น เช่น มีคุณสมบัต ิ กลาง (Medium) รุ่นใหญ่ (Large) ทั้ง ๓ รุ่นใช้วิธีการ
ตรวจจับได้ยาก โดยลดเสียงที่เกิดจากการขับเคลื่อน ปล่อยจากเรือผิวน้ำหรือเรือดำน้ำ และรุ่นใหญ่พิเศษ
สามารถบรรทุกสัมภาระได้มากขึ้น (Paylod Delivery) (Extra Large) สามารถปล่อยโดยไม่ต้องใช้ยานแม่ โดย
พลังงานจากแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นช่วยให้ปฏิบัติการ เป็นแบบ Pier Launch สำหรับ XLUUVs ของบริษัทโบอิ้ง
ใต้น้ำได้นานขึ้น (Endurance) รวมถึงระบบการปล่อย ที่กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา จัดหาในครั้งนี้เป็นรุ่นใหญ่พิเศษ
และกู้คืน (Launch and Recovery) ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ ได้กำหนดชื่อว่า Orca ซึ่งปรับปรุงมาจากรุ่น Echo
ยานแม่ เป็นต้น ตลอดจนได้พัฒนาแนวคิดในการใช้ Voyager มีคุณสมบัติทั่วไป ยาว ๕๑ ฟุต กว้าง ๘.๕ ฟุต
ยานใต้น้ำไร้คนขับในการปฏิบัติการข่าวกรอง การเฝ้าระวัง สูง ๘.๕ ฟุต น้ำหนัก ๕๐ ตัน ใช้เครื่องยนต์ดีเซลไฟฟ้า



และการลาดตระเวน (Intelligence, Surveillance and ดำนำไดลก ๑๑,๐๐๐ ฟต มีความเร็วสูงสุด ๘ นอต

Reconnaissance : ISR) ภารกิจการต่อต้านทุ่นระเบิด บรรทุกเชื้อเพลิงได้มากพอที่จะปล่อยให้ปฏิบัติงานในทะเล
(Mine Countermeasure : MCM) การทำสงคราม ได้นานครั้งละ ๖ เดือน มีความทนทานครอบคลุมระยะ
ต่อต้านเรือดำน้ำ (Anti Submarine Warfare : ASW) ๖,๕๐๐ ไมล์ทะเล มีระบบนำทาง หรือระบบหาตำบลที่
สงครามอีเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare : EW) (Navigation/Positioning System) แบบ Kalman
การปฏิบัติการสารสนเทศ (Information Operation : IO) filter inertial navigation ที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบ GPS
สามารถปฏิบัติการร่วมกับเรือและอากาศยานหรือกำลัง ของดาวเทียม มีพื้นที่กว้างบรรทุกสัมภาระทั้งภายใน
ทางทะเลอื่น ๆ ในพื้นที่ที่ถูกปฏิเสธการเข้าถึง นอกจากน ี้ และภายนอกได้ปริมาณมาก สามารถปฏิบัติภารกิจ

เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ กองทัพเรือ ที่หลากหลายมากกว่า UUV แบบดั้งเดิม และกำลัง
สหรัฐฯ ได้ปรับหน่วย Submarine Development จะได้รับการพัฒนาให้มีขีดความสามารถในการโจมตี
Squadron Five หรือ DEVRON 5 เป็น Unmanned (Strike Capacity) ต่อไปในอนาคต
Undersea Vehicle Squadron One หรือ UUVRON 1




























รุ่นต่าง ๆ ของยานใต้ทะเลไร้คนขับของกองทัพเรือสหรัฐฯ
https://news.usni.org/wp-content/uploads/2017/10/uuv_roadmap.png


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒ 69

A Mixed Bag of English


ว่าที่ ร.อ.หญิง อิสราวดี ปานรินทร์ ศูนย์ภาษา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ

Homonyms, Homographs, and

Homophones in English





ใครที่เรียนหรือใช้ภาษาอังกฤษมาระยะหนึ่งจะเริ่ม ใช้เป็นได้ทั้งคำกริยา หรือคำนาม และอีกความหมายที่
สังเกตุเห็นว่าการสื่อสารในภาษาอังกฤษซับซ้อนมากกว่า แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ นอนราบ ดูความแตกต่างได้จาก
ระบบไวยากรณ์ เช่น คำที่สะกดเหมือนกัน แต่ออกเสียง ประโยคที่ว่า “Some people lie to get what they want.”
ต่างกัน หรือสะกดต่างกัน แต่ออกเสียงเหมือนกัน นับว่า คำว่า lie ต้องใช้ความหมายแรกคือ โกหก ประโยคนี้จึง
เป็นเรื่องท้าท้ายมากเพราะหากสะกดผิด ออกเสียงผิด หมายความว่า คนบางคนโกหกเพื่อจะได้ในสิ่งที่ต้องการ
ก็จะทำให้ความหมายเปลี่ยน แต่ในประโยคที่ว่า “This cat likes to lie on our work
desks.” ในบริบทนี้จะแปลเป็นอีกความหมายหนึ่งที่ว่า

แมวตัวนี้ชอบนอนบนโต๊ะทำงานของพวกเรา
อีกตัวอย่างของ homonyms คือคำว่า fine
ความหมายแรกคือ ดี หรือสวย เป็นคำคุณศัพท์
หรือ adjective ใช้ขยายคำนาม แต่อีกความหมาย
คือ ค่าปรับ เป็นคำนาม ลองดูบริบทประโยคนี้ว่าตรงกับ
A Mixed Bag of English ฉบับนี้จะอธิบาย ความหมายใด “Yesterday I had to pay a huge
ประเภทของคำพ้องต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ ที่มีลักษณะ fine for parking my car illegally.” สังเกตได้ว่า
ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ ประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่ดีนัก คำว่า fine
homonyms, homographs และ homophones ในบริบทนี้จึงพูดถึงค่าปรับที่เกิดจากการจอดรถผิดกฎ

คำเหล่านี้ถ้าแปลตาม รากศัพท์ มีความหมาย จราจร
ได้ดังนี้ คือ homo- หมายถึง เหมือนกัน, –nym-
หมายถึง ตัวสะกด หรือชื่อ, –graph- หมายถึง การเขียน,
–phone- หมายถึง เสียง




ตัวอย่าง homonyms มีอีกมากมาย เช่น right
มี ๓ ความหมายคือ ทางขวา หรือถูกต้อง หรือสิทธิ
เช่นในคำว่า human rights (สิทธิมนุษยชน) หรือคำว่า
left แปลว่า ทางซ้าย และอีกความหมายคือ ออกไปแล้ว
๑. Homonyms คือคำพ้องที่มีตัวสะกดและ ซึ่งเป็นรูปอดีตของกริยา leave
ออกเสียงเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน และหากใช้คำ จะเห็นได้ว่า homonyms มีความสำคัญที่
ผิดความหมาย อาจจะทำให้สื่อสารผิดได้ ตัวอย่างเช่น การใช้ให้ถูกต้องตามความหมายเพื่อที่จะสื่อสารได้
คำว่า lie ซึ่งมี ๒ ความหมายคือ โกหก หรือ คำโกหก เข้าใจตรงกัน


70 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒

๒. Homographs คือคำพ้องรูป เป็นคำที่สะกดเหมือน ส้นเท้า ทั้งสองคำนี้แม้จะสะกดต่างกัน แต่ออกเสียง
กัน แต่ถ้าออกเสียงต่างกันแล้วจะเปลี่ยนความหมายไป เหมือนกันว่า /ฮีล/
อย่างสิ้นเชิง เช่นคำว่า desert ที่ออกเสียงได้ ๒ แบบ คือ ตัวอย่างคำพ้องเสียงมีอยู่มากมายในภาษาอังกฤษ
/เดสเซิร์ต/ และ /ดีเซิร์ต/ ถ้าต้องการพูดถึง ทะเลทราย จะ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ต้องออกเสียงแบบแรก แต่ถ้าออกเสียงแบบที่สอง จะ rain/rein/reign แม้จะสะกดต่างกัน แต่อ่าน
หมายถึงคำกริยาที่แปลว่า ละทิ้ง เช่นในประโยคว่า เหมือนกันว่า /เรน/ และแน่นอนว่าความหมายต่างกัน

Please don’t desert (ดีเซิร์ต) me here in the middle ทั้งสามคำ คำแรกที่เรารู้จักกันดีแล้วคือ rain เป็นทั้ง
of the desert (เดสเซิร์ต). ซึ่งคำว่า desert ทั้งสองตัว คำนาม และคำกริยา หมายถึง ฝน หรือฝนตก ยังพ้องเสียง

ต้องออกเสียงต่างกัน เพราะมีความหมายที่ต่างกัน ผู้ฟัง กบคำว่า rein หมายถึง บังเหียนที่ใช้ควบคุมสัตว์ และ
จึงจะเข้าใจความหมายประโยคว่า โปรดอย่าทิ้งฉันไว้ reign เป็นทั้งคำนามและคำกริยา หมายถึง รัชสมัย
กลางทะเลทราย และเพื่อให้ถูกต้องที่สุด ตัว s ตรงกลางคำ หรือครองราชย์
ต้องออกเสียงเป็นตัว z อย่างในคำว่า zoo sent/scent/cent ออกเสียงว่า /เซนต์/ ทั้งหมด
แต่ความหมายต่างกัน คือ sent เป็นรูปอดีตของ send

ที่แปลว่า ส่ง คำว่า scent หมายถึง กลิ่น และ cent
คือหน่วยเงินที่เล็กที่สุดของสกุลเงินดอลลาร์
จากที่ได้อธิบายมาทั้งหมดนี้จะขอสรุปลักษณะ
อีกตัวอย่างของ homographs คือคำว่า live เฉพาะของ homonyms, homographs และ
ซึ่งถ้าอ่านว่า /ไลฟ์/ จะแปลว่า แสดงสด หรือ ถ่ายทอดสด homophones ไว้ดังตารางต่อไปนี้ ซึ่งแยกประเภท
เช่นในคำว่า live concerts คือ คอนเสิร์ตที่แสดงสด ตามความเหมือน (same) หรือต่างกัน (different)
หรือต้องการสื่อถึงคำกริยา live อ่านว่า /ลิฟ/ ที่แปลว่า ของ sound คือ เสียง meaning คือ ความหมาย และ
อยู่อาศัย หรือ มีชีวิตอยู่ เช่นในประโยคว่า I used to spelling คือ ตัวสะกด
live (ลิฟ) in Spain.

คำพ้องรูปยังมีอีกหลายคำ เช่น present ถ้าอ่านว่า
/พรีเซนต์/ แปลว่า นำเสนอ แต่ถ้าอ่านว่า /เพรเซนต์/
จะแปลว่า มาปรากฎอยู่ที่นั้น ๆ เช่น present at
school/work ได้ความหมายว่ามาโรงเรียน หรืออยู่ที่ทำงาน
เช่นในประโยคว่า Eric is present at the meeting today.
คือ วันนี้เอริกอยู่ในที่ประชุม หรือหมายถึง ปัจจุบันได้เช่นกัน คำพ้องต่าง ๆ ในบทความนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง
อีกตัวอย่างคือคำว่า wind อ่านว่า /วินด์/ แปลว่า ลม แต่ถ้า ของคำพ้องที่มีในภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวสะกด

อ่านว่า /ไวนด์/ แปลว่า “หมุนหรือบิด” เช่นเข็มนาฬิกา ความหมาย และการออกเสียงคำในภาษาอังกฤษ
สำคัญมากเพราะมีผลต่อการสื่อสารได้ เป็นหลักฐาน
ที่พิสูจน์ว่า ไม่ใช่แค่ภาษาไทยเท่านั้นที่ดิ้นได้ แต่ภาษา
อังกฤษก็ดิ้นได้เช่นกัน
๓. Homophones หรือคำพ้องเสียง เป็นคำที่ แหล่งอ้างอิง : https://www.vocabulary.com/articles/chooseyourwords/
อ่านออกเสียงเหมือนกัน แต่ตัวสะกดและความหมาย homonym-homophone-homograph/
ต่างกัน เช่นคำว่า heal เป็นคำกริยาที่แปลว่า หายจาก https://www.inklyo.com/homonyms-homophones-and-homographs/
http://englishforeveryone.org/PDFs/Homonyms,%20Homographs,
อาการป่วย หรือบาดเจ็บ และ heel คำนามที่แปลว่า %20Homophones.pdf


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒ 71

พจนานุกรม





ศัพท์ชาวเรือ

พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์








Xebec เรือใบซีเบ็ค Yankee แยงกี

เรือใบขนาดเล็กที่ใช้ขนส่งสินค้า มี ๓ เสา คำออกเสียงอักษร Y
ใช้ใบสามเหลี่ยม มักพบในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
และฝั่งทะเล Iberian ของสเปน ในอดีตพวกโจรสลัด yard ๑. พรวน ๒. อู่เรือ
Barbary นิยมใช้กัน ๑. เสากลมติดทางขวางของเสากระโดงเรือ
โดยให้แขนพรวน (yardarm) ทั้งสองข้างยาวเท่ากัน
ใช้ติดใบสี่เหลี่ยม
๒. อู่ต่อเรือและซ่อมทำ













x-ray เอกซเรย์
คำออกเสียงตัวอักษร x yardarm แขนพรวน

ปลายข้างใดข้างหนึ่งของพรวน หมายถึงตัวเสาพรวน
yacht ensign ธงเรือยอชต์ ในกองทัพเรือสมัยใหม่ พรวนไฟสัญญาณติดอยู่สูง

ธงชาติดัดแปลงชักขึ้นโดยเรือยอชด์ซึ่งเรือรบ ที่เสาหน้า สำหรับติดธงสัญญาณ
ต้องส่งสัญญาณตอบเมื่อลดธงนี้ลง อาจทำความเคารพ
ธงนี้เมื่อขึ้นหรือลงจากเรือยอชต์


















72 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒

yardarm blinker ไฟพรวน yawl เรือใบแบบมีดาดฟ้า มีเสาหลัก (main mast)

ไฟสัญญาณสีขาวที่หมุนรอบทิศที่ปลายสุด สูง และเสาเซ็ก (mizzenmast) ขนาดเล็กอยู่ใกล้กับ
ของเสาพรวนขนาดเล็กใกล้ยอดเขากระโดง หางเสือ (tiller)








yarn ๑. ด้าย ๒. นิทาน
๑. ด้ายดิบใช้สำหรับปรับเชือก ซึ่งอาจบิด yellow jack ปลอดจากโรค

เป็นเกลียวเชือก ธงสัญญาณ “Q” ตามประวัติศาสตร์ดังเดิมหมายถึง

๒. เรื่องเล่าที่ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป สัญญาณกักเรือ (quarantine) แต่ในปัจจุบันความหมาย

ตรงกันข้าม คือเรือที่ชักธงนี้ปลอดจากโรค

yarning การเล่านิทาน
yeoman เจ้าหน้าที่ธุรการ
จ่าที่ทำหน้าที่เสมียนและธุรการ




yoke พังงาวงเดือน
สิ่งติดตั้งในทางขวางกับหัวของหางเสือซึ่งปลาย
ของเชือกหางเสือหรือก้านหางเสือติดอยู่พังงาวงเดือน

มักมีแขนสองแขนที่มีความยาวเท่ากันขวางกับหัวหางเสือ
yaw ส่าย หรือเพลาหางเสือแนวตั้ง และมักทำเป็นมุมฉากกับ
การหมุนส่ายรอบแกนตั้งกองเรือขณะเรือฝ่าคลื่น แนวหางเสือ แต่ในแบบเรือสมัยใหม่ไม่จำเป็นพังงา
ลมแรง การเซออกไปทางซ้าย และขวาสลับกัน หรือพังงาด้ามมีที่มาที่เก่าแก่กว่าพังงาวงเดือน และมักอย ู่
ขณะเรือจอดทอดสมอก็เรียกว่าการส่าย อากาศยาน ในแนวเดียวกับหางเสือโดยที่มีแขนข้างเดียว
ส่ายได้เช่นเดียวกับเรือ

















นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒ 73

สุขภาพนาวีี







เรือตรีหญิง อภิธันย์ แก่นเสน
















“ มลพิษในอากาศ ” อันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด



จากข่าวท่พบค่าฝุ่นละอองในกรุงเทพและปริมณฑล อยู่ในเกณฑ์สูงจนถึงระดับ “ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ”
อาจท�าให้หลายคนเริ่มตระหนักถึงภัยอันตรายจากฝุ่นละอองในอากาศมากขึ้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ มลพิษทางอากาศ
ยังมีอีกมากมาย ไม่เพียงแค่ฝุ่นละอองตามท้องถนนเท่านั้น แต่ยังมีมลพิษทางอากาศอีกมากมายที่อันตรายต่อสุขภาพ


และเราควรใส่ใจให้ความระมัดระวังกับอากาศรอบตัวกันให้มากข้นด้วย ฉบับน้สุขภาพนาวี ขอนาท่านผู้อ่านมาทาความรู้จัก


มลพิษในอากาศกันค่ะ

มลพิษในอากาศ มีอะไรบ้าง? ฮีโมโกลบิน ทาให้ความสามารถของเลือดในการเป็น



๑. ฝุ่นละออง ฝุ่นละออง เป็นมลพิษในอากาศท่เป็น ตัวนาออกซิเจนจากปอดไปยังเน้อเย่อต่าง ๆ ลดลง ทาให้





ปัญหาหลกในกรงเทพมหานคร และชมชนขนาดใหญ่ เลือดขาดออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และ

ุ่






จากการวิจยพบว่าฝนละอองทก่อให้เกิดปัญหาต่อสขภาพ หัวใจทางานหนักข้น หากมนุษย์ ได้รับก๊าซน้ในปริมาณมาก

เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่มีขนาดไม่เกิน ๑๐ ไมครอน จะทาให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจน และจะเป็น

โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กน้ สามารถเข้าไปในระบบ อันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ทางเดินหายใจผ่านโพรงจมูกเข้าไปถึงถุงลมในปอด ทาให้ ๔. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์




เกิดการอักเสบ และการระคายเคืองเร้อรัง และฝุ่นละออง มฤทธกดกร่อน ทาให้เกดการระคายเคองต่อระบบ






จะมีพิษมากข้น หากฝุ่นละอองน้นเกิดจากการรวมตัว ทางเดินหายใจ ผิวหนัง และเย่อบุตา ทาให้เกิดการแสบจมูก











ของก๊าซบางชนิด เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกไซด์ของ หลอดลม ผวหนง และตา เมอหายใจเอากาซชนดนเขาไป
ไนโตรเจนเข้าไปในอนุภาคของฝุ่น โดยก่อให้เกิดการแพ้ จะทาให้ก๊าซละลายในของเหลวในระบบทางเดินหายใจ



และระคายเคืองผิวหนัง ทางเดินหายใจ และดวงตาได้ เกิดเป็นกรดซัลฟิวริก ซ่งจะกัดกร่อนเย่อบุ และอวัยวะ


๒. สารตะกว สารตะก่ว มีฤทธ์ทาลายระบบประสาท ในระบบทางเดินหายใจ หากได้รับเป็นเวลานาน ๆ



และมีผลต่อกระบวนการรับรู้ และการพัฒนาสติปัญญา จะท�าให้เป็นโรคจมูก และหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้
ของมนุษย์ ๕. ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซออกไซด์ของ

๓. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจน มีผลต่อระบบการมองเห็น และผู้ท่มีอาการ


มีความสามารถในการละลายในเลือดได้ดีกว่าออกซิเจน หอบหืด หรือโรคเก่ยวกับทางเดินหายใจ เม่อหายใจ





ถึง ๒๐๐ - ๒๕๐ เท่า เม่อหายใจเอาก๊าซชนิดน้เข้าไป เอาก๊าซชนิดน้เข้าไป จะทาให้มีอาการกาเริบข้นได้

จะไปแย่งจับกับฮีโมโกลบินในเลือด เกิดเป็นคาร์บอกซ ี ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในบรรยากาศ หากรวมตัวกับ
74 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒

ไอน�้า จะสามารถเกิดเป็นกรดไนตริก ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อน ใต้ลม และควรรีบไปพบแพทย์ทันที
วัสดุต่าง ๆ รวมถึงทางเดินหายใจของมนุษย์ การป้องกันและลดผลกระทบของ มลพิษในอากาศ




๖. ก๊าซโอโซน ก๊าซโอโซน มีฤทธ์กัดกร่อน ก่อให้เกิด สู่ส่งแวดล้อมและมนุษย์ อาจกระทาได้ ๓ แนวทางหลัก คือ
การระคายเคืองตา และเยื่อบุระบบทางเดินหายใจเกิด ๑. ป้องกัน ควบคุม และลดมลพิษจากแหล่งกาเนิด






การอักเสบของเน้อเย่อจมูก และปอด ทาให้ความสามารถ เช่น การเลือกใช้เช้อเพลิงท่ก่อให้เกิดมลพิษน้อยท่สุด






ของปอดในการรบก๊าซออกซเจนลดลง อาจเกดโรคหืด การติดต้งเคร่องมือ อุปกรณ์บาบัดมลพิษท่เหมาะสม



โดยเฉพาะในเด็ก และมีอาการเหน่อยง่าย และเร็ว ในคนชรา กับสารมลพิษชนิดน้น ๆ การกาหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ





และคนท่เป็นโรคปอดเร้อรัง หรือโรคหืด จะมีอาการ มาตรฐานการระบายสารมลพิษจากแหล่งกาเนิด เป็นต้น
มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นการป้องกันปัญหาที่ดีที่สุด

๗. สารอินทรีย์ระเหยง่าย สารอินทรีย์ท่ระเหยง่าย ๒. การป้องกันท่ผู้รับ เช่น การใส่หน้ากากอนามัย






มผลโดยตรงต่อระบบทางเดนหายใจ โดยทาให้เกด ป้องกันเขม่าควัน และฝุ่นละออง เม่อเกิดปัญหาหมอกควัน


การอักเสบ และการระคายเคืองเร้อรัง นอกจากน้สาร จากการเผาขยะมูลฝอย ใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันมลพิษ
บางชนิดเป็นสารก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ และเส่ยงต่อ ประเภทก๊าซต่าง ๆ ซึ่งมักบรรจุผงถ่านคาร์บอนเพื่อดักจับ


การก่อมะเร็ง เช่น polycyclic aromatic hydrocarbons ก๊าซไม่ให้เข้าสู่ระบบหายใจ และใส่หน้ากากอนามัยสาหรับ

เบนซนและไดออกซน (มกเกดจากการเผาขยะมลฝอย การป้องกันเช้อโรคต่าง ๆ รวมท้งปลูกต้นไม้เพ่อดูดซับ และ







ที่มีพลาสติกปน) ลดผลกระทบจากมลพิษในอากาศ

จะแก้ไขเฉพาะหน้าอย่างไร ในกรณีที่ได้รับสารมลพิษ ๓. การเพ่มระยะห่างระหว่างแหล่งกาเนิดมลพิษกับ


ในอากาศปริมาณมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว ชุมชนและส่งแวดล้อม เช่น การกาหนดพ้นท่แนวกันชน





๑. ควรรีบออกจากสถานท่ท่มีสารมลพิษในอากาศ (buffer zone) โดยหลักการ คือการจัดวางผังของกลุ่ม















ใหเรวทสด และไปยงสถานททมอากาศบริสทธแตไมควร โรงงานอุตสาหกรรม และพ้นท่แนวกันชนให้มีความสัมพันธ์







ต่นตระหนกจนเกินไป เพราะในความรีบน้น อาจทาให้ กับความเป็นไปได้ท่มลพิษท่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ

ได้รับสารมลพิษในอากาศนั้นมากยิ่งขึ้นได้ ถ้าไม่สามารถ ของโรงงานอุตสาหกรรมจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อ

เคล่อนย้ายได้ ให้รีบเปิดหน้าต่าง หรือประตูด้านตรงข้าม สิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด
กับทิศทางลม แต่ปิดหน้าต่าง หรือประตู ด้านท่รับลม จะเห็นได้ว่าปัญหา มลพิษในอากาศ ส่วนใหญ่เกิดจาก



เข้าตัวบ้าน เพ่อให้มีอากาศหมุนเวียนเข้าออกได้สะดวก การกระทาของมนุษย์ ดังนั้นเราต้องช่วยกันดูแลรักษา
แต่หากเห็นว่าผู้ป่วย หายใจขัดหรือหยุดหายใจ ต้องรีบ คุณภาพอากาศเพ่อให้อยู่ในเกณฑ์ท่เหมาะสมใน


ผายปอด แล้วรีบน�าส่งโรงพยาบาล การดารงชีวิต โดยหากเป็นผู้ประกอบการหรือมีส่วน

๒. ทดสอบอวัยวะท่สารมลพิษในอากาศเข้า เช่น หายใจเข้าคอ ในการปล่อยมลพิษ เช่น การขับรถยนต์ ควรร่วมมือ



สูดเข้าจมูก สัมผัสกับผิวหนัง หรือตา เพราะแต่ละช่องทาง ในการตดตงอปกรณ์ลดและขจดมลพษให้อย่ใน







ท่สัมผัสมลพิษ จะเป็นตัวกาหนดการปฐมพยาบาลเบ้องต้น เกณฑ์มาตรฐานท่กาหนดก่อนปล่อยสู่ส่งแวดล้อม






เช่น ถ้าหายใจเข้าคอ ก็ต้องกล้วคอด้วยนาสะอาด แล้วบ้วนท้ง นอกจากน้ ในชีวิตประจาวัน เรามีส่วนท่จะทาให้เกิด








อย่ากลืนลงไป ถ้าสูดเข้าจมูก ควรล้างจมูกด้วยนาเกลือ ปัญหามลพิษในอากาศท้งทางตรงและทางอ้อม เราจึงควร

ถาสัมผัสกับผิวหนัง หรือตาก็ตองลางออกดวยน�้าสะอาด ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ซ่งการปฏิบัติน้นไม่ยากเกิน







หรือน�้าเกลือปลอดเชื้อ เป็นต้น ความสามารถของเราทุกคน เพ่อให้โลกน้น่าอยู่สาหรับ


๓. หาอุปกรณ์มาปิดตา จมูก และปากส่วนท่เส่ยงเอาไว้ สิ่งมีชีวิตทุกชนิด รวมทั้งพวกเราทุกคน




เช่น ใช้ผ้าชุบนาหมาด ๆ ปิดจมูกและปาก ใส่แว่นตา
ส�าหรับว่ายน�้า หรือใช้หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐาน ข้อมูล : รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้ ภาควิชาโสต นาสิก
๔. พยายามหาทิศทางลม หากรู้ทิศแล้วจะได้หลบ ไม่ไปอยู่ ลาริงซ์วิทยา Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 75

พิธีวางศิลาฤกษ์



พิธีวางศิลาฤกษ์ คือพิธีวางแผ่นศิลาจารึกเวลา - ไม้ขนุน ถือเคล็ดว่าหนุนให้เกิดพลังอานุภาพ
วัน เดือน ปี อันเป็นมงคลที่เรียกว่า ดวงฤกษ์ - ไม้ชัยพฤกษ์ ถือเคล็ดว่ามีโชคชัย
แห่งการก่อสร้างไว้ ณ บริเวณสถานที่ก่อสร้างอาคาร - ไม้ราชพฤกษ์ ถือเคล็ดว่าเป็นใหญ่เป็นโต
ถาวรต่าง ๆ เช่น อาคารทางศาสนา มีโบสถ์ ศาลาการเปรียญ - ไม้สัก ถือเคล็ดว่าเกิดความศักดิ์สิทธิ์

อนุสาวรีย์ เป็นต้น อาคารของทางราชการ มีศาลากลางจังหวัด - ไม้ไผ่สีสุก ถือเคล็ดว่าเกิดความสงบสุข
ศาลาเทศบาล อาคารกองบังคับการของหน่วยทหาร เป็นต้น - ไม้พยุง ถือเคล็ดว่าพยุงให้เกิดความมั่นคง
อาคารของเอกชน มีธนาคาร ภัตตาคาร เป็นต้น - ไม้ทองหลาง ถือเคล็ดว่ามีเงินมีทอง
จุดประสงค์ของการทำพิธีก็เพื่อให้อาคารเหล่านั้น - ไม้กันเกรา ถือเคล็ดว่าป้องกันภัยอันตรายมิให้เกิดขึ้น
เกิดความถาวรมั่นคงกิจการเจริญก้าวหน้าและผู้อาศัย - ไม้ทรงบาดาล ถือเคล็ดว่าบันดาลให้เกิดความร่มเย็น
อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป
ไม้เข็มมงคล

การทำพิธีวางศิลาฤกษ์เช่นนี้ว่า ตามประเพณีโบราณ
มักนิยมตอกไม้เข็มมงคลด้วย ไม้เข็มนั้น ประกอบด้วย ที่มา : https://www.terrabkk.com/wp-content/uploads/2014/08/
ไม้มงคล ๙ ชนิด คือ %E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B4%189.jpg



76 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒

กฎหมายใกล้ตัว





เรือเอก สุทธิชัย ธรรมชาติ




ลักทรัพย์



“ลักพวงมาลัยรถ ต้องระวางโทษหนักกว่าการลักรถ” เมื่อครั้งที่ผู้เขียนบรรยายกฎหมายอาญา ในเรื่องความผิด
เกี่ยวกับทรัพย์ บรรดาผู้รับฟังการบรรยายทั้งหลายต่างตกตลึงในกฎหมายไทย บ้างก็อาจจะแปลกใจเกรงว่าผู้เขียน
จะบรรยายผิดก็เป็นได้ ต่างตั้งคำถามเพื่อทดสอบความรู้กันยกใหญ่ แต่มันช่างเป็นเรื่องน่าขัน เมื่อผู้เขียนเน้นย้ำว่า
เรื่องที่ท่านได้ยิน และที่ผมพูดนั้น ไม่มีส่วนใดผิด เพราะกฎหมายไทยบัญญัติไว้ว่า “ลักพวงมาลัยรถ ต้องระวางโทษ
หนักกว่าการลักรถ”
ความผิดฐานลักทรัพย์ องค์ประกอบของความผิด มาตรา ๓๓๔ ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่น
ต้องเป็นการที่บุคคลหนึ่ง เกิดความอยากได้ทรัพย์ เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิด
ของบุคคลอื่น หรือที่บุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ฐานลักทรัพย์ ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับ
แล้วเอาทรัพย์นั้นไป โดยมีเจตนาทุจริต เช่น เราเห็นนาฬิกา ไม่เกินหกพันบาท

ของบุคคลอื่นสวยแล้วเราเกิดอยากได้ เราหยิบเอาไป โดย มาตรา ๓๓๔ เป็นมาตราที่เป็นแม่บทของความ
เป็นของตนโดยที่ไม่มีสิทธิ หรือกรณีเรารวมเงินกับเพื่อน ฐานลักทรัพย์ และเป็นความผิดที่ระวางโทษ ไว้ต่ำสุด
เพื่อซื้อทรัพย์มา ทรัพย์ดังกล่าวย่อมเป็นของเราส่วนหนึ่ง คือ “จำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท”
ของเพื่อนส่วนหนึ่ง แต่เรากลับอยากได้ทั้งหมด แล้ว จากกรณีข้างต้น ถ้าเราเห็นรถคนอื่นจอดอยู่ เราขโมย
เอาไปเสีย แบบนี้ทางกฎหมายเขาเรียกว่า ลักทรัพย์ ไปเสียทั้ง เราจะต้องโดนโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับ
ซึ่งคนทั่วไปเขาเรียกคนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ว่า โจร ไม่เกินหกพันบาท แต่เนื่องจากการบัญญัติกฎหมาย
แต่การที่กฎหมายจะเอาผิดโจรนั้น กฎหมายคำนึงถึง จะคำนึงถึงสภาพความร้ายแรงแห่งการกระทำความผิดไว ้

สภาพความร้ายแรงแห่งการกระทำความผิดไว้ โดย จึงมีฐานความผิดที่เป็นบทฉกรรจ์ดังนี้
บัญญัติไว้ดังนี้ มาตรา ๓๓๕ ผู้ใดลักทรัพย์
๑. ในเวลากลางคืน
๒. ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด
อุทกภัย หรือ ในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ เหตุทุกขภัย
แก่รถไฟ หรือยานพาหนะ อื่นที่ประชาชนโดยสาร หรือ
ภัยพิบัติอื่นทำนองเดียวกัน หรืออาศัยโอกาสที่มีเหตุ
เช่นว่านั้น หรืออาศัยโอกาสที่ประชาชนกำลังตื่นกลัว
ภัยอันตรายใด ๆ
๓. โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล

หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการ
ใด ๆ
๔. โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนง
ให้เป็นทาง คนเข้า หรือเข้าทางช่องทาง ซึ่งผู้เป็นใจ
เปิดไว้ให ้



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒ 77

๕. โดยแปลงตัว หรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้า พฤติการณ์การกระทำความผิด ต้องมีการงัดประตู หรือ
หรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ ทุบกระจกรถ อันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับ
๖. โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน คุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้น
๗. โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน เข้าไปด้วยประการใด ๆ และเมื่อทุบกระจกเสร็จ โจร
ตั้งแต่สอง คนขึ้นไป ก็มักจะมุดเข้าทางหน้าต่างรถ อันเป็นการเข้าทางช่องทาง

๘. ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้ ซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทาง
เพื่อให้บริการสาธารณที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้ อันต้องด้วยเหตุฉกรรจ์ตาม
หรือซ่อนตัวอยู่ ในสถานที่นั้น ๆ มาตรา ๓๓๕ ซึ่งเดิมระวางโทษ “จำคุกไม่เกินสามปี
๙. ในสถานที่บูชาสาธารณะ สถานีรถไฟ ที่จอดรถ และปรับไม่เกินหกพันบาท” อยู่ดี ๆ พอทำเช่นนี้
หรือเรือสาธารณะ ท่าอากาศยาน สาธารณสถานสำหรับ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่
ขนถ่ายสินค้า หรือในยวดยานสาธารณะ สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งหมายความว่า ต้องติดคุก
๑๐. ที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ อย่างต่ำแน่ๆ หนึ่งปี และการกระทำตามที่บัญญัติไว้ใน
๑๑. ที่เป็นของนายจ้าง หรือที่อยู่ในความครอบครอง มาตรา ๓๓๕ ล้วนเป็นเหตุให้ต้องรับโทษหนักขึ้นเสีย
ของนายจ้าง ทั้งสิ้น

๑๒. ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรม บรรดาที่เป็น เหตุที่กฎหมายบัญญัติอย่างนี้ เนื่องจากว่าพฤติการณ์
ผลิตภัณฑ์ พืชพันธุ์ สัตว์หรือเครื่องมืออันมีไว้สำหรับ ทั้ง ๑๒ เหตุ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๕ ที่กล่าว
ประกอบกสิกรรม หรือได้มาจากการกสิกรรมนั้น ข้างต้น เป็นพฤติการณ์ที่ร้ายแรงกว่าการลักทรัพย์
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับ ตามธรรมดา เพียงเพราะอยากได้ของเขาตามมาตรา
ตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท ๓๓๔ และเมื่อท่านผู้อ่านที่เคารพได้ทราบแล้วว่ากฎหมาย
ถ้าความผิดตามวรรคแรก เป็นการกระทำ บัญญัติไว้อย่างนี้ อย่าครับ อย่าลักพวงมาลัย อย่าลักวิทยุ
ที่ประกอบด้วยลักษณะ ดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตรา อย่าลักทรัพย์สินในรถต่อไปอีกเลยครับ มันไม่ดี

ดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป ผู้กระทำ
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับ
ตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
ถ้าความผิดตามวรรคแรก เป็นการกระทำต่อทรัพย์
ที่เป็นโค กระบือ เครื่องกล หรือเครื่องจักร ที่ผู้มีอาชีพ
กสิกรรม มีไว้สำหรับประกอบกสิกรรม ผู้กระทำ
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับ
ตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรานี้ เป็น

การกระทำ โดยความจำใจหรือความยากจนเหลือ
ทนทาน และทรัพย์นั้นมีราคาเล็กน้อย ศาลจะลงโทษ
ผู้กระทำความผิดดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๔ ก็ได้ แหล่งอ้างอิง : https://thamaaya.files.wordpress.com/2015/08/
fotolia_42909624_subscription_xxl.jpg
จากบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า การที่โจร https://sites.google.com/site/reuxngpayhakarlakkhmoy2/01-hawkhx-
จะเข้าไปลักขโมยพวงมาลัยรถยนต์ หรือสิ่งของในรถนั้น khorng-ngan


78 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒



นาวีภิรมย์ - สถานพักฟื้นข้าราชการทหารเรือ ส่วนกลางหัวหิน ท่ต้ง... ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ภาพโดย น.อ.ศรายุทธ นัทธีประทุม ผบ.ร.ล.สายบุรี มว.เรือที่ ๒ กฟก.๒ กร.





































นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 87

ประทีปธรรม








กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
































เรื่อง คำสอนสำหรับผู้น้อย



ในบทเพลงพระนิพนธ์ “เกิดเป็นชายหมายมาด ยากลำบาก แต่ผู้น้อยที่สายตากว้างไกล ย่อมมองเห็นว่า
ชาติทหาร” ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ความเหนื่อยยากทั้งหมดนั้น เป็นสนามฝึกที่ทรงคุณค่า
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขต เป็นเวลาแห่งการบ่มเพาะความรู้ความสามารถ และ
อุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย มีความตอนหนึ่ง ประสบการณ์ให้พอกพูนขึ้นในตัวเอง ความเหนื่อยยาก

ที่สอนการปฏิบัติตัวของผู้น้อยหรือผู้ใต้บังคับบัญชาไว้ว่า จึงเป็นโอกาส ไม่ใช่วิกฤต
มักเข้าใจกันว่า การต้องคอยก้มประนมกรก็ดี
เกิดเป็นชายให้ชาญชำนาญทั่ว การต้องทำงานที่เหน็ดเหนื่อยก็ดี เป็นเรื่องเสียเกียรติบ้าง
เอาใจตัวตรวจกลับบังคับสอน เป็นเรื่องน่าอายบ้าง พอยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นจริง เพราะเข้ากันได้
เป็นผู้น้อยคอยก้มประนมกร กับกิเลสที่มีอยู่ในตัว ทำให้พลาดโอกาสที่จะก้าวหน้า
เหนื่อยไปก่อนคงสบายเมื่อปลายมือ เพราะถ้าเป็นผู้น้อยที่แข็งกระด้างในวันนี้ จะเป็นผู้ใหญ่
ที่นุ่มนวลมีเหตุผลในวันหน้าได้อย่างไร ถ้าเป็นผู้น้อย
บทเพลงพระนิพนธ์ดังกล่าว ถอดใจความได้ว่า ที่เปราะบางในวันนี้ จะเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแกร่งในวันหน้า
ผู้น้อย หรือผู้อยู่ใต้ปกครองนั้น จะต้องมีสัมมาคารวะ ได้อย่างไร การต้องก้มประนมกรและเหนื่อยไปก่อน

และมีความถ่อมตน ลักษณะของผู้ถ่อมตนนั้น ในคัมภีร์ ในปัจจุบันสำหรับผู้น้อย ตามพระนิพนธ์ขององค์บิดา
ระบุไว้ว่า เป็นผู้เช่นกับท่อนผ้าสำหรับเช็ดเท้า เหมือนโคตัวผ ู้ ของทหารเรือไทยนั้น เป็นเรื่องที่ถูกแท้แน่นอน ทั้งเป็นเรื่อง
ที่มีเขาหักแล้ว และงูพิษที่ถูกถอนเขี้ยวแล้ว ในส่วนหน้าที่ ที่ควรน้อมนึกไว้ในใจและนำมาปฏิบัติเสมอ
ของผู้น้อยมักอยู่ในระดับผู้ปฏิบัติ ซึ่งต้องเหน็ดเหนื่อย ที่มา : https://play.scblife.co.th/wp-content/uploads/2017/08/38.jpg


88 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำเดือน มีนาคม ๒๕๖๒

การฌาปนกิจ


สงเคราะห์แห่งราชนาวี










































































นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒ 89

นาวิกศาสตร์ในนามของกองทัพเรือขอแสดงความอาลัยในมรณกรรมของสมาชิกที่กล่าวนามเป็นอย่างยิ่ง



90 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๓ ประจำ�เดือน มีน�คม ๒๕๖๒











É
Ì
ĉ
Ñ
Ð
Ð
É
Ì
ĉ
É
É
³¼Á° Å ¼¦Ô°· ĶË IJ
³ ¼ Á ° Å ¼ ¦ Ô ° · Ķ Ë IJ
Ñ







































Ì
¹Ê¼ Ķ
Ñ
Ċ
ĉ
ĉ
Ì
Ì
Ï
É
Ì
Ü
Ċ
ò´¼È ų Ķ Ê¼Õ¾È×ó¼ ʼÅԼмʦվȨźԼŠ¨Åº³Ë¼¦Ô£¼Å¦Ķ ¼ ¾ ×ó¼ ʼ¨Åº ¼ʦ
Ċ
Ċ
ĉ
ĉ
Ï
Ï
Ð
ĉ
č
É
Ì
Ð
Ð
ĉ
Í
Ċ
Û
վȴ¼È ų֣¼¦Â¼Ê¦Ôþ ¡²ÊIJ×éijÊ¦Ú ×²ÅijÂÊà ¼¼º ³·Ê®§»²ÊÀ° ´¼ÈÔ¹°¡Å¦
ĉ
ĉ
Ċ
Ì
Í
É
òÀ»¼Ê§ ʼ ¼¬ÀÂÊÃ Ķ Õ¾ÈÔÅ §²×ÃÔ°ÊÔ°»ººÊij¼Ê¬Ê²ÂÊ ¾
Ì
Ċ
č
Ì
É
É
Õ¾È×ó¼ ʼײ ʼĶIJ»°±¹®­Ô·Å²³Â²² Ŧ°·Ø°» ó
Ð
É
Ï
Ü
É
Ð
É
À»°Ĺ² č
É
Ì
ĉ
Ñ
ĉ
Ì
òÔ´²ÅԼŰºĹ »¹Ê·×² ʼ³¼ÃʼĶIJ ʼ¼ÈIJ³ÂÊ ¾
É
É
É
Đ
Ï
Í
Ü
Í
Đ
Ì
É
Ôij³ÖijÕ¾ÈÔ´² ¾Ø ¾ÂË£©
ą
É
ײÅijÂÊà ¼¼º´Å¦ ²´¼ÈÔ°Ĺ
Ð
Ï
Ü
Í
վȷʮ§»²ÊÀ¡Å¦Ø°» Âʺʼ¯·¦·Êij²ÔŦŻʦ»¦»²ó
É
ĉ
č
Ü
Ì
Î
É
Ì
þ ±¼¼º¹³Ê¾
Ð
Ì
Ñ
É
³¼Á°Å ¼¦Ô°·
ĉ
Ü
É
»IJº²×²£®±¼¼º
Î
Ð
Õ¾È
Ì
ͼ»±¼¼º
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๑ เล่มที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๑ 75
¦´“ª·­µ®„·‹Äœ‡ªµ¤‡ª‡»¤—¼Â¨…°Š„°Šš´¡Á¦º° ­´Š„´—„¦³š¦ªŠ„¨µÃ®¤
6WDWD (QWHUSULVH &RQWUROOHG E\ 5R\DO 7KDL 1DY\ 0LQLVWU\ RI 'HIHQVH
êĈėĀõČŞ éììďÛöćàÔöċÚ ĐÕúÚõąììąúą ďÕèýąêö ÔöċÚďêñĂ đêö ĐòÔÞŢ

SAIL UNDER FALSE COLOURS

เดินเรือโดยใช้ธงเท็จ




Colours ในที่นี้ หมายถึงธงชาติ (flag) เรือฟริเกตสเปน (xebec) El Gamo ซึ่งมีปืน ๓๒ กระบอก
มีลูกเรือจำนวน ๓๑๙ คน ตอนแรกเขาชักธงชาติเดนมาร์ก
เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวเรือที่เรือทุกลำในทะเล และให้นายทหารแต่งเครื่องแบบนายทหารเรือเดนมาร์ก
ต้องชักธงชาติเพื่อแสดงให้เรือลำอื่นได้รับรู้ แต่การชักธงชาติ เขานำเรือเข้าไปใกล้เรือ El Gamo แต่ได้แล่นเลยออกไป
ก็เป็นเล่ห์เหลี่ยมอย่างหนึ่งแบบคลาสสิคของชาวเรือ และหวนกลับมาอีกราว ๓ วันต่อมา เรือสเปนไม่ได้สงสัย
เช่นกัน การชักธงเท็จ เป็นการหลอกให้เรือที่เป็นศัตรูติดกับ เจตนาที่แท้จริงของ Cochran ซึ่งนำเรือเข้าไปประชิด
หรือ เข้าไปใกล้เรือลำนั้นโดยไม่มีความเคลือบแคลงใจ แล้วเปิดการยิงโดยข้าศึกไม่ทันตั้งตัว เขานำเรือเข้าเทียบ
วิธีการนี้เป็นที่นิยมของเรือโจรสลัด เรือ privateer แล้วยึดเรือได้โดยไม่ยากนัก กล่าวกันว่าปฏิบัติการครั้งนั้น

(เรือเอกชนที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลให้จับกุมเรือข้าศึกได้) เป็นการกระทำที่กล้าหาญ (derring-do) ที่สุดครั้งหนึ่ง
และเป็นที่ยอมรับกันว่าเรือสามารถชักธงเท็จได้ แต่ต้อง ซึ่งมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ทางเรือ และนั่นคือ
ชักลง และแทนที่ด้วยธงชาติจริงของเรือนั้นก่อนทำการยิง ที่มาของ Sail Under False Colours
หรือโจมตี









สำนวนนี้เมื่อนำมาใช้บนบกจึงมีความหมายว่า
ปลอมตัว หรือแสร้งทำเป็นการกระทำเพื่อลวงบุคคลอื่น
นายทหารเรืออังกฤษ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในการใช้ หรือซ่อนเจตนาที่แท้จริงของตนไว้ เช่นประโยคที่ว่า
ธงเท็จ คือ Lord Thomas Cochran เขาเป็นกัปตันเรือ “You are not whom you seem to be, you are sailing

ที่กล้าหาญที่สุดคนหนึ่งในยุคสงคราม นโปเลียน under false colours.” สวนสำนวนที่สืบเนื่องกับข้างต้น
เป็นผู้บังคับการเรือ HMS. Speedy ซึ่งเป็นเรือ brig คือ True Colour ตามที่ได้กล่าวนั้น หมายถึงเปิดเผยตัวตน
(เรือใบ สองเสาขึงตามขวาง) มีปืน ๑๔ กระบอก ลูกเรือ ที่แท้จริง เผยสิ่งที่เป็นจริงออกมา หรือเปิดเผยธาตุแท้
๕๔ คน ในเดือนพฤษภาคม คริสตศักราช ๑๘๐๑ เขาเจอ ออกมา


Click to View FlipBook Version